บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
5.55
0.10 (1.77%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการเติบโตของรายได้ที่เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพซึ่ง ส่งผลให้ต้นทุนการดําเนินงานโดยรวมลดลง
โดยรายได้ ในไตรมาส 2/2564 บริษัทฯมีรายได้จากการให้บริการเป็นจำานวน 362.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.6 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และร้อยละ 6.9 จากไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากรายได้จากส่วนงานบริการในประเทศและ ต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากความต้องการการเชื่อมต่อที่มากขึ้นในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโคโรน่าไวรัส (COVID 19)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14907 out_tok=3122 at=2026-07-27T13:08:36 -->
# SYMC Q2/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 175% รับอานิสงส์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์-ยาแนวโต
## รายได้รวมโต 63% ดันกำไรสุทธิพุ่งแรง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ปรับสูงขึ้นแต่บริษัทคุมได้
บริษัท แอ็พพลายดีบี จำกัด (มหาชน) หรือ SYMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 439.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์และผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175% จาก 23.63 ล้านบาทในปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SYMC ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขาย โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์และผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 175% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 62.29% มาอยู่ที่ 439.82 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์:** การเติบโตหลักมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลที่เพิ่มขึ้น 53.75% โดยเฉพาะงานสำหรับโครงการการไฟฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลงทุนของภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ เม็ดพลาสติกคอมพาวด์เกรดใช้งานทั่วไปและเกรดทางการแพทย์ก็มียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะการจำหน่ายให้กับบริษัท โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก:** รายได้ในกลุ่มนี้เติบโตถึง 77.34% โดยเป็นผลจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้จากผลิตภัณฑ์กาวและยาแนวขนาดเล็กที่ส่งออกไปต่างประเทศเป็นหลักกว่า 109.53% และผลิตภัณฑ์ยาแนวที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 64.84%
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์กาวอุตสาหกรรม:** มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 74.09%
แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ เช่น เรซิ่น และสารเติมแต่ง จะมีการปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กที่สามารถผลิตเนื้อวัตถุดิบผสมสำเร็จรูปซิลิโคนได้เอง ทำให้ควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดี และได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาดการผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **การลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน:** ยังคงเป็นปัจจัยหนุนยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลอย่างต่อเนื่อง
* **การเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์:** ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพและไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 มากนัก
* **การขยายฐานลูกค้าและการส่งออก:** การปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้จากผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าใหม่ของผู้ผลิตกาวอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ บ่งชี้ถึงแนวโน้มการเติบโตที่ดี
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** บริษัทฯ มีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งจะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะผันผวน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2564:** 439.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.29% YoY
* **กำไรสุทธิ Q2/2564:** 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175% YoY
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2564:** 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 182.23% YoY จาก 23.63 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวม 6 เดือนแรกปี 2564:** เพิ่มขึ้นเป็น 20.72% จาก 18.11% ในปีก่อน
* **การเติบโตหลัก:** มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ (สายไฟฟ้า, เกรดทั่วไป, การแพทย์) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 848.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 836.14 ล้านบาท การเติบโตนี้ขับเคลื่อนหลักโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ที่เพิ่มขึ้น 37.83% จากการขยายตัวของยอดขายผลิตภัณฑ์สำหรับผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กที่เติบโต 52.46% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ยาแนวที่เพิ่มขึ้น 60.35%
อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 18.11% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีก่อน เป็น 20.72% ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการมุ่งเน้นการปรับคุณสมบัติสินค้าให้ตรงตามความต้องการลูกค้า การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์จะปรับตัวสูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้น 16.73% เป็น 83.18 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าขนส่งสินค้าที่สูงขึ้นตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานขาย
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 182.23% จาก 23.63 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน:** เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมทางการแพทย์:** ความต้องการผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น สายน้ำเกลือ ถุงฟอกไต ยังคงมีแนวโน้มที่ดี
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และแอฟริกา
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม:** การมุ่งเน้นการปรับคุณสมบัติสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และการใช้วัตถุดิบทดแทนเพื่อลดต้นทุน
* **การขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมกาว:** การหาลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบกลุ่มเคมีภัณฑ์ เช่น เรซิ่น ยางสังเคราะห์ และซิลิโคน มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามราคาอ้างอิงในตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม:** การเติบโตของธุรกิจขึ้นอยู่กับการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมและการลงทุนในภาคเอกชน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาและคุณภาพผลิตภัณฑ์ในตลาดเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ กาว และยาแนว
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวดนี้จะไม่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่การผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบเคมีภัณฑ์:** การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบหลักจะส่งผลต่อต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นอย่างไร
* **การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็ก จะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ:** จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของกลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การขยายกำลังการผลิต:** หากความต้องการสินค้ายังคงเติบโตต่อเนื่อง บริษัทฯ มีแผนรองรับการผลิตเพิ่มเติมอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีที่ผลิตสินค้ากลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ กาว และยาแนว SYMC แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ให้ชัดเจนตามลักษณะการใช้งาน (สายไฟฟ้า, เกรดทั่วไป, การแพทย์) ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจในตลาดและความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
การเติบโตของรายได้จากกลุ่มเม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลที่เชื่อมโยงกับการลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน แสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากโอกาสทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ สามารถผลิตวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับซิลิโคนได้เองในโรงงานยาแนวแห่งใหม่ ถือเป็นการยกระดับความสามารถในการควบคุมต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีที่ต้องพึ่งพาการจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต
การที่รายได้จากการขายในต่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มยาแนวและกาวขนาดเล็ก บ่งชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก และการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคต่างๆ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,393.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 49.73 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการมีกระแสเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงาน 117.60 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการใช้เงินสดไปกับการลงทุนขยายโรงงานและซื้อเครื่องจักรเพิ่มเติม 19.18 ล้านบาท และมีการกู้ยืมเงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 56.72 ล้านบาท เพื่อรองรับการสั่งซื้อวัตถุดิบ
ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 12.19 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย โดยระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยลดลงจาก 96 วันในปี 2563 เป็น 85 วันในปี 2564
สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 86.77 ล้านบาท เนื่องจากมีการสำรองวัตถุดิบในปริมาณที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4
หนี้สินรวมอยู่ที่ 717.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 113.79 ล้านบาท เพื่อใช้ชำระค่าวัตถุดิบและรองรับคำสั่งซื้อ เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 14.06 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 675.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิในไตรมาส 2 จำนวน 30.49 ล้านบาท บริษัทฯ มีการจ่ายเงินปันผลสด 33.00 ล้านบาท
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 1.32 เท่า เป็น 1.40 เท่า บ่งชี้ถึงความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
SYMC โชว์ผลงาน Q2/2564 แข็งแกร่ง ด้วยรายได้รวมที่เติบโตกว่า 62% และกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 175% ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ โดยเฉพาะที่ใช้ในอุตสาหกรรมสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล ซึ่งได้อานิสงส์จากการลงทุนภาครัฐ รวมถึงการเติบโตอย่างโดดเด่นของกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวขนาดเล็กที่ส่งออกไปต่างประเทศ แม้ต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์จะปรับสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงได้ โอกาสในการเติบโตยังคงมีต่อเนื่องจากปัจจัยสนับสนุนทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่ต้องจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันในตลาดอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SYMC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
529.05
ล้านบาท
↑ 7% YoY
กำไรขั้นต้น
160.37
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.31
%
กำไรสุทธิ
-5.99
ล้านบาท
↓ 114.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.13
%
D/E Ratio
0.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
529
↑ + 7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
160
↓ -7.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-6
↓ -114.9%
YoY
D/E Ratio
0.56
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SYMC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.56
ROE (%)
3.92
ROA (%)
4.12
Book Value/หุ้น
7.25
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SYMC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-338
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+304
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SYMC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-338.37
-15.59%
|
-400.87
-17.52%
|
-486.03
+31.43%
|
-369.80
+2.51%
|
-360.76
-159.45%
|
606.85
+24.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
304.21
+8.53%
|
280.31
+82.04%
|
153.98
-65.03%
|
440.38
-1,423.26%
|
-33.28
-64.79%
|
-94.51
-77.53%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
22.15
-93.47%
|
339.39
+268.70%
|
92.05
-35.79%
|
143.36
-53.95%
|
311.33
-274.13%
|
-178.79
-65.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
10.03
-93.88%
|
163.87
-163.77%
|
-256.99
-220.77%
|
212.79
+71.38%
|
124.16
-62.78%
|
333.55
-172.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
255.51
-36.12%
|
400.00
+100.49%
|
199.51
-43.06%
|
350.41
-49.64%
|
695.79
+92.08%
|
362.24
-55.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
188.06
-26.40%
|
255.51
-36.12%
|
400.00
+100.49%
|
199.51
-43.06%
|
350.41
-49.64%
|
695.79
+92.08%
|