บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
BAM พลิกโฉมธุรกิจ AMC ปี 2568 ด้วยกลยุทธ์ใหม่ ดันผลกำไรโตกระโดด!
P/E 11.66 YIELD 4.38 ราคา 8.00 (0.00%)OK ครับ นี่คือสรุปเนื้อหาจากการประชุม Oppday ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM) ไตรมาส 2 ปี 2568 ตามโครงสร้างที่คุณกำหนด:
BAM พลิกโฉมธุรกิจ AMC ปี 2568 ด้วยกลยุทธ์ใหม่ ดันผลกำไรโตกระโดด!
สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาสรุปผลการประชุม Oppday ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 กันครับ ซึ่งมีการประกาศผลการดำเนินงานและแนวโน้มที่น่าสนใจหลายประการเลยทีเดียว
- ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
- โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
- ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
- วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
- แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
บริษัทรายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ที่ 1,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 184% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 1,511 ล้านบาท
ROA อยู่ที่ 4.39% และ ROE อยู่ที่ 5.07%
Debt to Equity Ratio อยู่ที่ 2.06 เท่า และต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 3.51%
การจัดเก็บเงิน (Collection) ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 6,962 ล้านบาท แบ่งเป็น NPL 4,260 ล้านบาท และ NPA 2,702 ล้านบาท ทำให้ครึ่งปีแรกมีผลเรียกเก็บ 11,154 ล้านบาท
บริษัทแบ่งธุรกิจเป็น 2 แกนหลัก คือ NPL (การเรียกเก็บหนี้, ปรับโครงสร้างหนี้) และ NPA (ทรัพย์สินรอการขาย)
ใช้ Automation มากขึ้นในกระบวนการเรียกเก็บหนี้ และ Activate สิ่งที่เรียกว่า "โรงงานแก้หนี้" โดยแบ่งชั้นหนี้เป็น 3 สายพาน (หนี้ส่วนบุคคล, SME, Corporate)
Spin-off ธุรกิจ FA Center (Financial Advisor) เพื่อหาทางรอดให้กับลูกหนี้ และนำเสนอ RPL (Re-Performing Loan)
เปิดจักรวาล BAM ให้กับ Developer โดยใช้ Concept 6+6 สำหรับทรัพย์มูลค่าต่ำกว่า 3 ล้านบาท และ Partner กับ Bangkok Asset สำหรับทรัพย์ขนาดกลาง
Focus ในมูลค่าทรัพย์ที่เกิน 50 ล้านบาท โดยเฉพาะที่ดินเปล่า ที่สามารถ Develop ในมุม Consortium เพื่อเป็นโครงการขนาดใหญ่
การชะลอตัวของการปิดยอดของลูกหนี้ขนาดกลาง
เชิญชวนลูกหนี้ให้เข้ามาเจรจาหาข้อยุติ และมี Program ช่วยเหลือให้ได้ที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูธุรกิจ
สำหรับลูกหนี้ผ่อนชำระรายใหม่ในไตรมาส 2 สามารถเพิ่มได้มากกว่า 500 ราย ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ 1,449 ราย คิดเป็น 48% ของเป้าหมาย
สำหรับ NPA มีการขายทรัพย์ทั้งสิ้น 692 รายการ ทำให้ครึ่งปีแรกขายได้ 1,434 รายการ ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 91% เมื่อเทียบกับราคาประเมินทรัพย์
คาดการณ์ว่าปริมาณหนี้ที่กำลังดูข้อมูลอยู่ประมาณ 80,000 กว่าล้านบาท และสถาบันการเงินจะเอาหนี้ออกมาขายเพิ่มประมาณ 100,000 ล้านบาท ทำให้ Supply ของหนี้ในครึ่งปีหลังน่าจะอยู่ที่ประมาณ 200,000 ล้านบาท
BAM คาดว่าจะเข้าร่วมในการประมูลซื้อหนี้ประมาณ 30,000 ล้านบาท และชนะการประมูลประมาณครึ่งหนึ่ง โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 3,000 ล้านบาท
ยอดรวมการลงทุนในปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท
ตั้งเป้าหมายผลเรียกเก็บที่ 17,500 ล้านบาท
ปี 2568 จะเป็นปีของ BAM Transformation โดยใช้ Automation, Core System ตัวใหม่, และ Partner ต่างๆ
[เริ่ม Q&A Session นาทีที่ 42.43]
- Clean Loan (หนี้คงเหลือจากการขายทอดตลาด):
- ลูกหนี้รายใหญ่:
- MOU กับสถาบันการเงิน:
- การจัดตั้ง Holding:
- การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการบัญชี:
- การบริหารจัดการ JV AMC:
- ตลาดอสังหาริมทรัพย์:
- ภาพรวมเศรษฐกิจ:
- เป้าหมายผลเรียกเก็บ:
- นโยบายดูแลผู้ถือหุ้น:
- เป้าหมายปีหน้า:
คำถาม: หนี้คงเหลือ (Clean Loan) มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง
คำตอบ (CEO): Clean Loan ใน Portfolio ของ BAM อาจไม่ตรงกับนิยามทั่วไป เป็น Residual Debt หลังจากการตีทรัพย์ชำระหนี้ ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บไว้ทำ DTA (Deferred Tax Assets) เพื่อใช้ตัดภาษี
คำถาม: ลูกหนี้รายใหญ่ 10 อันดับแรก จะสามารถเคลียร์ออกไปได้ปีละรายสองรายหรือไม่
คำตอบ (CEO): ตั้งใจจะนำทรัพย์ชิ้นใหญ่ออกจาก Portfolio ปีละ 5 ชิ้น และทำ Due Diligence เพื่อปรับ refinance หรือ re-sale ให้ได้ 2-3 ชิ้น
คำถาม: มี Update เกี่ยวกับการทำ MOU กับสถาบันการเงิน เพื่อปล่อยสินเชื่อให้พนักงานรัฐวิสาหกิจหรือไม่
คำตอบ (CEO): กำลังคุยกับรัฐวิสาหกิจกลุ่มพลังงาน และทำ Due Diligence เพื่อทำ MOU คาดว่า Partner ที่เป็น Lender จะไม่มีปัญหา แต่ต้องดูว่าทรัพย์ของ BAM สามารถสร้างสวัสดิการให้รัฐวิสาหกิจได้เต็มประโยชน์หรือไม่
คำถาม: บริษัทมีแนวนโยบายในการจัดตั้ง Holding หรือไม่
คำตอบ (CEO): ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า การ Transform ตัวเองไปเป็น Holding น่าจะเป็นหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนให้กับ BAM เพื่อดูแลและจัดสรรเงินทุน ทรัพย์สิน ให้ลูกแต่ละคน (บริษัทในเครือ) ในสัดส่วนที่เหมาะสม
คำถาม: จะมีการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการบัญชีที่ทำอยู่ขณะนี้หรือไม่
คำตอบ (CFO): มาตรฐานปัจจุบันคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่เป็นตัวใหญ่ๆ อีกแล้ว ตัวเลขในงบการเงินของ BAM เชื่อถือได้และผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีแล้ว
คำถาม: จะมีโอกาสรับพอร์ตเพิ่มใน JV AMC หรือไม่ และมีแนวโน้มผลการดำเนินงานเป็นอย่างไร
คำตอบ (CEO): ใน Q3 และ Q4 คาดว่า JV จะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น เนื่องจาก Clean Loan ที่ได้มามี Quality ค่อนข้างดีมาก
คำถาม: ตอนนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างไรบ้าง และภาพรวมตลาดของการเช่าด้วย
คำตอบ (CEO): เตรียม Launch ผลิตภัณฑ์ใหม่ "ทรัพย์มหาชน" ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2568 เพื่อแก้ Pain Point ในตลาด โดยเปิดให้ลูกค้าผ่อนตรงกับ BAM ได้ และกำลังทำ MOU กับสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อ Resell และ Rerent
คำถาม: ภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการเมืองที่ไม่แน่นอน จะมีผลกระทบต่อธุรกิจอย่างไรบ้าง และมุมมองของตลาดบ้านมือสองเป็นอย่างไร
คำตอบ (CEO): ตลาดบ้านมือสองแซงตลาดบ้านมือหนึ่งไปแล้ว และ BAM มี Market Share อยู่ประมาณ 47% ของ AMC ในประเทศไทย ในปีหน้า หนี้อาจจะเข้ามามาก แต่ด้วย Model ใหม่ของ BAM ทำให้เชื่อมั่นว่าบริษัทมีทางรอด
คำถาม: เป้าหมายผลเรียกเก็บที่ 17,800 ล้านบาท มีความมั่นใจมากเพียงใด
คำตอบ (CEO): ตัวเลข 17,000-18,000 ล้านบาท น่าจะเป็น Base Case และยังคงอยู่ในวิสัยที่สามารถทำได้
คำถาม: แนวโยบายในการดูแลผู้ถือหุ้นเป็นอย่างไร
คำตอบ (CEO): BAM ยังคงมีการดูแลผู้ถือหุ้นอย่างดีมาก และมี Return ย้อนหลังประมาณ 5.5% ใน 3 ปีที่ผ่านมา และ 6.49% ใน 2 ปีที่ผ่านมา
คำถาม: มองเป้าหมายของปีหน้าเป็นอย่างไรบ้าง
คำตอบ (CEO): ในปีหน้า หนี้อาจจะเข้ามามาก แต่ด้วย Model ใหม่ของ BAM ทำให้เชื่อมั่นว่าบริษัทมีทางรอด
โดยสรุปแล้ว BAM กำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อรับมือกับความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ ในตลาดบริหารสินทรัพย์ โดยเน้นการสร้างความชัดเจนในแผนธุรกิจ การใช้เทคโนโลยี และการสร้างพันธมิตร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น