บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
ถอดรหัส OPPDAY THANA: เจาะลึกผลประกอบการ Q2/2568 และทิศทางอนาคต
P/E -100.00 YIELD 2.58 ราคา 1.59 (0.00%)
ถอดรหัส OPPDAY THANA: เจาะลึกผลประกอบการ Q2/2568 และทิศทางอนาคต
สวัสดีครับ พบกับการสรุปผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 ของ บมจ. ธนาสิริ กรุ๊ป โดยคุณสุทธิรักษ์ เสถียรภาพผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณธนิศร นิติสาโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview)
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป เผชิญกับความท้าทายท่ามกลางสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ผันผวน แต่ยังคงสามารถสร้างยอดขายที่น่าพอใจได้ การปรับกลยุทธ์ส่งเสริมการขายช่วยให้ยอดจองเติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ยอดโอนกรรมสิทธิ์ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไข
ตัวเลขสำคัญ:
- ยอดขายสุทธิ (Net Pre-sale) ไตรมาส 2: 373 ล้านบาท
- สัดส่วนยอดขาย: บริษัทฯ เอง 242 ล้านบาท, บริษัทร่วมทุน 131 ล้านบาท (35% ต่อ 65%)
- ยอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 48% จากไตรมาสก่อนหน้า
- ยอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
- ยอดการยกเลิก (Cancellation Rate): 21% (ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและปีที่แล้ว)
- รายได้รวมครึ่งปีแรก: 536 ล้านบาท (ลดลง 12% จากปีที่แล้ว)
- กำไรสุทธิครึ่งปีแรก: ติดลบ 8 ล้านบาท
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities)
บริษัทฯ มองเห็นโอกาสในการพัฒนาโครงการขนาดเล็ก (Pocket Project) และโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่ม บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาโครงการที่หลากหลาย
กลยุทธ์:
- มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม
- ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการ
- ให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและแตกต่าง
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges)
บริษัทฯ เผชิญกับความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว, การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอสังหาริมทรัพย์, และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อยอดโอนกรรมสิทธิ์และกำไรของบริษัทฯ
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation)
บริษัทฯ ใช้กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง:
- บริหารจัดการสต็อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
- ควบคุมต้นทุนทางการเงินและภาระหนี้สิน
- ปรับปรุงกลยุทธ์การตลาดและส่งเสริมการขายให้สอดคล้องกับสถานการณ์
- ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าและสร้างความพึงพอใจ
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends)
บริษัทฯ คาดการณ์ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังคงมีความท้าทายในระยะสั้น แต่เชื่อมั่นว่าด้วยกลยุทธ์ที่เหมาะสมและทีมงานที่มีความสามารถ จะสามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวได้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) [เริ่ม 1:01:30]
- ผลกระทบจากเศรษฐกิจซบเซาและแนวทางของบริษัท
คำถาม: จากสถานการณ์ปัจจุบันที่เศรษฐกิจยังคงซบเซาอยู่ ทางบริษัทมีผลกระทบหรือมีแนวทางอย่างไรบ้าง?
คำตอบ: บริษัทเน้นการระบายสต็อก, ดูแลภาระหนี้สิน และให้ความสำคัญกับสภาพคล่องทางการเงิน แม้เศรษฐกิจจะซบเซา แต่บริษัทก็บริหารจัดการได้ดี และมองหาโอกาสในการลงทุนเพิ่มเติม
- อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate)
คำถาม: Rejection Rate ของบริษัทเป็นอย่างไรบ้างเมื่อเทียบกับภาพรวม?
คำตอบ: ธนาคารมีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ บริษัทมีนโยบายดูแลเรื่องสินเชื่อรายย่อยให้ลูกค้าก่อน ตัวเลขเฉลี่ยของบริษัทอยู่ที่ 12% กลุ่มราคา 5-10 ล้านบาทมีอัตราปฏิเสธสินเชื่อ 40-50% บริษัทพยายามบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบ
- ผลกระทบจากปัญหาด้านแรงงาน
คำถาม: ปัญหาทางด้านแรงงานส่งผลกระทบอย่างไรต่อบริษัทหรือไม่?
คำตอบ: สินค้าส่วนใหญ่ของบริษัทใกล้จะเสร็จแล้ว ปัญหาแรงงานจึงไม่กระทบมากนัก บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ดี และพร้อมรับรู้รายได้หากสถานการณ์กลับมาดีขึ้น
- ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง
คำถาม: อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดลงจะส่งผลให้ลูกค้าตัดสินใจในการซื้อบ้านมากขึ้นไหม?
คำตอบ: ดอกเบี้ยที่ลดลงอาจช่วยให้ลูกค้าเบาใจได้บ้าง แต่ความกังวลเรื่องรายได้ในอนาคตอาจทำให้ลูกค้ายังชะลอการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีนโยบายส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ
- แผนการเปิดโครงการใหม่ในปีนี้
คำถาม: จะมีโครงการเปิดใหม่ในปีนี้เพิ่มอีกไหม ถ้ามีจะเป็นโครงการร่วมทุนหรือว่าบริษัทลงทุนเอง?
คำตอบ: บริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนโครงการที่ลงทุนเองให้มากขึ้น อย่างน้อย 50-50% ในปีหน้า บริษัทมองเห็นโอกาสในโครงการขนาดเล็ก (Park Privet) ที่ได้รับการตอบรับที่ดี และมีแผนจะเพิ่มพอร์ตโครงการประเภทนี้
- แผนการซื้อที่ดินในอนาคต
คำถาม: แผนการซื้อที่ดินในอนาคต และบริษัทมี ยังโฟกัสทำเลเดิมหรือว่าขยายไปในทำเลใหม่ไหมครับ?
คำตอบ: บริษัทกำลังพูดคุยเรื่องที่ดินหลายแปลง และจะเพิ่มสัดส่วนของธนาสิริเองมากขึ้น โดยที่นนทบุรี ยังเป็นทำเลหลัก และมีแผนขยายไปยังทำเลใหม่ๆ เช่น พระราม 9 หากสถานการณ์ครึ่งปีหลังดีขึ้น คาดว่าจะมีโครงการใหม่ในปีหน้าไม่ต่ำกว่า 2 โครงการ
หัวข้อที่ถามและคำตอบที่ผู้บริหารตอบในคลิป:
- เศรษฐกิจซบเซา vs. กลยุทธ์ THANA
- เจาะลึก Rejection Rate
- แรงงานขาดแคลน กระทบ THANA แค่ไหน?
- ดอกเบี้ยขาลง กระตุ้นยอดขาย?
- THANA ลุยเปิดโครงการใหม่ปี 2568
- อนาคต THANA: ที่ดิน, ทำเล, โอกาส
โดยสรุป ธนาสิริ กรุ๊ป ยังคงมุ่งมั่นที่จะเผชิญกับความท้าทายและคว้าโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุน, สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า, และพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด