บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
ASK: FSSIA คาดการณ์กำไร Q4/25 เติบโต 831% จากค่าใช้จ่าย ECL ที่ลดลง คงคำแนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 6.80 บาท
P/E 11.32 YIELD 4.68 ราคา 8.55 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ
FSSIA คาดการณ์ว่า ASK จะรายงานกำไรสุทธิ Q4/25 ที่ 156 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นถึง 831% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่าย ECL
ผลการดำเนินงาน Q4/25 ที่คาดการณ์
FSSIA คาดว่าผลการดำเนินงานใน Q4/25 จะได้รับแรงหนุนจากการลดลงของต้นทุนเครดิต แต่จะถูกชดเชยบางส่วนจากการลดลงอย่างต่อเนื่องของรายได้ดอกเบี้ย โดยคาดการณ์ว่า:
- ต้นทุนเครดิตจะลดลงเหลือ 2.3% ใน Q4/25 (-0.48% q-q, -1.22% y-y)
- พอร์ตสินเชื่อจะยังคงลดลงต่อเนื่องเหลือ 59.2 พันล้านบาท (-2.5% q-q, -14% y-y)
- ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อจะทรงตัวที่ประมาณ 4.06%
นอกจากนี้ FSSIA คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2568 ที่ 523 ล้านบาท (+58% y-y) สูงกว่าประมาณการก่อนหน้า เนื่องจากการลดลงของต้นทุนเครดิตที่มากกว่าที่คาดไว้ จากการตัดสินใจของ ASK ที่จะมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างหนี้ (DR) แทนการตัดหนี้เสีย (NPL) อย่างรวดเร็ว
ข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณภาพสินทรัพย์และต้นทุนเครดิต
FSSIA คาดการณ์ว่าคุณภาพสินทรัพย์ใน Q4/25 จะยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี โดย NPL รวมจะลดลงเหลือ 4.8 พันล้านบาท (-3.1% q-q, ทรงตัว y-y) จากการปรับเปลี่ยนไปสู่สินเชื่อเช่าซื้อ (HP) คุณภาพสูงในช่วงปี 2567 ในขณะเดียวกัน คาดว่าอัตราส่วน NPL จะอยู่ที่ประมาณ 8.1% (-0.05% q-q, +1.2% y-y) เนื่องจากการลดลงของ NPL รวมถูกชดเชยด้วยการเติบโตของสินเชื่อที่เป็นลบ ส่งผลให้ต้นทุนเครดิตลดลงเหลือ 2.3% (-0.48% q-q, -1.22% y-y)
สรุปและคำแนะนำ
FSSIA ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2568-2570 เล็กน้อย โดยคาดการณ์อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 28% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการปรับต้นทุนเครดิตให้เป็นปกติที่ประมาณ 2.2-2.5% อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของกำไรจากต้นทุนเครดิตที่ลดลงจะถูกชดเชยบางส่วนจากอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ที่สูงขึ้นที่ประมาณ 35-36%
FSSIA คงคำแนะนำ "ถือ" (HOLD) สำหรับ ASK ด้วยราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 6.80 บาท สะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังเกี่ยวกับความยั่งยืนของการฟื้นตัว และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าดึงดูดใจของ ASK ที่ 5-6% ต่อปี ราคาเป้าหมายนี้อิงตาม Gordon Growth Model (GGM) โดยมี P/BV เป้าหมายที่ 0.39 เท่า (ROE ที่ยั่งยืน 5.6%, COE 12.5%)