บริษัท ทรอปิคอลแคนนิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
6.85
+0.05 (+0.74%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8011 out_tok=2614 at=2026-07-26T08:03:07 -->
# TC กำไร Q2/2565 พุ่ง 121% รับอานิสงส์ยอดขายโต-บาทอ่อนหนุน
## รายได้รวมโต 26.56% รับดีมานด์สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงพุ่ง ขณะที่ GPM ขยายตัวเด่น
บริษัท ทรอปิคอลแคนนิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 147.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 121.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้รวมที่เติบโต 26.56% มาอยู่ที่ 1,626.24 ล้านบาท ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TC ในไตรมาส 2/2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง และการบริหารต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 26.56% และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 121.37%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น:** สาเหตุหลักมาจากความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีสัดส่วนการขายที่เพิ่มขึ้นมาก นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐฯ ยังช่วยบันทึกรายได้จากการขายที่สูงขึ้นอีกด้วย
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐฯ ส่งผลให้บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิเพิ่มขึ้น 53.68%
* **การบริหารต้นทุนการผลิต:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขาย แต่ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยกลับลดลง เนื่องจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นตลอดจนการปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 9.76% ในปีก่อน เป็น 12.39% ในไตรมาสนี้
* **การได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน:** บริษัทได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ในการปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งผลให้ภาษีเงินได้ลดลงอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามีสัดส่วนการขายที่เพิ่มขึ้นมาก นอกจากนี้ การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการลงทุนในเครื่องจักรใหม่เพื่อรองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น จะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดีได้ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 121.37%:** อยู่ที่ 147.77 ล้านบาท เทียบกับ 66.75 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 26.56%:** อยู่ที่ 1,626.24 ล้านบาท เทียบกับ 1,285.02 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัว:** เพิ่มขึ้นจาก 9.76% เป็น 12.39%
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เพิ่มขึ้น 53.68% เป็น 24.83 ล้านบาท จากเงินบาทอ่อนค่า
* **ภาษีเงินได้ลดลง 84.35%:** จากการได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI)
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 7.53%:** อยู่ที่ 1,447.57 ล้านบาท เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมในไตรมาสที่ 2/2565 จำนวน 1,626.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย 26.21% ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง และการบันทึกรายได้ที่สูงขึ้นจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า นอกจากนี้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิยังเพิ่มขึ้น 53.68% และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 29.76% จากกำไรจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
ในด้านค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 22.78% โดยต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 22.52% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลงจาก 90.24% เป็น 87.61% เนื่องจากต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลงจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตและการปรับปรุงเครื่องจักร ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 9.76% เป็น 12.39% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 27.67% เนื่องจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาษีเงินได้ลดลงอย่างมากถึง 84.35% เนื่องจากบริษัทได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 147.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121.37% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **ความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ
* **การลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** การปรับปรุงเครื่องจักรและลงทุนในสายการผลิตใหม่จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและรักษาอัตรากำไร
* **การอ่อนค่าของเงินบาท:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออกและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI:** ช่วยลดภาระภาษีและเพิ่มกำไรสุทธิ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันต้นทุนต่อหน่วยจะลดลง แต่ราคาวัตถุดิบที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในอนาคต
* **ค่าระวางเรือที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขาย
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันจะเป็นผลบวก แต่หากเงินบาทแข็งค่าขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อรายได้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงในตลาดโลก
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าระวางเรือ
* ทิศทางค่าเงินบาทและการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
* ผลจากการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการขยายกำลังการผลิต
* การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารระบุว่าราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยกลับลดลงจากการเพิ่มปริมาณการผลิตและประสิทธิภาพเครื่องจักร
* **Volume:** ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเพิ่มรายได้
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 12.39% ในไตรมาสนี้ เทียบกับ 9.76% ในปีก่อน
* **ช่องทางขาย:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางขายที่ชัดเจน แต่ระบุว่าความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 7.53% เป็น 1,447.57 ล้านบาท เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น และระยะเวลาหมุนเวียนลดลงจาก 45 วัน เป็น 36 วัน
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** เงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการขายและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนในงวดนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 3,400.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.31% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 14.18% จากลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 1,146.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.51% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ใช้ในการซื้อวัตถุดิบและเป็นทุนหมุนเวียน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 2,254.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.16% จากสิ้นปี 2564 จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น
* **กระแสเงินสด:** สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2565 กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 152.79 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 200.91 ล้านบาท แต่มีรายการปรับที่กระทบเงินสดจากการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน เช่น ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 74.94 ล้านบาท จากการซื้ออาคารและเครื่องจักร ได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 251.91 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นและยาว แต่มีการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
TC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2565 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิพุ่งกว่า 121% จากการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับปัจจัยบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า และสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ค่าระวางเรือ และทิศทางค่าเงินบาท เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,617.23
ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
141.60
ล้านบาท
↓ 5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.76
%
กำไรสุทธิ
47.39
ล้านบาท
↓ 30.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.93
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,617
↓ -2.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
142
↓ -5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
47
↓ -30.6%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
7.59
ROA (%)
5.96
Book Value/หุ้น
8.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-448
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+31
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-447.87
-211.98%
|
399.95
-171.22%
|
-561.59
-215.17%
|
487.63
-820.81%
|
-67.65
-127.07%
|
249.90
-21.33%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
31.27
-75.00%
|
125.06
+28.72%
|
97.16
+91.11%
|
50.84
+73.99%
|
29.22
-118.30%
|
-159.68
+100.15%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
296.03
-146.32%
|
-639.12
-357.32%
|
248.38
-145.88%
|
-541.39
+1,029.31%
|
-47.94
-36.32%
|
-75.28
-53.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-111.28
+87.94%
|
-59.21
-72.03%
|
-211.66
-194.97%
|
222.87
-358.04%
|
-86.37
-678.11%
|
14.94
-80.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
185.04
+45.27%
|
127.38
-66.82%
|
383.91
+147.83%
|
154.91
-0.93%
|
156.36
+10.56%
|
141.42
+120.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
163.03
-11.89%
|
185.04
+45.27%
|
127.38
-66.82%
|
383.91
+147.83%
|
154.91
-0.93%
|
156.36
+10.56%
|