TPS
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TPS
บริษัท เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.08
+0.06 (+1.99%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4031 out_tok=2567 at=2026-07-26T09:36:50 --> # THRE ขาดทุนสุทธิ Q4/2564 ลดลง รับผลสำรองโควิด-19 แต่ภาพรวมปี 64 กำไรจากการรับประกันภัยโตแรง ## ผลการรับประกันภัยต่อฟื้นตัวชัดเจน หากหักรายการพิเศษ คาดปัจจัยบวกต่อเนื่อง บริษัท ไทยรีประกันต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 143 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีผลขาดทุน 331 ล้านบาท โดยการขาดทุนดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองเพิ่มเติมเพื่อรองรับผลกระทบจากการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน ขณะที่ภาพรวมทั้งปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี (ประกันภัยต่อ) เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก product mix, recurring revenue, ลูกค้าหลัก, margin, ค่าใช้จ่าย R&D/ขาย, หรือสัญญาใหม่ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ THRE ในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การตั้งสำรองเพิ่มเติมเพื่อรองรับผลกระทบจากการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน** ซึ่งส่งผลให้ผลการรับประกันภัยต่อมีขาดทุน 178 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมผลกระทบจากโควิด-19 โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทนจากประกันประเภท "เจอ-จ่าย-จบ" บริษัทฯ จะมีกำไรจากการรับประกันภัยต่อ 58 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวดีขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน สำหรับภาพรวมทั้งปี 2564 หัวใจสำคัญคือ **การลดลงของค่าสินไหมทดแทนจากการรับประกันภัยรถยนต์** อันเป็นผลมาจากมาตรการล็อกดาวน์และข้อจำกัดการเดินทาง ทำให้บริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัย 279 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 417% เมื่อเทียบกับปีก่อน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **ในไตรมาส 4/2564:** การตั้งสำรองเพิ่มเติมเพื่อรองรับผลกระทบจากการติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนที่คาดว่าจะระบาดในช่วงต้นปี 2565 และครอบคลุมไปจนหมดอายุกรมธรรม์ประเภท "เจอ-จ่าย-จบ" ในกลางไตรมาส 2/2565 เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลการรับประกันภัยต่อขาดทุน แม้ว่าเบี้ยประกันภัยต่อรับจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง 5% จากปีก่อนในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน **ในรอบปี 2564:** มาตรการล็อกดาวน์และข้อจำกัดการเดินทางในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนของการรับประกันภัยประเภทรถยนต์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการปรับตัวดีขึ้นของผลการรับประกันภัยทรัพย์สิน ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับกำไรจากการรับประกันภัยที่ไม่รวมผลกระทบโควิด-19):** ฝ่ายจัดการระบุว่าการตั้งสำรองเพิ่มเติมในไตรมาส 4/2564 เป็นการรองรับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นไปจนถึงกลางปี 2565 ซึ่งหมายความว่าหลังจากช่วงเวลาดังกล่าว ผลกระทบจากรายการพิเศษนี้จะหมดไป และหากการดำเนินงานในส่วนประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สินยังคงมีประสิทธิภาพดีเช่นเดิม คาดว่ากำไรจากการรับประกันภัยจะยังคงอยู่ในระดับที่ดี ส่วนรายได้จากการลงทุนและรายได้จากการให้บริการมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และการปรับโครงสร้างบริษัทย่อย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกดดันผลประกอบการในระยะสั้น ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิ Q4/2564 ลดลงเหลือ 143 ล้านบาท** จาก 331 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า * **Combined ratio ปรับดีขึ้นจาก 144.9% เป็น 117.5%** ในไตรมาส 4/2564 * **กำไรจากการรับประกันภัยต่อ (ไม่รวมผลกระทบโควิด-19) พลิกเป็นกำไร 58 ล้านบาท** จากปีก่อนที่ขาดทุน * **กำไรจากการรับประกันภัยรอบปี 2564 เพิ่มขึ้น 417% เป็น 279 ล้านบาท** จากปีก่อน * **เบี้ยประกันภัยต่อรับเติบโต 2% ในรอบปี 2564** จากการขยายตัวในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน ## ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 143 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่ขาดทุน 331 ล้านบาท โดยอัตราส่วน Combined ratio ปรับตัวดีขึ้นจาก 144.9% มาอยู่ที่ 117.5% การขาดทุนในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองเพิ่มเติมเพื่อรองรับผลกระทบจากการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน สำหรับผลการดำเนินงานรอบปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัย 279 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 417% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการลดลงของค่าสินไหมทดแทนในส่วนของการรับประกันภัยรถยนต์ และผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของประกันภัยทรัพย์สิน แม้ว่าเบี้ยประกันภัยต่อรับจะเติบโตเพียง 2% ในรอบปี รายได้จากการลงทุนสุทธิในไตรมาส 4/2564 อยู่ที่ 11 ล้านบาท ลดลง 48% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 54% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลรับ สำหรับรายได้จากการให้บริการสุทธิอยู่ที่ 5 ล้านบาท ลดลง 58% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 72% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างบริษัทย่อย ## โอกาส * **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน:** การขยายตัวอย่างต่อเนื่องในกลุ่มประกันภัยเหล่านี้เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ของบริษัทฯ * **การฟื้นตัวของผลการรับประกันภัย:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และการตั้งสำรองพิเศษหมดไป คาดว่าผลการรับประกันภัยจะกลับมามีกำไรได้ดีขึ้น * **การบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทน:** มาตรการล็อกดาวน์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทน โดยเฉพาะในส่วนประกันภัยรถยนต์ ## ความเสี่ยง * **การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่:** ความไม่แน่นอนของการระบาดและการกลายพันธุ์ของไวรัสยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการตั้งสำรองและการเคลมสินไหมทดแทน * **ผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุน:** สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุนของบริษัทฯ * **การปรับโครงสร้างบริษัทย่อย:** ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น * **บริษัทประกันภัยคู่ค้า:** ความเสี่ยงจากบริษัทประกันภัยที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรืออยู่ระหว่างการขอคืนใบอนุญาต แม้ฝ่ายจัดการระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการตั้งสำรองโควิด-19:** การสิ้นสุดของการตั้งสำรองพิเศษและการเคลมสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับประกัน "เจอ-จ่าย-จบ" * **ผลการดำเนินงานของประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน:** การเติบโตของเบี้ยประกันภัยและการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนในกลุ่มนี้ * **รายได้จากการลงทุน:** ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนจากการลงทุน * **ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้าง:** ผลกระทบต่อเนื่องจากการปรับโครงสร้างบริษัทย่อย * **การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ:** นโยบายหรือกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัยต่อ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) ในฐานะบริษัทประกันภัยต่อ (Reinsurer) THRE มีบทบาทสำคัญในการรับประกันภัยต่อจากบริษัทประกันวินาศภัยโดยตรง (Primary Insurers) เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มขีดความสามารถในการรับประกันภัย * **Product Mix:** การเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และประกันภัยทรัพย์สิน แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของธุรกิจที่ยังคงเน้นผลิตภัณฑ์หลักที่มีความต้องการในตลาด * **Recurring Revenue:** ธุรกิจประกันภัยต่อมีลักษณะของรายได้ประจำ (Recurring Revenue) จากการรับประกันภัยต่อตามสัญญา ซึ่งมีความสม่ำเสมอในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของค่าสินไหมทดแทนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ * **Margin:** อัตรากำไรจากการรับประกันภัย (Underwriting Profit) เป็นตัวชี้วัดสำคัญ ซึ่งในไตรมาส 4/2564 มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหากไม่รวมรายการพิเศษ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนค่าสินไหมทดแทน * **ลูกค้าหลัก:** ลูกค้าหลักของ THRE คือบริษัทประกันวินาศภัยในประเทศและต่างประเทศ การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเหล่านี้และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เป็นสิ่งสำคัญ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม การขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4/2564 และการตั้งสำรองจำนวนมากอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและอัตราส่วนทางการเงินบางประการ ซึ่งต้องพิจารณาจากงบการเงินฉบับเต็ม ## สรุปท้าย THRE ในไตรมาส 4 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากการตั้งสำรองพิเศษเพื่อรองรับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานจากการรับประกันภัยโดยไม่รวมรายการพิเศษ พบว่ามีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี โดยเฉพาะการพลิกกลับมามีกำไรจากการรับประกันภัยต่อ และกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในรอบปี 2564 จากการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่หากสามารถควบคุมค่าสินไหมทดแทนได้ต่อเนื่องและสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย แต่ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของโรคระบาดและผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPS ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
436.33 ล้านบาท
↓ 16.7% YoY
กำไรขั้นต้น
117.43 ล้านบาท
↓ 22.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.91 %
กำไรสุทธิ
39.49 ล้านบาท
↓ 35.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.05 %
D/E Ratio
0.99
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
436
↓ -16.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
117
↓ -22.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
39
↓ -35.1% YoY
D/E Ratio
0.99

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPS

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
436.33
-16.69%
523.74
+16.69%
448.82
+35.63%
330.90
+67.76%
197.25
-8.14%
214.74
-57.16%
กำไรขั้นต้น —
117.43
-22.45%
151.42
+22.84%
123.27
+85.60%
66.42
+26.19%
52.63
-11.83%
59.69
+28.06%
ค่าใช้จ่ายรวม —
66.58
-8.73%
72.95
+14.96%
63.45
+45.20%
43.70
+20.72%
36.20
-7.90%
39.30
-63.08%
กำไรสุทธิ —
39.49
-35.06%
60.80
+43.04%
42.51
+126.47%
18.77
+24.06%
15.13
-4.43%
15.83
-52.54%
กำไรต่อหุ้น —
0.09
-35.17%
0.15
+43.56%
0.10
+124.44%
0.05
+25.00%
0.04
-5.26%
0.04
-51.90%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
19.76
-8.60%
21.62
-5.84%
22.96
+30.08%
17.65
+78.10%
9.91
-51.56%
20.46
ROA(%) —
12.86
-13.63%
14.89
-3.12%
15.37
+36.14%
11.29
+72.63%
6.54
-52.02%
13.63
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.99
+23.75%
0.80
-14.89%
0.94
-2.08%
0.96
+6.67%
0.90
+1.12%
0.89
P/E —
8.49
-17.73%
10.32
-7.03%
11.10
-26.83%
15.17
-39.00%
24.87
+88.69%
13.18
+41.87%
P/BV —
2.01
+5.24%
1.91
-4.02%
1.99
-21.03%
2.52
2.52
+40.00%
1.80
BV —
1.61
+6.62%
1.51
+3.42%
1.46
+13.18%
1.29
+11.21%
1.16
-10.08%
1.29
YIELD(%) —
6.17
+16.86%
5.28
+53.49%
3.44
+40.41%
2.45
+114.91%
1.14
-86.77%
8.62
ราคาหุ้น —
3.24
+12.50%
2.88
-0.69%
2.90
-11.04%
3.26
+11.64%
2.92
+25.86%
2.32
+14.85%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
26.91
-6.92%
28.91
+5.28%
27.46
+36.82%
20.07
-24.78%
26.68
-4.03%
27.80
+198.92%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
15.26
+9.55%
13.93
-1.49%
14.14
+7.04%
13.21
-28.01%
18.35
+0.27%
18.30
-13.80%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
9.05
-22.05%
11.61
+22.60%
9.47
+67.02%
5.67
-26.08%
7.67
+4.07%
7.37
+10.83%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.99
ROE (%)
19.76
ROA (%)
12.86
Book Value/หุ้น
1.67

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPS

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
944.74
+7.92%
875.37
+17.91%
741.69
+39.55%
531.48
+11.36%
477.25
+36.98%
348.41
-14.59%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
496.66
+24.18%
399.96
+12.30%
356.88
-0.48%
358.59
+20.75%
296.97
+11.14%
267.21
+19.45%
รวมสินทรัพย์ —
1,441.40
+13.02%
1,275.32
+16.09%
1,098.57
+23.42%
890.08
+14.97%
774.21
+25.76%
615.62
-2.53%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
542.09
+33.63%
405.67
+2.58%
395.47
+29.71%
304.89
+15.99%
262.86
+59.81%
164.48
-0.61%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
174.02
+9.14%
159.45
+16.67%
136.67
+4.32%
131.01
+25.77%
104.17
+45.80%
71.44
-17.20%
รวมหนี้สิน —
716.10
+26.72%
565.12
+6.20%
532.14
+22.08%
435.90
+18.76%
367.03
+55.57%
235.93
-6.29%
รวมส่วนของเจ้าของ —
725.30
+2.12%
710.21
+25.38%
566.42
+24.71%
454.18
+11.54%
407.18
+7.24%
379.70
-0.04%
D/E —
0.99
0.80
0.94
0.96
0.90
0.62
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
19.76
21.62
22.96
17.65
9.91
20.46
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
12.86
14.89
15.37
11.29
6.54
13.63
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.74
2.16
1.88
1.74
1.82
1.96
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.17
1.23
1.05
1.09
1.10
0.95
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
95.39
83.28
0.00
0.00
93.96
77.15
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
19.92
29.26
0.00
0.00
79.12
32.68
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
85.61
82.97
0.00
0.00
160.15
106.27
วงจรเงินสด —
29.70
29.57
0.00
0.00
12.93
3.56
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-24
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-100
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPS

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-23.54
-54.52%
-51.76
-75.71%
-213.05
-238.09%
154.28
-468.74%
-41.84
0.00
-100.00%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-99.91
-8,712.93%
1.16
-63.75%
3.20
-123.36%
-13.70
-393.36%
4.67
0.00
-100.00%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
132.82
-356.01%
-51.88
-164.44%
80.51
+97.52%
40.76
+148.69%
16.39
0.00
-100.00%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
9.36
-109.13%
-102.48
-20.75%
-129.32
-171.31%
181.34
-972.67%
-20.78
0.00
-100.00%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
129.53
+127.64%
56.90
+19.56%
47.59
-68.23%
149.80
+22.64%
0.00
0.00
-100.00%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00