บริษัท เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.04
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4031 out_tok=2567 at=2026-07-26T09:36:50 -->
# THRE ขาดทุนสุทธิ Q4/2564 ลดลง รับผลสำรองโควิด-19 แต่ภาพรวมปี 64 กำไรจากการรับประกันภัยโตแรง
## ผลการรับประกันภัยต่อฟื้นตัวชัดเจน หากหักรายการพิเศษ คาดปัจจัยบวกต่อเนื่อง
บริษัท ไทยรีประกันต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 143 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีผลขาดทุน 331 ล้านบาท โดยการขาดทุนดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองเพิ่มเติมเพื่อรองรับผลกระทบจากการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน ขณะที่ภาพรวมทั้งปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี (ประกันภัยต่อ)
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก product mix, recurring revenue, ลูกค้าหลัก, margin, ค่าใช้จ่าย R&D/ขาย, หรือสัญญาใหม่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ THRE ในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การตั้งสำรองเพิ่มเติมเพื่อรองรับผลกระทบจากการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน** ซึ่งส่งผลให้ผลการรับประกันภัยต่อมีขาดทุน 178 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมผลกระทบจากโควิด-19 โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทนจากประกันประเภท "เจอ-จ่าย-จบ" บริษัทฯ จะมีกำไรจากการรับประกันภัยต่อ 58 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวดีขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2564 หัวใจสำคัญคือ **การลดลงของค่าสินไหมทดแทนจากการรับประกันภัยรถยนต์** อันเป็นผลมาจากมาตรการล็อกดาวน์และข้อจำกัดการเดินทาง ทำให้บริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัย 279 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 417% เมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ในไตรมาส 4/2564:** การตั้งสำรองเพิ่มเติมเพื่อรองรับผลกระทบจากการติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนที่คาดว่าจะระบาดในช่วงต้นปี 2565 และครอบคลุมไปจนหมดอายุกรมธรรม์ประเภท "เจอ-จ่าย-จบ" ในกลางไตรมาส 2/2565 เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลการรับประกันภัยต่อขาดทุน แม้ว่าเบี้ยประกันภัยต่อรับจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง 5% จากปีก่อนในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน
**ในรอบปี 2564:** มาตรการล็อกดาวน์และข้อจำกัดการเดินทางในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนของการรับประกันภัยประเภทรถยนต์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการปรับตัวดีขึ้นของผลการรับประกันภัยทรัพย์สิน ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับกำไรจากการรับประกันภัยที่ไม่รวมผลกระทบโควิด-19):** ฝ่ายจัดการระบุว่าการตั้งสำรองเพิ่มเติมในไตรมาส 4/2564 เป็นการรองรับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นไปจนถึงกลางปี 2565 ซึ่งหมายความว่าหลังจากช่วงเวลาดังกล่าว ผลกระทบจากรายการพิเศษนี้จะหมดไป และหากการดำเนินงานในส่วนประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สินยังคงมีประสิทธิภาพดีเช่นเดิม คาดว่ากำไรจากการรับประกันภัยจะยังคงอยู่ในระดับที่ดี
ส่วนรายได้จากการลงทุนและรายได้จากการให้บริการมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และการปรับโครงสร้างบริษัทย่อย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกดดันผลประกอบการในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ Q4/2564 ลดลงเหลือ 143 ล้านบาท** จาก 331 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า
* **Combined ratio ปรับดีขึ้นจาก 144.9% เป็น 117.5%** ในไตรมาส 4/2564
* **กำไรจากการรับประกันภัยต่อ (ไม่รวมผลกระทบโควิด-19) พลิกเป็นกำไร 58 ล้านบาท** จากปีก่อนที่ขาดทุน
* **กำไรจากการรับประกันภัยรอบปี 2564 เพิ่มขึ้น 417% เป็น 279 ล้านบาท** จากปีก่อน
* **เบี้ยประกันภัยต่อรับเติบโต 2% ในรอบปี 2564** จากการขยายตัวในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 143 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่ขาดทุน 331 ล้านบาท โดยอัตราส่วน Combined ratio ปรับตัวดีขึ้นจาก 144.9% มาอยู่ที่ 117.5% การขาดทุนในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองเพิ่มเติมเพื่อรองรับผลกระทบจากการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน
สำหรับผลการดำเนินงานรอบปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัย 279 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 417% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการลดลงของค่าสินไหมทดแทนในส่วนของการรับประกันภัยรถยนต์ และผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของประกันภัยทรัพย์สิน แม้ว่าเบี้ยประกันภัยต่อรับจะเติบโตเพียง 2% ในรอบปี
รายได้จากการลงทุนสุทธิในไตรมาส 4/2564 อยู่ที่ 11 ล้านบาท ลดลง 48% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 54% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลรับ สำหรับรายได้จากการให้บริการสุทธิอยู่ที่ 5 ล้านบาท ลดลง 58% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 72% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างบริษัทย่อย
## โอกาส
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน:** การขยายตัวอย่างต่อเนื่องในกลุ่มประกันภัยเหล่านี้เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ของบริษัทฯ
* **การฟื้นตัวของผลการรับประกันภัย:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และการตั้งสำรองพิเศษหมดไป คาดว่าผลการรับประกันภัยจะกลับมามีกำไรได้ดีขึ้น
* **การบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทน:** มาตรการล็อกดาวน์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทน โดยเฉพาะในส่วนประกันภัยรถยนต์
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่:** ความไม่แน่นอนของการระบาดและการกลายพันธุ์ของไวรัสยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการตั้งสำรองและการเคลมสินไหมทดแทน
* **ผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุน:** สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุนของบริษัทฯ
* **การปรับโครงสร้างบริษัทย่อย:** ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น
* **บริษัทประกันภัยคู่ค้า:** ความเสี่ยงจากบริษัทประกันภัยที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรืออยู่ระหว่างการขอคืนใบอนุญาต แม้ฝ่ายจัดการระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการตั้งสำรองโควิด-19:** การสิ้นสุดของการตั้งสำรองพิเศษและการเคลมสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับประกัน "เจอ-จ่าย-จบ"
* **ผลการดำเนินงานของประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน:** การเติบโตของเบี้ยประกันภัยและการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนในกลุ่มนี้
* **รายได้จากการลงทุน:** ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนจากการลงทุน
* **ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้าง:** ผลกระทบต่อเนื่องจากการปรับโครงสร้างบริษัทย่อย
* **การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ:** นโยบายหรือกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัยต่อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะบริษัทประกันภัยต่อ (Reinsurer) THRE มีบทบาทสำคัญในการรับประกันภัยต่อจากบริษัทประกันวินาศภัยโดยตรง (Primary Insurers) เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มขีดความสามารถในการรับประกันภัย
* **Product Mix:** การเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และประกันภัยทรัพย์สิน แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของธุรกิจที่ยังคงเน้นผลิตภัณฑ์หลักที่มีความต้องการในตลาด
* **Recurring Revenue:** ธุรกิจประกันภัยต่อมีลักษณะของรายได้ประจำ (Recurring Revenue) จากการรับประกันภัยต่อตามสัญญา ซึ่งมีความสม่ำเสมอในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของค่าสินไหมทดแทนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ
* **Margin:** อัตรากำไรจากการรับประกันภัย (Underwriting Profit) เป็นตัวชี้วัดสำคัญ ซึ่งในไตรมาส 4/2564 มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหากไม่รวมรายการพิเศษ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนค่าสินไหมทดแทน
* **ลูกค้าหลัก:** ลูกค้าหลักของ THRE คือบริษัทประกันวินาศภัยในประเทศและต่างประเทศ การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเหล่านี้และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เป็นสิ่งสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม การขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4/2564 และการตั้งสำรองจำนวนมากอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและอัตราส่วนทางการเงินบางประการ ซึ่งต้องพิจารณาจากงบการเงินฉบับเต็ม
## สรุปท้าย
THRE ในไตรมาส 4 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากการตั้งสำรองพิเศษเพื่อรองรับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานจากการรับประกันภัยโดยไม่รวมรายการพิเศษ พบว่ามีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี โดยเฉพาะการพลิกกลับมามีกำไรจากการรับประกันภัยต่อ และกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในรอบปี 2564 จากการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่หากสามารถควบคุมค่าสินไหมทดแทนได้ต่อเนื่องและสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย แต่ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของโรคระบาดและผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPS ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
436.33
ล้านบาท
↓ 16.7% YoY
กำไรขั้นต้น
117.43
ล้านบาท
↓ 22.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.91
%
กำไรสุทธิ
39.49
ล้านบาท
↓ 35.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.05
%
D/E Ratio
0.99
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
436
↓ -16.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
117
↓ -22.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
39
↓ -35.1%
YoY
D/E Ratio
0.99
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.99
ROE (%)
19.76
ROA (%)
12.86
Book Value/หุ้น
1.67
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-24
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-100
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-23.54
-54.52%
|
-51.76
-75.71%
|
-213.05
-238.09%
|
154.28
-468.74%
|
-41.84
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-99.91
-8,712.93%
|
1.16
-63.75%
|
3.20
-123.36%
|
-13.70
-393.36%
|
4.67
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
132.82
-356.01%
|
-51.88
-164.44%
|
80.51
+97.52%
|
40.76
+148.69%
|
16.39
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
9.36
-109.13%
|
-102.48
-20.75%
|
-129.32
-171.31%
|
181.34
-972.67%
|
-20.78
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
129.53
+127.64%
|
56.90
+19.56%
|
47.59
-68.23%
|
149.80
+22.64%
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|