https://aio.panphol.com/assets/images/community/14263_9A208C.png

CCET กำไรปกติ 3Q25 ลดลง: หยวนต้าชี้งบอ่อนแอต่อเนื่อง กดดันราคาหุ้นระยะสั้น

P/E 22.35 YIELD 4.18 ราคา 4.78 (0.00%)

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด วิเคราะห์ผลประกอบการของ บมจ. แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (CCET) โดยระบุว่ากำไรปกติในไตรมาส 3 ปี 2568 ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (YoY) โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ที่ไม่เติบโตและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง

ผลประกอบการที่น่าผิดหวัง

CCET รายงานกำไรสุทธิ 3Q25 ที่ 530 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 19 ล้านบาท และขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ 18 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 530 ล้านบาท ลดลง 26.6% QoQ และ 37.7% YoY การลดลงนี้เป็นผลมาจากการที่รายได้ไม่เติบโตและ GPM ที่ลดลง โดยรายได้หลักอยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท (+14.5% QoQ, -7.4% YoY) แม้ยอดขายสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะทำได้ 1.11 พันล้านเหรียญ (+16.0% QoQ, -3.0% YoY) แต่รายได้จากกลุ่ม Printer ลดลง YoY ในขณะที่ยอดขายที่ดีขึ้นมาจากผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูล

ปัจจัยกดดันอัตรากำไร

อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 5.1% ลดลง 52 bps QoQ และ 48 bps YoY ซึ่งถูกกดดันจากค่าเงินบาท/USD และ Product mix ที่เปลี่ยนแปลงไปจากปีก่อน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้น 250 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการตั้งสำรองสินค้าคงคลังและรายการที่เกี่ยวข้องกับการปิดบริษัทฯ ย่อย หากไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เหล่านี้ กำไรปกติใน 3Q25 จะทรงตัวได้ QoQ

ประมาณการและคำแนะนำ

หยวนต้ายังไม่มีประมาณการและคำแนะนำอย่างเป็นทางการสำหรับ CCET แต่เบื้องต้นกำไรปกติ 9M25 อยู่ที่ 1.96 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 64% ของประมาณการทั้งปีของตลาดที่ 3.0 พันล้านบาท ขณะที่แนวโน้ม 4Q25 คาดเบื้องต้นกำไรทรงตัวถึงดีขึ้นเล็กน้อย QoQ ทำให้ประมาณการของตลาดอาจจะสูงเกินไป หยวนต้าคาดการณ์กรอบกำไรปี 2025 ใหม่ของตลาดเบื้องต้นที่ 2.8 พันล้านบาท หรือคิดเป็น EPS25 ราว 0.27 บาทต่อหุ้น ขณะที่ปี 2026 คาดมีโอกาสดีขึ้นเพราะสงครามการค้าลดคลี่คลายเต็มปี คาดที่กรอบ 3,000-3,500 ล้านบาท หรือคิดเป็นกรอบ EPS26 ที่ 0.29-0.33 บาทต่อหุ้น

มุมมองเชิงกลยุทธ์

ราคาหุ้นปัจจุบันที่ +/-5.20 บาทต่อหุ้น คิดเป็น PER25 ที่ 19 เท่า หุ้นไม่ถูก แม้มีการปรับลดลงมาบ้างแล้ว หลักๆ มาจากงบที่อ่อนแอกว่าตลาดคาด เชิงกลยุทธ์ งบอ่อนแอต่อเนื่องอีกไตรมาสทำให้คาดว่าหุ้นจะตอบสนองเชิงลบก่อนในระยะสั้นและแกว่งตัวออกข้าง ตลาดจะรอข้อมูลใหม่ในการประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 24 พ.ย. 25 ความเสี่ยงสำคัญ: 1) ค่าเงินบาท/USD 2) เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ Recession และ 3) การย้ายฐานการผลิตจากต่างประเทศมาไทยทำได้ช้ากว่าคาด

โพสต์ล่าสุด