SYMC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SYMC
บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
6.60
+0.05 (+0.76%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการเติบโตของรายได้ที่เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพซึ่ง ส่งผลให้ต้นทุนการดําเนินงานโดยรวมลดลง โดยรายได้ ในไตรมาส 2/2564 บริษัทฯมีรายได้จากการให้บริการเป็นจำานวน 362.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.6 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และร้อยละ 6.9 จากไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากรายได้จากส่วนงานบริการในประเทศและ ต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากความต้องการการเชื่อมต่อที่มากขึ้นในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโคโรน่าไวรัส (COVID 19)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14907 out_tok=3122 at=2026-07-27T13:08:36 --> # SYMC Q2/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 175% รับอานิสงส์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์-ยาแนวโต ## รายได้รวมโต 63% ดันกำไรสุทธิพุ่งแรง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ปรับสูงขึ้นแต่บริษัทคุมได้ บริษัท แอ็พพลายดีบี จำกัด (มหาชน) หรือ SYMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 439.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์และผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175% จาก 23.63 ล้านบาทในปีก่อน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SYMC ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขาย โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์และผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 175% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 62.29% มาอยู่ที่ 439.82 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **กลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์:** การเติบโตหลักมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลที่เพิ่มขึ้น 53.75% โดยเฉพาะงานสำหรับโครงการการไฟฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลงทุนของภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ เม็ดพลาสติกคอมพาวด์เกรดใช้งานทั่วไปและเกรดทางการแพทย์ก็มียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะการจำหน่ายให้กับบริษัท โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ * **กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก:** รายได้ในกลุ่มนี้เติบโตถึง 77.34% โดยเป็นผลจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้จากผลิตภัณฑ์กาวและยาแนวขนาดเล็กที่ส่งออกไปต่างประเทศเป็นหลักกว่า 109.53% และผลิตภัณฑ์ยาแนวที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 64.84% * **กลุ่มผลิตภัณฑ์กาวอุตสาหกรรม:** มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 74.09% แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ เช่น เรซิ่น และสารเติมแต่ง จะมีการปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กที่สามารถผลิตเนื้อวัตถุดิบผสมสำเร็จรูปซิลิโคนได้เอง ทำให้ควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดี และได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาดการผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก: * **การลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน:** ยังคงเป็นปัจจัยหนุนยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลอย่างต่อเนื่อง * **การเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์:** ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพและไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 มากนัก * **การขยายฐานลูกค้าและการส่งออก:** การปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้จากผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าใหม่ของผู้ผลิตกาวอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ บ่งชี้ถึงแนวโน้มการเติบโตที่ดี * **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** บริษัทฯ มีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งจะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะผันผวน ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q2/2564:** 439.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.29% YoY * **กำไรสุทธิ Q2/2564:** 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175% YoY * **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2564:** 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 182.23% YoY จาก 23.63 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้นรวม 6 เดือนแรกปี 2564:** เพิ่มขึ้นเป็น 20.72% จาก 18.11% ในปีก่อน * **การเติบโตหลัก:** มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ (สายไฟฟ้า, เกรดทั่วไป, การแพทย์) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 848.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 836.14 ล้านบาท การเติบโตนี้ขับเคลื่อนหลักโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ที่เพิ่มขึ้น 37.83% จากการขยายตัวของยอดขายผลิตภัณฑ์สำหรับผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กที่เติบโต 52.46% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ยาแนวที่เพิ่มขึ้น 60.35% อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 18.11% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีก่อน เป็น 20.72% ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการมุ่งเน้นการปรับคุณสมบัติสินค้าให้ตรงตามความต้องการลูกค้า การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์จะปรับตัวสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้น 16.73% เป็น 83.18 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าขนส่งสินค้าที่สูงขึ้นตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานขาย ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 182.23% จาก 23.63 ล้านบาทในปีก่อน ## โอกาส * **การลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน:** เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล * **การเติบโตของอุตสาหกรรมทางการแพทย์:** ความต้องการผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น สายน้ำเกลือ ถุงฟอกไต ยังคงมีแนวโน้มที่ดี * **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และแอฟริกา * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม:** การมุ่งเน้นการปรับคุณสมบัติสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และการใช้วัตถุดิบทดแทนเพื่อลดต้นทุน * **การขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมกาว:** การหาลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ เช่น เรซิ่น ยางสังเคราะห์ และซิลิโคน มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามราคาอ้างอิงในตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม:** การเติบโตของธุรกิจขึ้นอยู่กับการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมและการลงทุนในภาคเอกชน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาและคุณภาพผลิตภัณฑ์ในตลาดเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ กาว และยาแนว * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวดนี้จะไม่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่การผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบเคมีภัณฑ์:** การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบหลักจะส่งผลต่อต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นอย่างไร * **การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก จะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ:** จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของกลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ได้มากน้อยเพียงใด * **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อรักษาอัตรากำไร * **การขยายกำลังการผลิต:** หากความต้องการสินค้ายังคงเติบโตต่อเนื่อง บริษัทฯ มีแผนรองรับการผลิตเพิ่มเติมอย่างไร ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีที่ผลิตสินค้ากลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ กาว และยาแนว SYMC แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ให้ชัดเจนตามลักษณะการใช้งาน (สายไฟฟ้า, เกรดทั่วไป, การแพทย์) ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจในตลาดและความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม การเติบโตของรายได้จากกลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลที่เชื่อมโยงกับการลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน แสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากโอกาสทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ สามารถผลิตวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับซิลิโคนได้เองในโรงงานยาแนวแห่งใหม่ ถือเป็นการยกระดับความสามารถในการควบคุมต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีที่ต้องพึ่งพาการจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต การที่รายได้จากการขายในต่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มยาแนวและกาวขนาดเล็ก บ่งชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก และการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคต่างๆ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,393.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 49.73 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการมีกระแสเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงาน 117.60 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการใช้เงินสดไปกับการลงทุนขยายโรงงานและซื้อเครื่องจักรเพิ่มเติม 19.18 ล้านบาท และมีการกู้ยืมเงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 56.72 ล้านบาท เพื่อรองรับการสั่งซื้อวัตถุดิบ ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 12.19 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย โดยระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยลดลงจาก 96 วันในปี 2563 เป็น 85 วันในปี 2564 สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 86.77 ล้านบาท เนื่องจากมีการสำรองวัตถุดิบในปริมาณที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4 หนี้สินรวมอยู่ที่ 717.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 113.79 ล้านบาท เพื่อใช้ชำระค่าวัตถุดิบและรองรับคำสั่งซื้อ เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 14.06 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 675.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิในไตรมาส 2 จำนวน 30.49 ล้านบาท บริษัทฯ มีการจ่ายเงินปันผลสด 33.00 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 1.32 เท่า เป็น 1.40 เท่า บ่งชี้ถึงความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นที่ดีขึ้น ## สรุปท้าย SYMC โชว์ผลงาน Q2/2564 แข็งแกร่ง ด้วยรายได้รวมที่เติบโตกว่า 62% และกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 175% ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ โดยเฉพาะที่ใช้ในอุตสาหกรรมสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล ซึ่งได้อานิสงส์จากการลงทุนภาครัฐ รวมถึงการเติบโตอย่างโดดเด่นของกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กที่ส่งออกไปต่างประเทศ แม้ต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์จะปรับสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงได้ โอกาสในการเติบโตยังคงมีต่อเนื่องจากปัจจัยสนับสนุนทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่ต้องจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันในตลาดอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SYMC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
529.05 ล้านบาท
↑ 7% YoY
กำไรขั้นต้น
160.37 ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.31 %
กำไรสุทธิ
-5.99 ล้านบาท
↓ 114.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.13 %
D/E Ratio
0.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
529
↑ + 7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
160
↓ -7.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-6
↓ -114.9% YoY
D/E Ratio
0.56

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SYMC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
529.05
+7.04%
494.26
+0.13%
493.62
+14.84%
429.85
+9.77%
391.61
+22.26%
320.30
-1.29%
กำไรขั้นต้น —
160.37
-7.06%
172.55
-3.14%
178.14
+10.07%
161.84
+21.10%
133.64
+12.39%
118.91
+4.81%
ค่าใช้จ่ายรวม —
154.67
+45.00%
106.67
-1.42%
108.21
+9.40%
98.91
+19.48%
82.78
+18.37%
69.93
+6,165.39%
กำไรสุทธิ —
-5.99
-114.95%
40.08
+4.90%
38.21
+5.22%
36.31
+58.82%
22.86
+42.93%
16.00
+1.00%
กำไรต่อหุ้น —
-0.01
-115.22%
0.09
+4.55%
0.09
+4.76%
0.08
+58.49%
0.05
+43.24%
0.04
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
30.31
-13.18%
34.91
-3.27%
36.09
-4.14%
37.65
+10.31%
34.13
-8.05%
37.12
+6.15%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
29.23
+35.45%
21.58
-1.55%
21.92
-4.74%
23.01
+8.85%
21.14
-3.16%
21.83
+6,163.89%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-1.13
-113.93%
8.11
+4.78%
7.74
-8.40%
8.45
+44.69%
5.84
+17.03%
4.99
+2.25%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
3.92
-43.19%
6.90
-27.06%
9.46
+52.58%
6.20
+19.92%
5.17
+29.90%
3.98
-42.57%
ROA(%) —
4.12
-37.76%
6.62
-19.07%
8.18
+41.28%
5.79
+8.43%
5.34
+25.06%
4.27
-35.11%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.56
+19.15%
0.47
+2.17%
0.46
-24.59%
0.61
+1.67%
0.60
-18.92%
0.74
+72.09%
P/E —
9.37
-46.64%
17.56
+36.44%
12.87
-28.26%
17.94
-32.38%
26.53
+35.29%
19.61
-32.96%
P/BV —
0.50
-57.98%
1.19
+0.85%
1.18
+16.83%
1.01
-21.09%
1.28
+66.23%
0.77
+37.50%
BV —
7.17
+3.31%
6.94
+4.83%
6.62
+8.70%
6.09
+4.82%
5.81
+4.31%
5.57
+3.53%
YIELD(%) —
4.41
+149.15%
1.77
+47.50%
1.20
-1.64%
1.22
+64.86%
0.74
+51.02%
0.49
-51.00%
ราคาหุ้น —
3.60
-56.36%
8.25
+5.77%
7.80
+26.83%
6.15
-17.45%
7.45
+73.26%
4.30
+43.33%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.56
ROE (%)
3.92
ROA (%)
4.12
Book Value/หุ้น
7.34

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SYMC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
665.53
+7.96%
616.46
-19.83%
768.92
+22.04%
630.06
-16.58%
755.27
-27.64%
1,043.83
+23.76%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
4,159.32
+7.57%
3,866.67
+11.24%
3,475.93
-5.92%
3,694.70
+11.72%
3,307.05
+3.80%
3,186.09
+1.72%
รวมสินทรัพย์ —
4,824.85
+7.62%
4,483.12
+5.61%
4,244.85
-1.85%
4,324.76
+6.46%
4,062.32
-3.96%
4,229.92
+6.39%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,115.04
+16.34%
958.44
+29.96%
737.46
-10.98%
828.42
-7.04%
891.14
+11.99%
795.72
+28.06%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
607.33
+28.18%
473.81
-20.88%
598.85
-26.25%
811.96
+29.51%
626.96
-37.42%
1,001.85
+0.47%
รวมหนี้สิน —
1,722.37
+20.26%
1,432.25
+7.18%
1,336.31
-18.54%
1,640.38
+8.05%
1,518.10
-15.55%
1,797.57
+11.06%
รวมส่วนของเจ้าของ —
3,102.48
+1.69%
3,050.88
+4.89%
2,908.54
+8.35%
2,684.38
+5.51%
2,544.22
+4.60%
2,432.35
+3.19%
D/E —
0.56
0.47
0.46
0.61
0.60
0.74
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
3.92
6.90
9.46
6.20
5.17
3.98
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.12
6.62
8.18
5.79
5.34
4.27
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.60
0.64
1.04
0.76
0.85
1.31
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.45
0.57
0.97
0.66
0.73
1.17
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
52.30
54.43
0.00
0.00
67.47
60.71
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
3.25
2.43
0.00
0.00
2.83
3.44
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
133.57
120.19
0.00
0.00
134.33
109.40
วงจรเงินสด —
-78.02
-63.33
0.00
0.00
-64.03
-45.26
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-338
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+304
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SYMC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-338.37
-15.59%
-400.87
-17.52%
-486.03
+31.43%
-369.80
+2.51%
-360.76
-159.45%
606.85
+24.83%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
304.21
+8.53%
280.31
+82.04%
153.98
-65.03%
440.38
-1,423.26%
-33.28
-64.79%
-94.51
-77.53%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
22.15
-93.47%
339.39
+268.70%
92.05
-35.79%
143.36
-53.95%
311.33
-274.13%
-178.79
-65.83%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
10.03
-93.88%
163.87
-163.77%
-256.99
-220.77%
212.79
+71.38%
124.16
-62.78%
333.55
-172.88%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
255.51
-36.12%
400.00
+100.49%
199.51
-43.06%
350.41
-49.64%
695.79
+92.08%
362.24
-55.82%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
188.06
-26.40%
255.51
-36.12%
400.00
+100.49%
199.51
-43.06%
350.41
-49.64%
695.79
+92.08%