บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SICT กำไร Q3/68 ลดลง แต่ภาพรวมยังเติบโต! เน้นลงทุน IoT และความยั่งยืน
P/E 12.92 YIELD 3.47 ราคา 2.42 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ:
SICT รายได้รวม Q3/68 อยู่ที่ 159.84 ล้านบาท ลดลง 19.0% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 23.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กำไรสุทธิอยู่ที่ 12.54 ล้านบาท ลดลง 60.9% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ผลประกอบการ: รายได้ลดลง แต่ IoT มาแรง
รายได้ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าเป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบ IoT ในภาคอุตสาหกรรม และระบบลงทะเบียนสัตว์ การลดลงของรายได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเป็นผลมาจากปัจจัยด้านฤดูกาลและวันหยุดของลูกค้า อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกหดตัวตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้จากไมโครชิปกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์
การลงทุนและต้นทุน: เน้นพัฒนา IoT และควบคุมต้นทุน
บริษัทมีการลงทุนในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ซึ่งส่งผลให้สินทรัพย์ไม่มีตัวตนอื่นเพิ่มขึ้น บริษัท อะแดพทริกส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยบูรพาเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางเทคโนโลยีในกลุ่ม RFID Solution ต้นทุนขายและการให้บริการลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
สินทรัพย์และหนี้สิน: โครงสร้างเงินทุนแข็งแกร่ง
สินทรัพย์รวมลดลงเนื่องจากสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง หนี้สินรวมลดลงเนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นตามผลประกอบการ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลง แสดงถึงโครงสร้างเงินทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ SICT เป็นผู้ผลิตไมโครชิปสำหรับระบบ RFID ซึ่งใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การลงทะเบียนสัตว์ กุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ และ IoT บริษัทได้รับรางวัลด้านความยั่งยืนและมีการจัดกิจกรรม CSR และได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
โดยสรุป: SICT มีผลประกอบการที่ผันผวนในไตรมาส 3/2568 โดยรายได้ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากปัจจัยด้านฤดูกาล แต่ยังคงเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า บริษัทมีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการกำกับดูแลกิจการที่ดี