บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.60
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4377 out_tok=1996 at=2026-07-26T05:37:21 -->
SMART กำไร Q3/2566 พุ่ง 307% รับอานิสงส์รายได้โต-ต้นทุนคุมได้
**รายได้-กำไรโตแรง YoY จากการปรับราคาขายและบริหารต้นทุน ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายและบริหารสภาพคล่อง**
บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SMART รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 32.397 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 306.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำได้ดี ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากมูลค่าโอน, presale, backlog ที่รับรู้, อัตรากำไรโครงการ, รายได้ค่าเช่า, หรือรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SMART ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายสุทธิ ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายสุทธิที่เพิ่มขึ้น 41.179 ล้านบาท หรือ 28.73% มาจากการ **"ปรับราคาขาย"** โดยรับปัจจัยเรื่องต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการปรับราคาขายนี้เองที่ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 30.538 ล้านบาท หรือ 119.35% แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้าจะสูงขึ้นก็ตาม สะท้อนถึงความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้ดี
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังคงถูกควบคุมให้อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม โดยเพิ่มขึ้นเพียง 0.174 ล้านบาท หรือ 1.53% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงเล็กน้อยจากการรับรู้สินทรัพย์สิทธิการใช้และหนี้สินตามสัญญาเช่าตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 16 ทำให้ภาพรวมของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไม่เป็นภาระต่อการเติบโตของกำไร
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 5.755 ล้านบาท หรือ 228.10% ซึ่งเป็นผลมาจากการบันทึกค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ของงวดปัจจุบัน ประกอบกับการบันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ซึ่งจะมีการทบทวนและปรับปรุงตามโอกาสในการใช้ประโยชน์ทางภาษี
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการสามารถ **"ปรับราคาขาย"** เพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ซึ่งหากแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้ายังคงอยู่ในระดับสูง การปรับราคาขายอย่างเหมาะสมจะยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 307%:** บริษัทมีกำไรสุทธิ 32.397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.436 ล้านบาท หรือ 306.95% YoY
* **รายได้จากการขายเติบโต 28.7%:** รายได้จากการขายสุทธิอยู่ที่ 184.515 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.179 ล้านบาท YoY
* **กำไรขั้นต้นก้าวกระโดด 119%:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 30.538 ล้านบาท หรือ 119.35% YoY จากการปรับราคาขาย
* **ต้นทุนการเงินลดลง:** ต้นทุนทางการเงินลดลง 10.27% YoY จากการปรับปรุงตามมาตรฐานบัญชี
* **กระแสเงินสดดำเนินงานแข็งแกร่ง:** เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 116.856 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายสุทธิ 184.515 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.73% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น กำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 119.35% เป็น 56.124 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดนี้อยู่ที่ 32.397 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 306.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารราคาขาย:** ความสามารถในการปรับราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น เป็นโอกาสในการรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไร
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** การมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้า:** หากต้นทุนเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้:** การบันทึกค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในอนาคต
* **การลงทุน:** การใช้เงินสดสุทธิไปในกิจกรรมลงทุน เช่น การปรับปรุงเครื่องจักร, เงินฝากประจำ, และเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้อง อาจส่งผลต่อสภาพคล่องหากไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการปรับราคาขายของบริษัทในอนาคต
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้า
* ผลกระทบจากการบันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีต่อกำไรสุทธิ
* การใช้เงินสดสุทธิในกิจกรรมลงทุน และผลตอบแทนที่คาดหวัง
* การจ่ายเงินปันผลของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 3 ปี 2566 SMART แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการผลประกอบการท่ามกลางสภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น โดยการปรับราคาขายเป็นกลยุทธ์หลักที่ช่วยหนุนรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุถึงตัวเลข Backlog หรือการเปิดโครงการใหม่โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการขายบ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าของบริษัทที่ยังคงมีอยู่
การที่บริษัทมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวนมากถึง 116.856 ล้านบาท แสดงถึงการบริหารจัดการกระแสเงินสดที่ดีจากการดำเนินงานปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อเสถียรภาพทางการเงิน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีเงินสดคงเหลือ 95.563 ล้านบาท โดยมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 116.856 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการดำเนินงานที่สร้างกระแสเงินสดได้
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการใช้เงินสดสุทธิไปในกิจกรรมลงทุน 52.136 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงเครื่องจักร, เงินฝากประจำ, และเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังมีการใช้เงินสดสุทธิในกิจกรรมจัดหาเงิน 43.050 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจ่ายเงินปันผล 38.007 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SMART โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 307% จากการปรับราคาขายที่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นได้ ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี แม้ว่าค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จะเพิ่มขึ้น แต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนเสถียรภาพทางการเงิน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการปรับราคาขายในอนาคตและผลกระทบจากต้นทุนที่ผันผวนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMART ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
102.21
ล้านบาท
↓ 16.1% YoY
กำไรขั้นต้น
29.43
ล้านบาท
↓ 40.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.79
%
กำไรสุทธิ
9.22
ล้านบาท
↓ 17.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.02
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
102
↓ -16.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
29
↓ -40.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
9
↓ -17.1%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
4.96
ROA (%)
5.64
Book Value/หุ้น
0.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-40
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+36
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-40.06
-31.47%
|
-58.46
-25.25%
|
-78.21
+35.92%
|
-57.54
-33.27%
|
-86.23
-212.48%
|
76.66
+10.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
36.23
-198.08%
|
-36.94
-394.81%
|
12.53
-159.30%
|
-21.13
-330.17%
|
9.18
-144.33%
|
-20.71
+37.70%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
51.81
-46.62%
|
97.06
+134.84%
|
41.33
-7.87%
|
44.86
-17.37%
|
54.29
-192.09%
|
-58.95
+7.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
48.00
+2,774.25%
|
1.67
-106.86%
|
-24.34
-28.03%
|
-33.82
+48.59%
|
-22.76
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
233.52
+72.28%
|
135.55
+83.45%
|
73.89
-37.62%
|
118.46
+4,421.37%
|
2.62
-53.38%
|
5.62
-8.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
251.99
+7.91%
|
233.52
+72.28%
|
135.55
+83.45%
|
73.89
-37.62%
|
118.46
+4,421.37%
|
2.62
-53.38%
|