บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SCGP: KGI ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 23.30 บาท มองข้ามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน
P/E 30.29 YIELD 3.03 ราคา 19.80 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ
ถึงแม้ราคาหุ้น SCGP จะปรับตัวขึ้นมาถึง 40% แล้ว แต่ KGI ยังคงมองว่าเป็นหุ้นที่น่าสนใจ โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน และการเติบโตของความต้องการในภูมิภาคอาเซียน KGI ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 23.30 บาท สะท้อนการปรับประมาณการกำไรและอัตราส่วนทางการเงินที่สูงขึ้น
การวิเคราะห์เชิงลึก
KGI คาดการณ์ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนที่เน้นการบริโภคภายในประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของความต้องการในภูมิภาค ถึงแม้ KGI จะใช้สมมติฐานที่ค่อนข้างระมัดระวัง โดยคาดการณ์การเติบโตของ EBITDA ในปี 2569 เพียง 2% YoY และอัตรากำไรที่ 13.7% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ตั้งไว้ที่ 6% และ 14% ตามลำดับ แต่ก็ยังคงมีโอกาสที่ผลประกอบการจะออกมาดีกว่าที่คาดไว้ จากการฟื้นตัวของการนำเข้า containerboard ของจีน (+12% MoM) และการแข็งค่าของ ASEAN PMI ที่ระดับ 53.0 นอกจากนี้ การฟื้นตัวของ Fajar และการสะสม inventory ในราคาเยื่อกระดาษรีไซเคิล (RCP) ที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปี จะช่วยสร้างผลประโยชน์จากส่วนต่างราคาขายที่สูงขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
ในส่วนของผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 SCGP มีกำไรสุทธิ 1.2 พันล้านบาท (พลิกจากขาดทุนสุทธิ 57 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2567, +27% QoQ) ซึ่งสูงกว่าที่ KGI คาดการณ์ไว้ เนื่องจากการบันทึกกำไรพิเศษที่สูงกว่าที่คาด อย่างไรก็ตาม กำไรหลัก (core profit) อยู่ที่ 821 ล้านบาท (+2,315% YoY, -18% QoQ) ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 27% เนื่องจากปริมาณการขายที่ต่ำกว่าที่คาดและค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงกว่าที่คาด
ข้อสังเกตที่น่าสนใจ
KGI ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2570 ขึ้น 4-6% โดยหลักมาจากการปรับลดประมาณการต้นทุนทางการเงิน และปรับเพิ่ม EV/EBITDA เป็น 8.4 เท่า (-1.5 SD) จากเดิม 7.4 เท่า เนื่องจาก SCGP อยู่ในช่วงของการขยายอัตรากำไร
สรุปและคำแนะนำ
KGI ยังคงแนะนำ "Outperform" สำหรับ SCGP โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 23.30 บาท (จากเดิม 20.50 บาท) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและการเติบโตของความต้องการในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ SCGP จะจ่ายเงินปันผลสำหรับครึ่งหลังของปี 2568 ที่ 0.35 บาท/หุ้น (XD: 31 มีนาคม) คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 1.7% อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน ความเสี่ยงจากการด้อยค่าของสินทรัพย์จากการควบรวมกิจการ และความเสี่ยงด้านประเทศ