บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
OR กำไร Q3/68 พุ่ง! โบรกฯ LHS ชี้เป้า 15.20 บาท
P/E 13.15 YIELD 2.99 ราคา 13.40 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LHS) คาดการณ์กำไรสุทธิของ OR ในไตรมาส 3/2568 จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และปีต่อปี (YoY) โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นต่อลิตรของธุรกิจ Mobility ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น
คาดการณ์ผลประกอบการ Q3/68
LHS คาดการณ์กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2568 จะอยู่ที่ 2.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% QoQ และพลิกจากขาดทุน 1.6 พันล้านบาทในไตรมาส 3/2567 หากไม่รวมกำไรจากอนุพันธ์ คาดกำไรปกติจะอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% QoQ และพลิกจากขาดทุน 353 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตของกำไรปกติมาจากอัตรากำไรขั้นต้นต่อลิตรของธุรกิจ Mobility ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงการไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการยุติธุรกิจเท็กซัสชิคเก้นเหมือนปีก่อน
ถึงแม้ปริมาณการขายน้ำมันจะลดลง 7% QoQ และ 8% YoY ตามปัจจัยฤดูกาลและภาวะตลาด แต่ LHS คาดว่า EBITDA จะเพิ่มขึ้นอย่างมากจากอัตรากำไรขั้นต้นต่อลิตรที่ 1 บาท/ลิตร (+18%QoQ, +96%YoY) โดยรวมกำไรจากสต๊อกน้ำมันราว 500 ล้านบาท นอกจากนี้ คาดว่าปริมาณการขายกาแฟ Amazon จะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องที่ 108 ล้านแก้ว (+1%QoQ, +10%YoY)
อย่างไรก็ตาม LHS คาดว่ากำไรจากธุรกิจ Global จะลดลง 34% QoQ และ 26% YoY ตามยอดขายที่ลดลงในกัมพูชา แต่ผลกระทบนี้ถูกชดเชยด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย
ข้อสังเกตและแนวโน้ม
LHS มองว่าแนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/2568 จะยังคงเติบโตต่อเนื่องทั้ง QoQ และ YoY ตามปริมาณการขายน้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นต่อลิตรจะเพิ่มขึ้น YoY
สำหรับผลกระทบจากธุรกิจในกัมพูชา แม้ว่ายอดขายจะลดลงราว 50% แต่ผลบวกจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยสามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
คำแนะนำและราคาเป้าหมาย
LHS คงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ OR โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 15.20 บาท อิงจากการประเมินมูลค่าด้วยวิธี Sum of the Parts (SOTP) แม้ว่าปริมาณการขายน้ำมันจะลดลง แต่มาร์จิ้นที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลบวกต่อกำไรมากกว่า นอกจากนี้ LHS คาดว่า OR จะจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ 0.40 บาท เนื่องจากมีกระแสเงินสดในมือจำนวนมากและคาดว่ากำไรปีนี้จะเติบโตสูง
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือ ปริมาณการขายน้ำมันที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นต่อลิตรที่ต่ำกว่าคาดการณ์จากผลขาดทุนสต๊อกและการแข่งขัน