บริษัท วโรปกรณ์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
3.98
+0.06 (+1.53%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3300 out_tok=2169 at=2026-07-26T12:34:46 -->
# VARO พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/2565 รับผลกระทบค่าเงินบาทอ่อน-ต้นทุนพลังงานพุ่ง
## รายได้ขายโต 48% แต่ต้นทุนพุ่งเกินคาด ฉุดกำไรสุทธิขาดทุนเพิ่ม
บริษัท วโรปกรณ์ จำกัด (มหาชน) หรือ VARO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 59.75 ล้านบาท หรือ 0.60 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโตถึง 48.21% มาอยู่ที่ 933.45 ล้านบาท โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากต้นทุนขายที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 27% และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงถึง 52.22 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ VARO ในไตรมาส 3 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนขายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากจนแซงหน้าการเติบโตของรายได้ และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาท** โดยบริษัทมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 48.21% แต่ต้นทุนขายกลับเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่า ทำให้ต้นทุนขายต่อยอดขาย (Cost of Sales to Sales Ratio) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 97.18% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 99.71% ส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 59.75 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น** เป็นผลมาจาก **ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น** ประกอบกับ **ปริมาณการผลิตและขายที่ลดลง** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร** ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 20.04 ล้านบาท เป็น 24.79 ล้านบาท และ **ต้นทุนทางการเงิน** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 4.3 ล้านบาท เป็น 12.51 ล้านบาท เนื่องจากการกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และกำไรสุทธิ
ในส่วนของ **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** เกิดจากการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งมีมูลค่าถึง 52.22 ล้านบาท แม้จะมีกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์เข้ามาช่วยบางส่วนที่ 29.24 ล้านบาท แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่ารายได้จากการขายเพิ่มขึ้น แต่ก็ระบุว่ามี **การลดลงของปริมาณความต้องการในสินค้าของบริษัท** ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการผลิตและขายในไตรมาสถัดไป นอกจากนี้ **ต้นทุนพลังงาน** ยังคงเป็นปัจจัยที่ผันผวนและอาจส่งผลกระทบต่อเนื่อง ในขณะที่ **อัตราแลกเปลี่ยน** ก็มีความไม่แน่นอนสูง การที่บริษัทมี **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น** จากการกู้ยืมและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและภาระดอกเบี้ยได้อย่างไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายเติบโต 48.21%** มาอยู่ที่ 933.45 ล้านบาท
* **ขาดทุนสุทธิ 59.75 ล้านบาท** หรือ 0.60 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
* **ต้นทุนขายพุ่งสูงขึ้น** ทำให้ต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มเป็น 99.71%
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 52.22 ล้านบาท** จากการอ่อนค่าของเงินบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 3 เท่า** จาก 4.3 ล้านบาท เป็น 12.51 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท วโรปกรณ์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 933.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.21% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 8.04% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ต้นทุนขายอยู่ที่ 930.71 ล้านบาท คิดเป็น 99.71% ของยอดขาย ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 97.18% ในปีก่อน และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 96.44% ในไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และปริมาณการผลิตและขายที่ลดลง ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นจาก 20.04 ล้านบาท เป็น 24.79 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจาก 4.3 ล้านบาท เป็น 12.51 ล้านบาท เนื่องจากการกู้ยืมและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น บริษัทมีรายได้อื่น 3.27 ล้านบาท ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 52.22 ล้านบาท และกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ 29.24 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 59.75 ล้านบาท หรือ 0.60 บาทต่อหุ้น
## โอกาส
* การเติบโตของรายได้จากการขาย 48.21% บ่งชี้ถึงความสามารถในการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดหรือการขยายฐานลูกค้า
* มีรายได้อื่นและกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ ซึ่งอาจช่วยลดผลกระทบจากผลขาดทุนหลักได้บ้าง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น** และ **ปริมาณการผลิตและขายที่ลดลง** ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **การอ่อนค่าของเงินบาท** สร้างผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมาก
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** จากการกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เพิ่มภาระให้กับบริษัท
* **ความต้องการสินค้าที่ลดลง** อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มต้นทุนพลังงานและผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท และผลกระทบต่อผลขาดทุน/กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและภาระหนี้สิน
* ปริมาณความต้องการสินค้าของบริษัท และแนวโน้มการผลิตและขายในไตรมาสถัดไป
* กลยุทธ์ของบริษัทในการรับมือกับแรงกดดันด้านต้นทุนและอัตรากำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารระบุว่าปริมาณการผลิตและขายลดลง ซึ่งบ่งชี้ถึงอัตราการใช้กำลังการผลิตที่อาจลดลง ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book ในเอกสาร
* **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุเพียงต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุดิบหลักอื่นๆ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้
* **การส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกโดยตรง แต่การอ่อนค่าของเงินบาทอาจส่งผลดีต่อผู้ส่งออกหากมีรายได้เป็นสกุลเงินต่างประเทศ
* **ค่าเงิน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมากต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** บ่งชี้ถึงการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น หรือต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อภาระหนี้สินและอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio)
* **กระแสเงินสด:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินในเอกสาร
## สรุปท้าย
VARO เผชิญแรงกดดันอย่างหนักในไตรมาส 3 ปี 2565 จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น การอ่อนค่าของเงินบาท และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น แม้รายได้จากการขายจะเติบโต แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นได้ ส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ การบริหารจัดการต้นทุน การรับมือกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และการบริหารจัดการภาระหนี้สิน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ VARO ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
677.12
ล้านบาท
↓ 18.2% YoY
กำไรขั้นต้น
59.71
ล้านบาท
↓ 18.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.82
%
กำไรสุทธิ
21.99
ล้านบาท
↓ 50.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.25
%
D/E Ratio
1.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
677
↓ -18.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
60
↓ -18.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↓ -50.3%
YoY
D/E Ratio
1.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — VARO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.18
ROE (%)
7.29
ROA (%)
4.72
Book Value/หุ้น
10.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — VARO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-339
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — VARO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-338.52
+11.84%
|
-302.68
+58.42%
|
-191.06
-148.67%
|
392.56
-159.84%
|
-656.07
-14,487.50%
|
4.56
-95.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7.78
-72.44%
|
28.23
+477.30%
|
4.89
-110.83%
|
-45.16
+29.32%
|
-34.92
+183.90%
|
-12.30
-91.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-26.29
-119.48%
|
134.98
-36.42%
|
212.29
-167.90%
|
-312.66
-145.00%
|
694.79
+7,680.40%
|
8.93
-73.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-357.03
+155.97%
|
-139.48
-634.20%
|
26.11
-24.82%
|
34.73
+816.36%
|
3.79
+221.19%
|
1.18
-30.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
72.21
+5,497.67%
|
1.29
-97.12%
|
44.86
+342.84%
|
10.13
+59.78%
|
6.34
+22.87%
|
5.16
+49.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28.32
-60.78%
|
72.21
+5,497.67%
|
1.29
-97.12%
|
44.86
+342.84%
|
10.13
+59.78%
|
6.34
+22.87%
|