บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SC Asset (SC): FSSIA อัพเกรดเป็น "ซื้อ" คาดกำไรฟื้นตัวแรงใน Q4/25
P/E 5.20 YIELD 9.36 ราคา 1.71 (0.00%)
text-primary FSSIA มอง SC Asset กำไรฟื้นตัวเด่น หนุนอัพเกรดเป็น "ซื้อ" พร้อมเคาะเป้าใหม่ 2.30 บาท
FSSIA (FSS International Investment Advisory Securities Co Ltd) ปรับเพิ่มคำแนะนำสำหรับหุ้น SC Asset Corporation (SC TB) เป็น "ซื้อ" (เดิม "ถือ") พร้อมทั้งให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 2.30 บาท (จากเดิม 2.00 บาท) โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของกำไรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2568 ต่อเนื่องถึงครึ่งแรกของปี 2569
text-primary ปัจจัยหนุนจากคอนโดหรูเปิดใหม่ และ Backlog จำนวนมาก
FSSIA คาดการณ์ว่ายอดขายรอรับรู้รายได้ (presales) ในไตรมาส 4 ปี 2568 จะเพิ่มขึ้นเป็น 7 พันล้านบาท จาก 4.4 พันล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2568 โดยมีปัจจัยหนุนจากการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมหรูแห่งใหม่ "STILL Sukhumvit 20" มูลค่าโครงการ 6 พันล้านบาท ซึ่งตั้งเป้าอัตราการขาย (take-up rate) มากกว่า 50% นอกจากนี้ ยังคาดว่ากำไรหลัก (core profit) ในไตรมาส 4 ปี 2568 จะฟื้นตัวทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (q-q) และปีต่อปี (y-y) เนื่องจากการรับรู้รายได้จากยอดขายรอรับรู้รายได้ (backlog) ประมาณ 7 พันล้านบาท ที่ยกมาจากไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับปี 2569 FSSIA คาดการณ์ว่าการฟื้นตัวของกำไรจะมาจากการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ (transfers) จากโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 2 แห่ง ซึ่งมี backlog รวมกัน 7.6 พันล้านบาท
text-primary ข้อสังเกตและประมาณการ
FSSIA คงประมาณการกำไรหลักปี 2568-2569 ไว้ที่ 1.4 พันล้านบาท (+11% y-y) และ 1.7 พันล้านบาท (+22% y-y) ตามลำดับ โดยมองว่าธุรกิจอื่นๆ นอกเหนือจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย เช่น การดำเนินงานคลังสินค้า 5 แห่ง และโรงแรม 3 แห่ง จะเริ่มมีส่วนร่วมในการสร้างรายได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม FSSIA มีมุมมองที่ระมัดระวังต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 โดยคาดว่าจำนวนโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจะเน้นการขายสินค้าคงเหลือที่มีอยู่ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาทในโครงการแนวราบ และ 6 พันล้านบาทในคอนโดมิเนียม
text-primary สรุปการลงทุน
FSSIA ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" เนื่องจากคาดการณ์การฟื้นตัวของกำไรตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568 และแรงผลักดันเชิงบวกต่อเนื่องถึงครึ่งแรกของปี 2569 นอกจากนี้ หุ้น SC ยังซื้อขายที่ P/E ปี 2569 เพียง 3.8 เท่า และ P/BV 0.3 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและเมื่อเทียบกับคู่แข่ง อีกทั้งยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (dividend yield) ที่น่าสนใจถึง 10% สำหรับปี 2569
ทั้งนี้ ราคาเป้าหมาย 2.30 บาท อิงจาก P/E ปี 2569 ที่ 5.8 เท่า (-0.5SD)