QTCG เผยผลประกอบการ Q2/2568 กำไรสุทธิ 4.56 ล้านบาท เร่งปรับกลยุทธ์ ขยายฐานลูกค้าใหม่ เพิ่มการเติบโตอย่างยั่งยืน

P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 0.14 (0.00%)

QTCG เผยผลประกอบการ Q2/2568 กำไรสุทธิ 4.56 ล้านบาท เร่งปรับกลยุทธ์ ขยายฐานลูกค้าใหม่ เพิ่มการเติบโตอย่างยั่งยืน

สวัสดีค่ะ นักลงทุนทุกท่าน พบกับการนำเสนอผลการดำเนินงานประจำงวดไตรมาสที่ 2 ของบริษัท QTCG จำกัด (มหาชน) รวมถึงรายงานความคืบหน้าและแนวทางการแก้ไขสถานะเครื่องหมาย CB

บริษัท QTCG ประกอบธุรกิจรับเหมาติดตั้งวิศวกรรมระบบภายในอาคารแบบครบวงจร ได้แก่ ระบบไฟฟ้าและการสื่อสาร ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ระบบสุขาภิบาลและระบบประปา และระบบป้องกันอัคคีภัยภายในอาคาร บริษัทเปิดดำเนินการมากว่า 20 ปี มีความเชี่ยวชาญการติดตั้งงานระบบในทุกอุตสาหกรรม เช่น อาคารสำนักงาน อาคารหอประชุม อาคารเรียน โรงแรม อาคารห้องพัก ห้องชุดพักอาศัย ศูนย์การค้า โรงพยาบาล และศูนย์เก็บรวบรวมข้อมูล (Data Center)

  1. **ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):**

รายได้ค่าก่อสร้างในไตรมาสที่ 2/2568 ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 เนื่องจากบางโครงการเสร็จและส่งมอบให้ลูกค้าบางส่วน หากเทียบกับไตรมาส 2 ของปีก่อน รายได้ลดลง 44% เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่ของบริษัทในปัจจุบันเป็นโครงการระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี และมีมูลค่าน้อยกว่าโครงการระยะยาว

อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสที่ 2/2568 เพิ่มขึ้น 8.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 เนื่องจากโครงการใหม่ที่เข้ามาเป็นโครงการระยะสั้น ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนค่อนข้างสูงกว่าโครงการระยะยาว ซึ่งก็สอดคล้องกับ 6 เดือนแรกของปีนี้เทียบกับปีที่แล้ว

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาสที่ 2/2568 เพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสที่ 1 เนื่องจากมีเบี้ยปรับเงินเพิ่มจากการจ่ายชำระหนี้ล่าช้า ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางของพนักงานเพิ่มขึ้นจากการเดินทางไปดูงานตามไซต์งานต่างจังหวัด

ต้นทุนทางการเงินปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากการจ่ายชำระเงินกู้ยืมระยะสั้นให้แก่ธนาคารอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เงินต้นลดลง ทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยลดลง

เมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกของปีนี้กับปีที่แล้ว ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลงประมาณ 18% เนื่องมาจากไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และนโยบายของบริษัทในการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ค่าเช่าสำนักงานสาขา ค่าเช่ารถ

กำไรสุทธิในไตรมาสที่ 2/2568 อยู่ที่ 4.56 ล้านบาท มีอัตรากำไรสุทธิ 6% หากเทียบกับไตรมาสที่ 1 ที่ขาดทุนสุทธิ 6.14 ล้านบาท และไตรมาส 2/2567 ที่ขาดทุน 26 ล้านบาท สาเหตุหลักที่ทำให้มีกำไรสุทธิมาจากการมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น มีการตัดจำหน่ายเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่ค้างนานเกิน 2 ปี ออกไปจำนวน 5.8 ล้านบาท และการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้การค้าจำนวน 5.5 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทสามารถเก็บเงินจากลูกหนี้รายดังกล่าวได้

สินทรัพย์รวมลดลง 5% เนื่องจากโครงการใหม่ในไตรมาสที่ 2 เป็นโครงการระยะสั้น ซึ่งมีการก่อสร้างอย่างเร่งด่วน ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 35 ล้านบาท เพื่อใช้ในการก่อสร้างและซื้อสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น

หนี้สินรวมลดลง 6% เนื่องจากการตัดจำหน่ายเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่มียอดคงค้างนานเกิน 2 ปี จำนวน 5.8 ล้านบาท บวกกับการจ่ายชำระเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวกับธนาคารอย่างสม่ำเสมอ

ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 2% เป็นผลมาจากอัตรากำไรสุทธิในไตรมาสที่ 2 ปรับตัวเป็นบวก 4.5 ล้านบาท แต่โดยรวมแล้วในงวด 6 เดือน อัตรากำไรสุทธิยังคงขาดทุนสะสมอยู่ที่ 1.5 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนของผู้ถือหุ้นมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 35.13 เมื่อเทียบกับทุนชำระแล้ว

  1. **โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):**

บริษัทมีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด โดยนอกเหนือจากการให้บริการงานก่อสร้างที่มีอยู่ในปัจจุบันในกลุ่มลูกค้าเดิม ยังมุ่งเน้นการขยายฐานในกลุ่มลูกค้าใหม่ในภาคเอกชนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงปรับกลยุทธ์เป็นการทำโครงการก่อสร้างระยะสั้นและระยะกลาง เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

บริษัทมีแผนเสนอขายห้องชุดทั้งหมดให้กับนักลงทุนรายย่อย คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีนี้

  1. **ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):**

สัดส่วนของผู้ถือหุ้นมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 35.13 เมื่อเทียบกับทุนชำระแล้ว ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวไม่ถึงร้อยละ 50 ทำให้บริษัทต้องจัดทำแผนการจัดการสภาพคล่องและภาระหนี้ในปัจจุบันและในอนาคต

  1. **วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):**

บริษัทได้มีการเร่งติดตามการรับชำระหนี้จากกลุ่มลูกค้าที่บริษัทได้ประมาณการค่าเผื่อไว้ โดยในระหว่างงวดที่ผ่านมา บริษัทสามารถเร่งติดตามลูกหนี้การค้าที่ค้างและที่ถูกตั้งค่าเผื่อไปแล้วตอนปลายปี 2567 กลับมาได้ประมาณ 9 ล้านบาท

บริษัทได้ปรับลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ซึ่งประกอบไปด้วยการปรับลดค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าเช่าสำหรับสำนักงานสาขา ค่าเช่ารถ รวมถึงการปรับลดค่าใช้จ่ายในการบริหารธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่ารับรอง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายขายและบริหารสำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568 มีมูลค่าลดลง 6.86 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

บริษัทมีการปรับกลยุทธ์ โดยการให้ความสำคัญกับการทำโครงการก่อสร้างระยะสั้นและระยะกลาง

บริษัทมีบริษัท ย่อยได้ดำเนินการลดทุนจดทะเบียนลงจากเดิม 80 ล้านบาท เหลือเป็นทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาใช้บริหารสภาพคล่องของกลุ่มบริษัท

  1. **แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):**

บริษัทนำเสนอ current ratio จะเห็นได้ว่าในปี 2567 current ratio อยู่ที่ 0.68 แต่งวด 6 เดือนปีนี้อยู่ที่ 0.77 ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการลดภาระค่าใช้จ่ายและหนี้สินต่างๆ

DE ratio ตอนปีที่แล้วปี 2567 DE ratio อยู่ที่ 4.36 แต่งวดนี้ DE ratio อยู่ที่ 3.95 ถือว่าปรับตัวลดลงจากปีที่ผ่านมา

ส่วนต่างที่ต้องปรับปรุงเพื่อให้แก้ไขปัญหาเครื่องหมาย CB จะอยู่ที่ 45,409,157 บาท

ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [ระบุเวลาที่เริ่ม Q&A ด้วย นาทีที่เท่าไหร่]

สรุป

QTCG มีผลประกอบการที่ดีขึ้นในไตรมาส 2/2568 โดยมีกำไรสุทธิ 4.56 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิ 6% บริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด โดยมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าใหม่ในภาคเอกชนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงปรับกลยุทธ์เป็นการทำโครงการก่อสร้างระยะสั้นและระยะกลาง เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายในการเพิ่มสัดส่วนของผู้ถือหุ้นให้เกินร้อยละ 50 เพื่อแก้ไขปัญหาเครื่องหมาย CB

โพสต์ล่าสุด