บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.22
0.01 (4.35%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3399 out_tok=2361 at=2026-07-26T11:39:12 -->
# TVT Q1/2566 กำไรสุทธิหดตัวแรง รับรายได้ผลิต-โฆษณาร่วง
## รายได้รวมวูบ 30% กดดันกำไรสุทธิขาดทุน หลังงานผลิตละคร-รายการลดลง ขณะที่เม็ดเงินโฆษณาทีวีหดตัว
ในไตรมาสที่ 1 ปี 2566 บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVT มีรายได้รวม 55.27 ล้านบาท ลดลง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการให้บริการที่ลดลง 25.55 ล้านบาท เนื่องด้วยจำนวนงานรับจ้างผลิตละครซีรีส์และรายการโทรทัศน์ที่ส่งมอบลดลง ประกอบกับรายได้โฆษณาลดลง 10.55 ล้านบาท จากการหยุดออกอากาศรายการโทรทัศน์หลัก 2 รายการ และภาวะตลาดโฆษณาทางโทรทัศน์ที่หดตัวลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำใหผลประกอบการของ TVT ในไตรมาส 1/2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างมากของรายได้จากการให้บริการ (งานผลิตละคร/รายการ) และรายได้โฆษณา** ซึ่งส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 6.55 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อาจมีกำไร (เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลขกำไรปีก่อน แต่ระบุว่าผลขาดทุนสุทธิในงวดนี้เกิดจากปัจจัยที่กล่าวมา)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการให้บริการลดลง:** สาเหตุหลักมาจากการที่จำนวนงานรับจ้างผลิตละครซีรีส์และรายการโทรทัศน์ที่บริษัทสามารถส่งมอบได้ในไตรมาสนี้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงปริมาณงาน (Volume) ที่ลดลง
* **รายได้โฆษณาลดลง:** เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) การหยุดออกอากาศรายการโทรทัศน์หลัก 2 รายการของบริษัทเอง และ 2) ภาวะตลาดโฆษณาทางโทรทัศน์โดยรวมที่หดตัวลง 10% ตามข้อมูลจาก Nielsen
การลดลงของรายได้ทั้งสองส่วนนี้ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนรวมที่ลดลงตามไปด้วย (ต้นทุนโฆษณาและต้นทุนบริการ) แต่การลดลงของรายได้มีสัดส่วนที่มากกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 15.30 ล้านบาท หรือ 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุถึงการรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นของเงินลงทุนในกองทุนรวมในปีก่อนจำนวน 5.75 ล้านบาท ซึ่งหากไม่มีรายการนี้ ผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้จะน้อยลง อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างองค์กรและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่สามารถประหยัดได้ 3.55 ล้านบาท ก็ช่วยบรรเทาผลขาดทุนได้บ้าง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว**
จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าการลดลงของรายได้จากการให้บริการเกิดจาก "จำนวนงานรับจ้างผลิตละครซีรีส์ และรายการโทรทัศน์ที่ส่งมอบในระหว่างงวดลดลงจากปีก่อนหน้า" ซึ่งอาจเป็นลักษณะของการส่งมอบงานที่คาบเกี่ยวกันระหว่างไตรมาส หรือการได้งานใหม่ที่ล่าช้ากว่าปีก่อน
ส่วนรายได้โฆษณาที่ลดลงจากการหยุดออกอากาศรายการหลัก 2 รายการนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และการที่เม็ดเงินโฆษณาทางทีวีโดยรวมลดลงก็เป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลต่อเนื่องได้
อย่างไรก็ตาม การรับรู้ผลขาดทุนจากเงินลงทุนในกองทุนรวมในปีก่อนนั้นเป็นรายการพิเศษ (one-time) ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นในไตรมาสถัดไป การปรับโครงสร้างองค์กรและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ทำได้ในไตรมาสนี้ อาจส่งผลดีต่อการบริหารต้นทุนในระยะต่อไป
โดยรวมแล้ว ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการในไตรมาสนี้มีทั้งส่วนที่อาจเป็นครั้งคราว (การส่งมอบงานผลิต) และส่วนที่ต้องติดตามผลกระทบต่อเนื่อง (ภาวะตลาดโฆษณา)
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 30%:** อยู่ที่ 55.27 ล้านบาท เทียบกับปีก่อน
* **ผลขาดทุนสุทธิ 6.55 ล้านบาท:** เกิดจากรายได้ที่ลดลงเป็นหลัก
* **รายได้ผลิตละคร/รายการวูบ:** ลดลง 25.55 ล้านบาท จากจำนวนงานส่งมอบน้อยลง
* **รายได้โฆษณาลดลง 10.55 ล้านบาท:** จากรายการหลักหยุดออกอากาศและตลาดโฆษณาทีวีหดตัว
* **กำไรขั้นต้นหด 35%:** อยู่ที่ 27.95 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 15%:** จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและรายการพิเศษปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 1 ปี 2566 บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 55.27 ล้านบาท ลดลง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการให้บริการลดลง 25.55 ล้านบาท และรายได้โฆษณาลดลง 10.55 ล้านบาท ต้นทุนรวมลดลง 32% ตามรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 35% อยู่ที่ 27.95 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 15% ส่วนหนึ่งจากการควบคุมค่าใช้จ่ายและรายการพิเศษปีก่อน ทำให้บริษัทบันทึกผลขาดทุนสุทธิ 6.55 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับโครงสร้างองค์กรและการควบคุมค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับการดำเนินงานปัจจุบัน และสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ 3.55 ล้านบาท ซึ่งอาจส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและอัตรากำไรในอนาคต
* **การกลับมารับงานผลิต:** หากบริษัทสามารถกลับมาได้รับงานผลิตละครซีรีส์และรายการโทรทัศน์ได้มากขึ้นในไตรมาสถัดไป จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และกำไรที่สำคัญ
## ความเสี่ยง
* **ภาวะตลาดโฆษณาทางโทรทัศน์:** ตลาดโฆษณาทางโทรทัศน์โดยรวมยังคงมีแนวโน้มหดตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้โฆษณาของบริษัทในระยะยาว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมผลิตคอนเทนต์:** การแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรมผลิตคอนเทนต์อาจส่งผลต่อการได้มาซึ่งงานผลิตใหม่ๆ และอัตรากำไร
* **ความไม่แน่นอนของจำนวนงานผลิต:** รายได้จากการให้บริการขึ้นอยู่กับจำนวนงานที่บริษัทได้รับและสามารถส่งมอบได้ ซึ่งอาจมีความผันผวนในแต่ละไตรมาส
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการได้มาซึ่งงานผลิตใหม่:** บริษัทจะสามารถกลับมาเพิ่มจำนวนงานรับจ้างผลิตละครซีรีส์และรายการโทรทัศน์ได้มากน้อยเพียงใดในไตรมาสถัดไป
* **กลยุทธ์การเพิ่มรายได้โฆษณา:** การบริหารจัดการรายการที่เหลืออยู่ หรือการหารายได้จากช่องทางอื่นเพื่อชดเชยรายได้โฆษณาที่ลดลง
* **ประสิทธิภาพของการควบคุมค่าใช้จ่าย:** การรักษาหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับรายได้
* **ผลกระทบจากรายการพิเศษปีก่อน:** การเปรียบเทียบผลประกอบการกับปีก่อนหน้าที่จะไม่มีรายการขาดทุนจากเงินลงทุนในกองทุนรวมมาเปรียบเทียบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริการ:** ลดลง 25.55 ล้านบาท (YoY) เนื่องจากจำนวนงานรับจ้างผลิตละครซีรีส์และรายการโทรทัศน์ที่ส่งมอบลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้รวม
* **รายได้โฆษณา:** ลดลง 10.55 ล้านบาท (YoY) สาเหตุหลักมาจากการหยุดออกอากาศรายการโทรทัศน์หลัก 2 รายการ และเม็ดเงินในตลาดโฆษณาทางโทรทัศน์ที่ลดลง 10%
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 15.30 ล้านบาท (YoY) หรือ 35% เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ที่มากกว่าการลดลงของต้นทุน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลง 15.30 ล้านบาท (YoY) หรือ 15% โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นของเงินลงทุนในกองทุนรวมในปีก่อน (5.75 ล้านบาท) และการประหยัดค่าใช้จ่ายจากการปรับโครงสร้างองค์กร (3.55 ล้านบาท)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีฐานะการเงินรวม 303.55 ล้านบาท ลดลง 1.51 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ผลขาดทุนประจำงวด 6.55 ล้านบาท การลดลงของหนี้สินตามสัญญาเช่า 3.70 ล้านบาท และการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นเพิ่มขึ้น 4.50 ล้านบาท (เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดกระแสเงินสด)
## สรุปท้าย
TVT ในไตรมาส 1/2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้หลักทั้งงานผลิตคอนเทนต์และโฆษณาที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ แม้จะมีการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นและมีรายการพิเศษในปีก่อนที่ช่วยหนุนตัวเลข แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากการผลิตและการปรับตัวต่อภาวะตลาดโฆษณาที่ท้าทาย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TVT ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
42.45
ล้านบาท
↓ 23% YoY
กำไรขั้นต้น
9.56
ล้านบาท
↓ 42.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.52
%
กำไรสุทธิ
-9.89
ล้านบาท
↑ 13442.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-23.29
%
D/E Ratio
0.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
42
↓ -23%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10
↓ -42.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-10
↑ + 13442.5%
YoY
D/E Ratio
0.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TVT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.05
ROE (%)
-3.30
ROA (%)
-2.88
Book Value/หุ้น
0.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TVT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-11
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+19
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TVT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-10.55
-8.82%
|
-11.57
-155.87%
|
20.71
-75.81%
|
85.63
+57.12%
|
54.50
+86.26%
|
29.26
-49.31%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
18.83
-38.96%
|
30.85
-1,108.17%
|
-3.06
-93.93%
|
-50.40
+55.80%
|
-32.35
+41.82%
|
-22.81
-556.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-0.03
-102.50%
|
1.20
+500.00%
|
0.20
-180.00%
|
-0.25
-122.52%
|
1.11
-152.86%
|
-2.10
-96.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
8.25
-59.72%
|
20.48
+14.61%
|
17.87
-48.91%
|
34.98
+50.39%
|
23.26
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
34.22
-22.67%
|
44.25
|
44.25
+29.16%
|
34.26
-34.33%
|
52.17
+9.92%
|
47.46
-10.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
36.62
-22.76%
|
47.41
|
47.41
+7.14%
|
44.25
+29.16%
|
34.26
-34.33%
|
52.17
+6.64%
|