บริษัท โรงงานผ้าไทย จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
25.25
1.00 (3.81%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4180 out_tok=2208 at=2026-07-26T10:40:28 -->
# TTI กำไรสุทธิโตเท่าตัว รับยอดขายพุ่ง 27% ในปี 2565
## รายได้รวมโต 25% ขณะที่ต้นทุนคุมได้ใกล้เคียงการเติบโต ส่งผลกำไรสุทธิก้าวกระโดด
บริษัท โรงงานผ้าไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TTI รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 2,862 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายจากการขายและบริการที่เติบโตถึง 27% ขณะที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 24% ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของยอดขาย ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 108 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 100% เมื่อเทียบกับปี 2564
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TTI ในปี 2565 เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 100% มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการที่สูงถึง 27%** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้เล็กน้อย (24% เทียบกับ 27%) ทำให้ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมดีขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจาก **"ยอดขายเพิ่มขึ้น"** ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก แม้เอกสารจะไม่ได้ลงรายละเอียดถึงสาเหตุที่ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น เช่น การขยายตลาด การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด แต่การเติบโตของยอดขายนี้ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 25% จาก 2,282 ล้านบาท เป็น 2,862 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 24% (จาก 2,070 ล้านบาท เป็น 2,572 ล้านบาท) เป็นผลมาจากการที่บริษัทต้องผลิตสินค้ามากขึ้นเพื่อรองรับยอดขายที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน การที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้เล็กน้อยนี้เองที่ทำให้กำไรขั้นต้นขยายตัว และส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 54 ล้านบาท เป็น 108 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มในอนาคต หรือปัจจัยที่จะสนับสนุนการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง การที่ฝ่ายจัดการระบุเพียงว่า "ยอดขายเพิ่มขึ้น" อาจบ่งชี้ว่าเป็นผลจากการดำเนินงานปกติ แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะประเมินว่าการเติบโตในระดับนี้จะสามารถรักษาไว้ได้ในระยะยาวหรือไม่ นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์การขาย การตลาด หรือการขยายกำลังการผลิตในรอบถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิโต 100%:** กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 108 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 54 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้รวมเติบโต 25%:** รายได้รวมปี 2565 อยู่ที่ 2,862 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,282 ล้านบาท
* **ยอดขายจากการขายและบริการเพิ่ม 27%:** เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่ม 24%:** เพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่ในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้เล็กน้อย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่ม 6%:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 124 ล้านบาท เป็น 132 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่ม 5%:** จาก 23 ล้านบาท เป็น 25 ล้านบาท เนื่องจากมีการกู้ยืมเพิ่มขึ้น
* **สินทรัพย์รวมเพิ่ม 3%:** อยู่ที่ 3,743 ล้านบาท จาก 3,617 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท โรงงานผ้าไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TTI มีผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวม 2,862 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีรายได้รวม 2,282 ล้านบาท การเติบโตนี้มาจากรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 27% เป็น 2,800 ล้านบาท ต้นทุนขายและบริการปรับตัวสูงขึ้น 24% เป็น 2,572 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 6% เป็น 132 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 5% เป็น 25 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 108 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 100% เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ 54 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขาย:** การที่ยอดขายจากการขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 27% บ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าของบริษัทที่ยังคงมีอยู่ หรืออาจเกิดจากการขยายช่องทางการขายที่ประสบความสำเร็จ
* **การบริหารต้นทุน:** แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่การที่อัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุนต่ำกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้ดีในระดับหนึ่ง
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพิงยอดขาย:** การเติบโตของกำไรขึ้นอยู่กับการเพิ่มขึ้นของยอดขายเป็นหลัก หากยอดขายชะลอตัวหรือลดลง อาจส่งผลกระทบต่อกำไรได้โดยตรง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิต:** แม้ปีนี้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ควบคุมได้ แต่หากต้นทุนวัตถุดิบหรือค่าใช้จ่ายในการผลิตปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต อาจกดดันอัตรากำไรได้
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของหนี้สินจากการกู้ยืมส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นภาระหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายในไตรมาสถัดไป:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตของยอดขายได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต
* **กลยุทธ์การขยายตลาดหรือผลิตภัณฑ์ใหม่:** เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
* **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการกู้ยืมเพิ่มเติม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขาย (Volume/Price):** เอกสารระบุเพียงว่า "ยอดขายเพิ่มขึ้น" โดยไม่ได้แยกเป็นปริมาณการขาย (Volume) หรือราคาขาย (Price) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค การเติบโต 27% นี้ อาจมาจากการเพิ่มขึ้นของทั้งสองปัจจัย หรือปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเป็นหลัก
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 24% แต่เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าต้นทุนวัตถุดิบหลักมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่ออัตรากำไรของสินค้าอุปโภคบริโภค
* **ช่องทางการขาย:** ไม่มีการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงหรือการขยายตัวของช่องทางการขาย เช่น Modern Trade หรือ Online ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในปัจจุบัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,743 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จาก 3,617 ล้านบาทในปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 249 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 123 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียนส่วนใหญ่มาจากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,089 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จาก 1,049 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างละ 20 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3% เป็น 2,654 ล้านบาท จาก 2,568 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TTI โชว์ผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 100% เป็น 108 ล้านบาท ขับเคลื่อนหลักจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 27% แม้ต้นทุนจะปรับสูงขึ้นตาม แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่ทำได้ดีกว่าการเติบโตของรายได้เล็กน้อย ส่งผลให้อัตรากำไรโดยรวมดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มยอดขายในอนาคต และความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TTI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
368.24
ล้านบาท
↓ 20.1% YoY
กำไรขั้นต้น
4.44
ล้านบาท
↓ 120.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1.21
%
กำไรสุทธิ
-17.72
ล้านบาท
↓ 51.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.81
%
D/E Ratio
0.26
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
368
↓ -20.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4
↓ -120.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-18
↓ -51.6%
YoY
D/E Ratio
0.26
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TTI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.26
ROE (%)
-1.88
ROA (%)
-1.25
Book Value/หุ้น
41.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TTI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-85
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-355
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TTI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-84.80
-10.08%
|
-94.31
-68.35%
|
-298.00
-276.53%
|
168.81
+245.29%
|
48.89
-83.66%
|
299.16
-34.89%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-354.61
-336.66%
|
149.84
+228.88%
|
45.56
-154.31%
|
-83.89
-82.68%
|
-484.36
-279.48%
|
269.87
-13.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
328.24
-626.36%
|
-62.36
+65.02%
|
-37.79
-87.74%
|
-308.33
-153.23%
|
579.20
-202.12%
|
-567.20
-19.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-111.17
+1,527.67%
|
-6.83
-97.65%
|
-290.24
+29.91%
|
-223.42
-468.68%
|
60.60
+3,211.48%
|
1.83
-97.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
431.42
+80.81%
|
238.61
-8.62%
|
261.13
-5.92%
|
277.56
+24.79%
|
222.42
+0.83%
|
220.59
+41.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
411.57
-4.60%
|
431.42
+80.81%
|
238.61
-8.62%
|
261.13
-5.92%
|
277.56
+24.79%
|
222.42
+0.83%
|