สรุปงบล่าสุด TMT
สรุปงบการเงิน
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
**บทความสรุปผลประกอบการของ หุ้น TMT บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน) ประจำปี 2568**
**1. สรุปรายได้รวม:**
บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิในปี 2568 เท่ากับ 97.67 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็นร้อยละ 325.47 เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ขาดทุนสุทธิ (หน้า 1) อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายรวมในปี 2568 อยู่ที่ 17,627 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8.47 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (หน้า 1, 2) สาเหตุหลักมาจากการลดลงของราคาขายเฉลี่ยร้อยละ 13.70 เนื่องจากภาวะอุปทานเหล็กส่วนเกินในตลาดโลก โดยเฉพาะการระบายเหล็กราคาต่ำจากประเทศจีน (หน้า 1)
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมในปี 2568 ยังคงมีความไม่แน่นอนและการแข่งขันในตลาดเหล็กยังอยู่ในระดับสูง (หน้า 2) แม้ว่าในช่วงครึ่งปีหลังอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวตามการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชน แต่ตลาดยังคงเผชิญกับการแข่งขันสูงจากเหล็กนำเข้า ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ และภาวะสินค้าส่วนเกิน (หน้า 1) บริษัทคาดการณ์ว่าในปี 2569 อุตสาหกรรมเหล็กไทยจะทยอยฟื้นตัวจากแรงสนับสนุนของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐและความต้องการจากภาคเอกชนบางส่วน (หน้า 2)
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทในปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 5.96 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.61 ในปีก่อนหน้า (หน้า 1, 2) ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.04 เมื่อเทียบกับปีก่อน สอดคล้องกับการขยายตัวของการใช้เหล็กภายในประเทศ (หน้า 1) บริษัทสามารถบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ ทำให้การปรับราคาขายเฉลี่ยและต้นทุนขายเฉลี่ยเป็นไปอย่างสอดคล้องและทันต่อสภาวะตลาด (หน้า 1) ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.26 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งตามปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น (หน้า 1) ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.44 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนทางเครดิต และค่าใช้จ่ายด้านการอบรมและพัฒนาพนักงาน (หน้า 1) ดอกเบี้ยจ่ายลดลงร้อยละ 30.12 เนื่องจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยและปริมาณการใช้สินเชื่อระยะยาว (หน้า 2)
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
(ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์และหนี้สินในเอกสารที่ให้มา)
**ประเด็นสำคัญเพิ่มเติม:**
* บริษัทมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาระบบห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร (หน้า 2)
* บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในมิติต่าง ๆ ด้าน ESG (Environment, Social and Governance) (หน้า 2)
* บริษัทกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 และ 2) ระยะสั้นร้อยละ 20 จากปีฐาน 2565 ภายในปี 2573 และระยะยาวภายในปี 2593 ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย (NDC 3.0) (หน้า 2)
* บริษัทได้รับผลการประเมินความพึงพอใจจากชุมชนรอบโรงงานและศูนย์กระจายสินค้า เฉลี่ยร้อยละ 88.94 (หน้า 3)
* บริษัทได้รับการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ 5 ดาวหรือดีเลิศต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 รวมถึงได้รับการจัดอันดับหุ้นยั่งยืนในระดับ AAA จาก SET ESG Ratings (หน้า 3)
(2.55%)
(2.56%)
(0.43%)
(10.44%)
(3.03%)
(13.33%)
(102.75%)
(222.62%)
(119.03%)
(92.43%)
(615.59%)
(36.96%)