THCOM ชูธง SPACETECH ปี 2568: ผลงาน Q2 และทิศทางอนาคต

P/E 100.99 YIELD 0.00 ราคา 9.20 (0.00%)

THCOM ชูธง SPACETECH ปี 2568: ผลงาน Q2 และทิศทางอนาคต

สวัสดีนักลงทุนทุกท่าน บริษัทไทยคมได้นำเสนอผลประกอบการไตรมาส 2 ของปี 2568 พร้อมอัปเดตโครงการต่าง ๆ โดยมีผู้บริหารระดับสูง 3 ท่าน ได้แก่ คุณปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, ดร. ปิยวัฒน์ จริยเศรษฐพงศ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการค้า, และคุณอนิวัต สงวนทรัพยากร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน

1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview)

ไทยคมมุ่งเน้นธุรกิจ SpaceTech มา 3 ปี และประสบความสำเร็จในการทำโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอน หรือ Carbon Watch ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่วัดปริมาณการดูดซับคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำกว่าวิธีเดิมที่ใช้คน

  • เซ็นสัญญากับ Global Green Chemical (GGC) ภายใต้ ปตท. เพื่อวัดผลการปลูกปาล์มน้ำมัน และประเมินการดูดซับคาร์บอน
  • เซ็นสัญญากับ CPAC ภายใต้ปูนซีเมนต์ไทย และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อวัดพื้นที่ป่าในจังหวัดลำปาง โดยใช้เทคโนโลยี Carbon Watch
  • สนับสนุนกองทัพไทยในการสื่อสารในพื้นที่ชายแดน โดยส่งอุปกรณ์สื่อสารดาวเทียมหลายชุดให้กับกองทัพภาคที่ 2

2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities)

บริษัทมองเห็นโอกาสในการใช้เทคโนโลยี SpaceTech เพื่อสร้างรายได้ใหม่ ๆ และขยายฐานลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่ต้องการวัดและจัดการคาร์บอน

  • การสนับสนุนบริษัทอย่าง GGC ให้ comply กับมาตรฐานใหม่ของยุโรป (EUDR)
  • การใช้เครื่องมือวัดคาร์บอนร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่ในการประเมินพื้นที่ป่า
  • การให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียมในพื้นที่ชายแดน

3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges)

มีความท้าทายในการสื่อสารในพื้นที่ชายแดนเนื่องจากสัญญาณที่เป็นจุดบอด และไม่สามารถใช้ระบบมือถือหรือระบบอื่น ๆ ได้

4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation)

  • ใช้การสื่อสารผ่านดาวเทียมเป็นทางเลือกหลักในการสื่อสารในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย โดยลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 10% ระหว่างไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปี 2568

5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends)

บริษัทกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและมีฐานลูกค้าใหม่ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มขึ้น 5-10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และเน้นการสร้าง Core Profit ให้มากที่สุด

  • โครงการ USO เฟส 3 ของ กสทช. ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีการประมูลในไตรมาส 3 และแจ้งผู้ชนะภายในสิ้นปี 2568 หรือไตรมาส 4
  • การให้บริการดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) กับ GlobalStar โดยมุ่งเน้นที่กรมป่าไม้และอุทยานแห่งชาติ รวมถึงการติดตามเรือ
  • การใช้ตำแหน่งวงโคจร 50.5 ที่ได้มาใหม่ โดยลากดาวเทียมดวงเก่ามาอยู่ในตำแหน่งนี้แล้ว

6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) [00:27:05]

แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาสที่ 3

บริษัทจะทยอยรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากโครงการที่ประสบความสำเร็จ และมีการเติบโตอย่างเป็นลำดับ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มขึ้น 5-10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

รายได้จากโครงการควบคุมดาวเทียมไทยคม 4 และ 6

มีสัญญาระยะเวลาประมาณปีครึ่งถึงสิ้นปีหน้า และมองว่ามีโอกาสที่จะเป็นการบริการแบบต่อเนื่อง

รายได้ที่ลดลงจากโครงการ USO 2

กสทช. แบ่งลักษณะของผู้รับงานเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือผู้ให้บริการเอกชนทั่วไป ซึ่งส่วนหนึ่งกลับมาใช้บริการแล้ว และอีกครึ่งหนึ่งจะเข้ามาในไตรมาส 3 ส่วนที่สองคือ กสทช. กับโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งจะเริ่มกลับมาให้ประมูลหรือให้บริการอีกครั้งในไตรมาส 4

โครงการ USO ระยะที่ 3

อยู่ในระหว่างการทำ Public Hearing และคาดว่าจะประกาศ TOR ภายในไตรมาส 3 มูลค่าโครงการทั้งหมดประมาณ 5,000 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี

รายได้จาก GEO ลดลง

รายได้ที่ลดลงมาจาก Broadcasting โดยเฉพาะเรื่องของวิดีโอ แต่ Uthelsat ได้รับงานเพิ่มเติมจากทางด้านความมั่นคงทั้งในยุโรปและอเมริกา

ตำแหน่งวงโคจร 50.5

หลังจากได้ตำแหน่งแล้ว ได้นำดาวเทียมดวงเก่าดวงหนึ่งจากพันธมิตรลากมาอยู่ในตำแหน่งที่ 50.5 แล้ว และกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการให้บริการ

ตำแหน่ง 51 และ 142

บริษัทลูกของไทยคมได้ยื่นข้อเสนอให้ กสทช. แล้ว และ กสทช. กำลังพิจารณาข้อเสนออยู่ คาดว่าภายในอีกไม่กี่เดือนน่าจะมีคำตอบ

ตำแหน่ง 78.5

กำลังศึกษาดาวเทียมที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่ง 78.5 ซึ่งเป็นตำแหน่งยุทธศาสตร์ของประเทศไทย โดยมีดาวเทียมไทยคม 6 และไทยคม 8 อยู่ และศึกษาดาวเทียมดวงใหม่อยู่

โดยสรุป ไทยคมยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี SpaceTech และแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในขณะที่ยังคงรักษาประสิทธิภาพในการดำเนินงานและบริหารจัดการค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับโครงการ USO และการใช้ประโยชน์จากตำแหน่งวงโคจรต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้และกำไรในอนาคต

โพสต์ล่าสุด