บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SCC: คาดการณ์ผลประกอบการ 4Q68 ขาดทุนต่อเนื่อง แต่มี Upside จากการถอนลงทุน NocNoc
P/E 15.64 YIELD 2.72 ราคา 183.50 (0.00%)
INVX ยังคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ SCC ด้วยราคาเป้าหมายกลางปี 2569 ที่ 227 บาท อ้างอิงวิธี SOTP โดยคาดการณ์ผลประกอบการ 4Q68 จะยังคงขาดทุนสุทธิ
พรีวิวผลประกอบการ 4Q68: ขาดทุนสุทธิต่อเนื่อง
INVX คาดการณ์ว่า SCC จะรายงานผลขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่องใน 4Q68 สาเหตุหลักมาจากการตัดจำหน่ายแพลตฟอร์ม NocNoc และขาดทุนจากสินค้าคงเหลือ แม้ว่ากำไรปกติจะอ่อนตัวลง QoQ จากส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ลดลงและธุรกิจซีเมนต์ที่ได้รับผลกระทบจากช่วงโลว์ซีซั่น
คาดการณ์ขาดทุนสุทธิ 2.1 พันล้านบาทใน 4Q68 เพิ่มขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 669 ล้านบาทใน 3Q68 และ 512 ล้านบาทใน 4Q67 ปัจจัยกดดันหลักมาจากการบันทึกค่าใช้จ่ายการตัดจำหน่ายสินทรัพย์จำนวน 1.8 พันล้านบาท หลังเลิกประกอบธุรกิจแพลตฟอร์ม NocNoc และขาดทุนจากสินค้าคงเหลือจำนวน 800 ล้านบาทใน 4Q68 อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 504 ล้านบาท ฟื้นตัวจากขาดทุนปกติ 1.6 พันล้านบาทใน 4Q67 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจซีเมนต์ (จากกลยุทธ์ปรับเพิ่มราคาขาย) และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ลดลง)
ข้อสังเกตและแนวโน้มธุรกิจ
การถอนการลงทุนเชิงกลยุทธ์จากแพลตฟอร์ม NocNoc เป็นการตัดสินใจที่สอดคล้องกับกลยุทธ์หลักของ SCC ที่จะมีการถอนการลงทุนจากธุรกิจที่ไม่ทำกำไรเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การเลิกประกอบธุรกิจนี้จะทำให้บริษัทไม่ต้องบันทึกขาดทุนจาก NocNoc ประมาณ 650 ล้านบาท/ปี หรือคิดเป็น upside 5% ต่อประมาณการกำไรปกติปี 2569 ของ INVX
แนวโน้ม 1Q69 INVX คาดว่าผลประกอบการจะยังคงอ่อนแอ โดยธุรกิจเคมิคอลส์ยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลัก เนื่องจากส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์น่าจะยังอยู่ในระดับต่ำจากอุปสงค์ที่อ่อนแอและอุปทานใหม่ที่เข้ามาในตลาด ในทางกลับกัน ธุรกิจซีเมนต์ยังมีแนวโน้มเป็นบวก โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับราคาขายเฉลี่ยและช่วงไฮซีซั่นของการก่อสร้างในไตรมาสแรก
กลยุทธ์ของ SCC คือการให้ความสำคัญกับการเพิ่มระดับ EBITDA โดยการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และขายสินทรัพย์ที่ไม่ทำกำไร
คำแนะนำการลงทุน
INVX คงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ SCC โดยให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2569 ที่ 227 บาท อ้างอิงวิธี SOTP (EV/EBITDA ที่ 8 เท่า สำหรับธุรกิจเคมิคอลส์และบรรจุภัณฑ์, 9 เท่า สำหรับธุรกิจซีเมนต์ และ PBV 1.5 เท่า สำหรับบริษัทร่วม)
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และสถานการณ์อุปทานล้นตลาดในธุรกิจซีเมนต์และธุรกิจเคมิคอลส์