https://aio.panphol.com/assets/images/community/14582_5B696A.png

SCGP: FSSIA คงราคาเป้าหมาย 22 บาท แม้กำไรปี 2569-2570 อาจลดลงเล็กน้อย

P/E 30.59 YIELD 3.00 ราคา 20.00 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ

FSSIA คาดการณ์กำไรหลักของ SCGP ในไตรมาส 4/2568 จะอยู่ที่ 890.7 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับประมาณการก่อนหน้า แต่ได้แรงหนุนจากกำไรพิเศษจากการเข้าซื้อ MYPAK ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 1.3 พันล้านบาท นอกจากนี้ FSSIA ยังคงราคาเป้าหมาย SCGP ที่ 22 บาท พร้อมแนะนำ "ซื้อ" แม้จะปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2569-2570 ลง 6-9% เนื่องจากแรงกดดันด้านราคาและผลกระทบจากบริษัทร่วมที่ต่ำกว่าคาด

ผลการดำเนินงานและแนวโน้ม

FSSIA คาดการณ์ว่ากำไรหลักในไตรมาส 4/2568 จะอยู่ที่ 890.7 ล้านบาท ลดลง 12.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้นถึง 1,351.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการเข้าซื้อ MYPAK กำไรหลักทั้งปี 2568 จะอยู่ที่ 3.9 พันล้านบาท ลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิในไตรมาส 4/2568 จะอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และพลิกจากผลขาดทุนสุทธิ 57 ล้านบาทในไตรมาส 4/2567

ถึงแม้ว่าประมาณการกำไรหลักในไตรมาส 4/2568 จะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย แต่ FSSIA มองว่าเป็นผลมาจากปัจจัยบวก เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคในอาเซียนยังคงแข็งแกร่ง ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยด้านฤดูกาลและการย้ายฐานการผลิตบางส่วนจากจีนมายังอาเซียน อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่รุนแรงยังคงกดดันราคาขาย ทำให้รายได้เติบโตเพียง 1.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

สำหรับไตรมาส 1/2569 FSSIA คาดการณ์ว่ากำไรจะทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 แม้ว่าปริมาณการขายโดยทั่วไปจะแข็งแกร่งกว่า เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดตรุษญวนและเดือนรอมฎอน แม้ว่าปริมาณการขายในประเทศไทยจะปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากการเติมสินค้าคงคลังก่อนช่วงสงกรานต์ แต่ก็ไม่น่าจะสามารถชดเชยผลกระทบจากปัจจัยด้านฤดูกาลในตลาดอื่นๆ ได้อย่างเต็มที่

ข้อสังเกต

FSSIA มองว่าปัจจัยด้านฤดูกาลเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น และยังคงคาดหวังการเติบโตของความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแกร่งในปี 2569 อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านราคาขายที่ต่อเนื่อง รวมถึงความเป็นไปได้ที่ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์จากจีนจะถูกนำเข้ามาในตลาดอาเซียนมากขึ้น และผลกระทบจากบริษัทร่วมที่ต่ำกว่าคาด ทำให้ FSSIA ปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2569-2570 ลง 6-9%

ถึงแม้จะปรับลดประมาณการกำไร แต่ EBITDA ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ซึ่งเป็นผลมาจากความสามารถในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน และงบดุลที่แข็งแกร่งของ SCGP

สรุป

FSSIA คงราคาเป้าหมาย SCGP ที่ 22 บาท (DCF) พร้อมแนะนำ "ซื้อ" เนื่องจาก SCGP มีสถานะผู้นำในตลาดบรรจุภัณฑ์ มีความสามารถในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน และมีงบดุลที่แข็งแกร่ง ปัจจุบันหุ้น SCGP ซื้อขายที่ 8.4 เท่าของ EV/EBITDA ปี 2569 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย -1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

โพสต์ล่าสุด