บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · กระดาษและวัสดุการพิมพ์
8.40
0.10 (1.18%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4012 out_tok=2246 at=2026-07-26T12:34:27 -->
# UTP กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 8.6% YoY รับแรงกดดันราคาขาย-ปริมาณวูบ
## รายได้-กำไร Q3/2565 หดตัวตามตลาดโลก ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากราคาขายและอุปสงค์ในประเทศชะลอตัว
บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UTP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 1,115.12 ล้านบาท ลดลง 5.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 197.96 ล้านบาท ลดลง 8.60% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 โดยปัจจัยหลักมาจากราคาขายรวมทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วตามสภาวะตลาดกระดาษโลก และการชะลอการสั่งซื้อของลูกค้าภายในประเทศจากภาวะเศรษฐกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ UTP ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **การปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วของราคาขายรวม (ASP)** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับการ **ชะลอตัวของปริมาณการขาย** จากลูกค้าภายในประเทศ ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลง 5.41% และกำไรสุทธิลดลง 8.60%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาขายรวมทั้งราคาเศษกระดาษทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วตามสภาวะตลาดกระดาษโลก ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไรของบริษัท นอกจากนี้ ปริมาณการขายยังได้รับผลกระทบจากการที่ลูกค้าภายในประเทศชะลอการสั่งซื้อ ซึ่งเป็นผลมาจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ การลดลงของราคาขายและปริมาณการขายนี้ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าขายเมื่อเทียบกับรายได้สูงขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 9.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากถ้อยคำของฝ่ายจัดการที่ระบุว่า "ราคาขายรวมทั้งราคาเศษกระดาษทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มีการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วตามสภาวะตลาดกระดาษโลก" และ "ลูกค้าภายในประเทศได้มีการชะลอการสั่งซื้อซึ่งเป็นผลมาจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ" บ่งชี้ว่าปัจจัยเหล่านี้มี **ลักษณะครั้งคราว** และขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลกและเศรษฐกิจในประเทศเป็นสำคัญ ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะยาวหรือไม่ ต้องติดตามแนวโน้มราคา commodity และภาวะเศรษฐกิจในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q3/2565** อยู่ที่ 1,115.12 ล้านบาท ลดลง 5.41% YoY
* **กำไรสุทธิ Q3/2565** อยู่ที่ 197.96 ล้านบาท ลดลง 8.60% YoY
* **กำไรขั้นต้น Q3/2565** อยู่ที่ 237.84 ล้านบาท ลดลง 9.79% YoY
* **อัตรากำไรสุทธิ Q3/2565** อยู่ที่ 17.75% ลดลงจาก 18.37% ใน Q3/2564
* **ปัจจัยหลัก:** ราคาขายรวมลดลงตามตลาดโลก และปริมาณการขายในประเทศชะลอตัว
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขาย 1,115.12 ล้านบาท ลดลง 5.41% เมื่อเทียบกับ 1,178.94 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 ขณะที่ต้นทุนสินค้าขายลดลง 4.15% ทำให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 237.84 ล้านบาท ลดลง 9.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 22.36% เป็น 21.33% (คำนวณจากตัวเลขที่ให้มา)
เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 9.87% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 5.99% อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยจ่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 34.15%
ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีอยู่ที่ 223.89 ล้านบาท ลดลง 10.05% และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 197.96 ล้านบาท ลดลง 8.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 17.75% ลดลงจาก 18.37% ในไตรมาส 3 ปี 2564
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q2/2565) รายได้จากการขายลดลง 17.71% และกำไรสุทธิลดลง 28.05% สะท้อนถึงผลกระทบที่รุนแรงกว่าจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาด
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดกระดาษโลก:** หากสภาวะตลาดกระดาษโลกกลับมาดีขึ้น ราคาขายและปริมาณการขายมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
* **การปรับตัวของเศรษฐกิจในประเทศ:** หากเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัว การชะลอการสั่งซื้อของลูกค้าภายในประเทศอาจคลี่คลายลง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาเศษกระดาษซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าขาย
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศ:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอาจส่งผลต่อเนื่องให้ความต้องการสินค้ากระดาษลดลง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาในตลาดกระดาษอาจรุนแรงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเศษกระดาษและราคาขายผลิตภัณฑ์กระดาษในตลาดโลก
* การฟื้นตัวของอุปสงค์จากลูกค้าภายในประเทศ
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่เป็นปัจจัยสำคัญของธุรกิจส่งออก)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้ลดลงและลูกค้าชะลอการสั่งซื้อ อาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันต่ออัตราการใช้กำลังการผลิต
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การชะลอการสั่งซื้อของลูกค้าภายในประเทศบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ Order Book อาจไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารกล่าวถึง "ราคาเศษกระดาษ" ที่ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก การลดลงนี้อาจส่งผลดีต่อต้นทุนหากบริษัทสามารถบริหารจัดการได้ แต่ก็สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่อ่อนแอ
* **GPM (Gross Profit Margin):** กำไรขั้นต้นลดลง 9.79% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 22.36% เป็น 21.33% (คำนวณจากตัวเลข) ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาขายที่ลดลงมากกว่าต้นทุน
* **การส่งออก:** เอกสารระบุว่าราคาขายในต่างประเทศปรับตัวลดลงเช่นกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดส่งออกก็ได้รับผลกระทบจากสภาวะตลาดโลก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่การที่บริษัทมีการขายทั้งในและต่างประเทศ ค่าเงินบาทที่ผันผวนย่อมส่งผลต่อรายได้และต้นทุนเมื่อแปลงเป็นเงินบาท
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลังโดยตรง แต่การที่ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อ อาจทำให้บริษัทต้องบริหารจัดการระดับสินค้าคงคลังอย่างระมัดระวัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาเป็นส่วนของงบกำไรขาดทุนเท่านั้น ไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงิน (สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น) หรือกระแสเงินสด (เงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน) จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
UTP เผชิญแรงกดดันจากสภาวะตลาดกระดาษโลกที่ราคาขายปรับลดลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการชะลอตัวของอุปสงค์ในประเทศ ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะลดลงตามราคาขาย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่อ่อนแอได้ การฟื้นตัวของผลประกอบการในอนาคตจะขึ้นอยู่กับทิศทางของราคา commodity และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UTP ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
876.34
ล้านบาท
↓ 7.8% YoY
กำไรขั้นต้น
147.63
ล้านบาท
↓ 9.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.85
%
กำไรสุทธิ
112.36
ล้านบาท
↓ 15% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.82
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
876
↓ -7.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
148
↓ -9.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
112
↓ -15%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UTP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
10.77
ROA (%)
12.28
Book Value/หุ้น
7.67
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UTP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-350
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UTP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-350.36
+6.45%
|
-329.14
-21.01%
|
-416.69
-131.54%
|
1,320.98
+119.93%
|
600.64
-45.61%
|
1,104.36
-2.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-13.36
-101.07%
|
1,250.54
-611.22%
|
-244.62
-66.83%
|
-737.57
+587.58%
|
-107.27
-176.90%
|
139.49
-133.87%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
196.82
-37.28%
|
313.79
+76.76%
|
177.52
-136.63%
|
-484.58
-6.37%
|
-517.55
-26.51%
|
-704.27
-9.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-166.89
-113.51%
|
1,235.18
-355.31%
|
-483.80
-589.53%
|
98.83
-508.56%
|
-24.19
-104.48%
|
539.58
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,181.85
+11.76%
|
1,057.45
+42.30%
|
743.11
+15.34%
|
644.28
-3.62%
|
668.47
+418.60%
|
128.90
-32.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,574.17
+33.20%
|
0.00
-100.00%
|
1,057.45
+42.30%
|
743.11
+15.34%
|
644.28
-3.62%
|
668.47
+418.60%
|