SYMC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SYMC
บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
5.55
0.10 (1.77%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการเติบโตของรายได้ที่เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพซึ่ง ส่งผลให้ต้นทุนการดําเนินงานโดยรวมลดลง โดยรายได้ ในไตรมาส 2/2564 บริษัทฯมีรายได้จากการให้บริการเป็นจำานวน 362.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.6 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และร้อยละ 6.9 จากไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากรายได้จากส่วนงานบริการในประเทศและ ต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากความต้องการการเชื่อมต่อที่มากขึ้นในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโคโรน่าไวรัส (COVID 19)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14907 out_tok=3122 at=2026-07-27T13:08:36 --> # SYMC Q2/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 175% รับอานิสงส์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์-ยาแนวโต ## รายได้รวมโต 63% ดันกำไรสุทธิพุ่งแรง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ปรับสูงขึ้นแต่บริษัทคุมได้ บริษัท แอ็พพลายดีบี จำกัด (มหาชน) หรือ SYMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 439.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์และผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175% จาก 23.63 ล้านบาทในปีก่อน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SYMC ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขาย โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์และผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 175% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 62.29% มาอยู่ที่ 439.82 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **กลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์:** การเติบโตหลักมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลที่เพิ่มขึ้น 53.75% โดยเฉพาะงานสำหรับโครงการการไฟฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลงทุนของภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ เม็ดพลาสติกคอมพาวด์เกรดใช้งานทั่วไปและเกรดทางการแพทย์ก็มียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะการจำหน่ายให้กับบริษัท โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ * **กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก:** รายได้ในกลุ่มนี้เติบโตถึง 77.34% โดยเป็นผลจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้จากผลิตภัณฑ์กาวและยาแนวขนาดเล็กที่ส่งออกไปต่างประเทศเป็นหลักกว่า 109.53% และผลิตภัณฑ์ยาแนวที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 64.84% * **กลุ่มผลิตภัณฑ์กาวอุตสาหกรรม:** มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 74.09% แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ เช่น เรซิ่น และสารเติมแต่ง จะมีการปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กที่สามารถผลิตเนื้อวัตถุดิบผสมสำเร็จรูปซิลิโคนได้เอง ทำให้ควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดี และได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาดการผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก: * **การลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน:** ยังคงเป็นปัจจัยหนุนยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลอย่างต่อเนื่อง * **การเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์:** ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพและไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 มากนัก * **การขยายฐานลูกค้าและการส่งออก:** การปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้จากผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าใหม่ของผู้ผลิตกาวอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ บ่งชี้ถึงแนวโน้มการเติบโตที่ดี * **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** บริษัทฯ มีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งจะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะผันผวน ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q2/2564:** 439.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.29% YoY * **กำไรสุทธิ Q2/2564:** 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175% YoY * **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2564:** 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 182.23% YoY จาก 23.63 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้นรวม 6 เดือนแรกปี 2564:** เพิ่มขึ้นเป็น 20.72% จาก 18.11% ในปีก่อน * **การเติบโตหลัก:** มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ (สายไฟฟ้า, เกรดทั่วไป, การแพทย์) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 848.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 836.14 ล้านบาท การเติบโตนี้ขับเคลื่อนหลักโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ที่เพิ่มขึ้น 37.83% จากการขยายตัวของยอดขายผลิตภัณฑ์สำหรับผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กที่เติบโต 52.46% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ยาแนวที่เพิ่มขึ้น 60.35% อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 18.11% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีก่อน เป็น 20.72% ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการมุ่งเน้นการปรับคุณสมบัติสินค้าให้ตรงตามความต้องการลูกค้า การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์จะปรับตัวสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้น 16.73% เป็น 83.18 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าขนส่งสินค้าที่สูงขึ้นตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานขาย ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 182.23% จาก 23.63 ล้านบาทในปีก่อน ## โอกาส * **การลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน:** เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล * **การเติบโตของอุตสาหกรรมทางการแพทย์:** ความต้องการผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น สายน้ำเกลือ ถุงฟอกไต ยังคงมีแนวโน้มที่ดี * **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และแอฟริกา * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม:** การมุ่งเน้นการปรับคุณสมบัติสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และการใช้วัตถุดิบทดแทนเพื่อลดต้นทุน * **การขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมกาว:** การหาลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ เช่น เรซิ่น ยางสังเคราะห์ และซิลิโคน มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามราคาอ้างอิงในตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม:** การเติบโตของธุรกิจขึ้นอยู่กับการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมและการลงทุนในภาคเอกชน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาและคุณภาพผลิตภัณฑ์ในตลาดเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ กาว และยาแนว * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวดนี้จะไม่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่การผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบเคมีภัณฑ์:** การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบหลักจะส่งผลต่อต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นอย่างไร * **การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก จะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ:** จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของกลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ได้มากน้อยเพียงใด * **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อรักษาอัตรากำไร * **การขยายกำลังการผลิต:** หากความต้องการสินค้ายังคงเติบโตต่อเนื่อง บริษัทฯ มีแผนรองรับการผลิตเพิ่มเติมอย่างไร ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีที่ผลิตสินค้ากลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ กาว และยาแนว SYMC แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ให้ชัดเจนตามลักษณะการใช้งาน (สายไฟฟ้า, เกรดทั่วไป, การแพทย์) ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจในตลาดและความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม การเติบโตของรายได้จากกลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลที่เชื่อมโยงกับการลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน แสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากโอกาสทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ สามารถผลิตวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับซิลิโคนได้เองในโรงงานยาแนวแห่งใหม่ ถือเป็นการยกระดับความสามารถในการควบคุมต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีที่ต้องพึ่งพาการจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต การที่รายได้จากการขายในต่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มยาแนวและกาวขนาดเล็ก บ่งชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก และการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคต่างๆ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,393.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 49.73 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการมีกระแสเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงาน 117.60 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการใช้เงินสดไปกับการลงทุนขยายโรงงานและซื้อเครื่องจักรเพิ่มเติม 19.18 ล้านบาท และมีการกู้ยืมเงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 56.72 ล้านบาท เพื่อรองรับการสั่งซื้อวัตถุดิบ ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 12.19 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย โดยระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยลดลงจาก 96 วันในปี 2563 เป็น 85 วันในปี 2564 สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 86.77 ล้านบาท เนื่องจากมีการสำรองวัตถุดิบในปริมาณที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4 หนี้สินรวมอยู่ที่ 717.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 113.79 ล้านบาท เพื่อใช้ชำระค่าวัตถุดิบและรองรับคำสั่งซื้อ เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 14.06 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 675.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิในไตรมาส 2 จำนวน 30.49 ล้านบาท บริษัทฯ มีการจ่ายเงินปันผลสด 33.00 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 1.32 เท่า เป็น 1.40 เท่า บ่งชี้ถึงความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นที่ดีขึ้น ## สรุปท้าย SYMC โชว์ผลงาน Q2/2564 แข็งแกร่ง ด้วยรายได้รวมที่เติบโตกว่า 62% และกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 175% ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ โดยเฉพาะที่ใช้ในอุตสาหกรรมสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล ซึ่งได้อานิสงส์จากการลงทุนภาครัฐ รวมถึงการเติบโตอย่างโดดเด่นของกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กที่ส่งออกไปต่างประเทศ แม้ต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์จะปรับสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงได้ โอกาสในการเติบโตยังคงมีต่อเนื่องจากปัจจัยสนับสนุนทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่ต้องจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันในตลาดอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SYMC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
529.05 ล้านบาท
↑ 7% YoY
กำไรขั้นต้น
160.37 ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.31 %
กำไรสุทธิ
-5.99 ล้านบาท
↓ 114.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.13 %
D/E Ratio
0.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
529
↑ + 7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
160
↓ -7.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-6
↓ -114.9% YoY
D/E Ratio
0.56

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SYMC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
529.05
+7.04%
494.26
+0.13%
493.62
+14.84%
429.85
+9.77%
391.61
+22.26%
320.30
-1.29%
กำไรขั้นต้น
160.37
-7.06%
172.55
-3.14%
178.14
+10.07%
161.84
+21.10%
133.64
+12.39%
118.91
+4.81%
ค่าใช้จ่ายรวม
154.67
+45.00%
106.67
-1.42%
108.21
+9.40%
98.91
+19.48%
82.78
+18.37%
69.93
+6,165.39%
กำไรสุทธิ
-5.99
-114.95%
40.08
+4.90%
38.21
+5.22%
36.31
+58.82%
22.86
+42.93%
16.00
+1.00%
กำไรต่อหุ้น
-0.01
-115.22%
0.09
+4.55%
0.09
+4.76%
0.08
+58.49%
0.05
+43.24%
0.04
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
30.31
-13.18%
34.91
-3.27%
36.09
-4.14%
37.65
+10.31%
34.13
-8.05%
37.12
+6.15%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
29.23
+35.45%
21.58
-1.55%
21.92
-4.74%
23.01
+8.85%
21.14
-3.16%
21.83
+6,163.89%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-1.13
-113.93%
8.11
+4.78%
7.74
-8.40%
8.45
+44.69%
5.84
+17.03%
4.99
+2.25%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
3.92
-43.19%
6.90
-27.06%
9.46
+52.58%
6.20
+19.92%
5.17
+29.90%
3.98
-42.57%
ROA(%)
4.12
-37.76%
6.62
-19.07%
8.18
+41.28%
5.79
+8.43%
5.34
+25.06%
4.27
-35.11%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.56
+19.15%
0.47
+2.17%
0.46
-24.59%
0.61
+1.67%
0.60
-18.92%
0.74
+72.09%
P/E
9.37
-46.64%
17.56
+36.44%
12.87
-28.26%
17.94
-32.38%
26.53
+35.29%
19.61
-32.96%
P/BV
0.50
-57.98%
1.19
+0.85%
1.18
+16.83%
1.01
-21.09%
1.28
+66.23%
0.77
+37.50%
BV
7.17
+3.31%
6.94
+4.83%
6.62
+8.70%
6.09
+4.82%
5.81
+4.31%
5.57
+3.53%
YIELD(%)
4.41
+149.15%
1.77
+47.50%
1.20
-1.64%
1.22
+64.86%
0.74
+51.02%
0.49
-51.00%
ราคาหุ้น
3.60
-56.36%
8.25
+5.77%
7.80
+26.83%
6.15
-17.45%
7.45
+73.26%
4.30
+43.33%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.56
ROE (%)
3.92
ROA (%)
4.12
Book Value/หุ้น
7.25

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SYMC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
665.53
+7.96%
616.46
-19.83%
768.92
+22.04%
630.06
-16.58%
755.27
-27.64%
1,043.83
+23.76%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
4,159.32
+7.57%
3,866.67
+11.24%
3,475.93
-5.92%
3,694.70
+11.72%
3,307.05
+3.80%
3,186.09
+1.72%
รวมสินทรัพย์
4,824.85
+7.62%
4,483.12
+5.61%
4,244.85
-1.85%
4,324.76
+6.46%
4,062.32
-3.96%
4,229.92
+6.39%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
1,115.04
+16.34%
958.44
+29.96%
737.46
-10.98%
828.42
-7.04%
891.14
+11.99%
795.72
+28.06%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
607.33
+28.18%
473.81
-20.88%
598.85
-26.25%
811.96
+29.51%
626.96
-37.42%
1,001.85
+0.47%
รวมหนี้สิน
1,722.37
+20.26%
1,432.25
+7.18%
1,336.31
-18.54%
1,640.38
+8.05%
1,518.10
-15.55%
1,797.57
+11.06%
รวมส่วนของเจ้าของ
3,102.48
+1.69%
3,050.88
+4.89%
2,908.54
+8.35%
2,684.38
+5.51%
2,544.22
+4.60%
2,432.35
+3.19%
D/E
0.56
0.47
0.46
0.61
0.60
0.74
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
3.92
6.90
9.46
6.20
5.17
3.98
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
4.12
6.62
8.18
5.79
5.34
4.27
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.60
0.64
1.04
0.76
0.85
1.31
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.45
0.57
0.97
0.66
0.73
1.17
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
52.30
54.43
0.00
0.00
67.47
60.71
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
3.25
2.43
0.00
0.00
2.83
3.44
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
133.57
120.19
0.00
0.00
134.33
109.40
วงจรเงินสด
-78.02
-63.33
0.00
0.00
-64.03
-45.26
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-338
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+304
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SYMC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-338.37
-15.59%
-400.87
-17.52%
-486.03
+31.43%
-369.80
+2.51%
-360.76
-159.45%
606.85
+24.83%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
304.21
+8.53%
280.31
+82.04%
153.98
-65.03%
440.38
-1,423.26%
-33.28
-64.79%
-94.51
-77.53%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
22.15
-93.47%
339.39
+268.70%
92.05
-35.79%
143.36
-53.95%
311.33
-274.13%
-178.79
-65.83%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
10.03
-93.88%
163.87
-163.77%
-256.99
-220.77%
212.79
+71.38%
124.16
-62.78%
333.55
-172.88%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
255.51
-36.12%
400.00
+100.49%
199.51
-43.06%
350.41
-49.64%
695.79
+92.08%
362.24
-55.82%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
188.06
-26.40%
255.51
-36.12%
400.00
+100.49%
199.51
-43.06%
350.41
-49.64%
695.79
+92.08%