บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
8.65
+0.25 (+2.98%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5348 out_tok=2932 at=2026-07-26T04:10:24 -->
# SGP กำไร Q3/2564 พุ่ง 137% รับแรงหนุนราคา LPG ตลาดโลก
## รายได้-กำไรโตเด่นตามราคา LPG โลก ขณะที่กำไรขั้นต้นขยายตัวสูง สะท้อนการบริหารจัดการที่ดี
บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 1,320.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 136.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการที่เติบโต 56.40% ตามราคา LPG ในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้นอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SGP ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลก** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 56.40% (YoY) และที่สำคัญกว่านั้นคือ **การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)** จาก 7.43% ในปีก่อน เป็น 9.80% ในไตรมาสนี้ หรือเพิ่มขึ้นถึง 1,000.70 ล้านบาท (106.24%) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พุ่งสูงขึ้นถึง 136.77% (YoY)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ราคา LPG ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยราคาเฉลี่ยในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 648 เหรียญสหรัฐต่อเมตริกตัน เทียบกับ 355 เหรียญสหรัฐต่อเมตริกตันในปีก่อน เป็นผลมาจากปัจจัยด้านอุปทานและอุปสงค์ในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่ง SGP ในฐานะผู้ค้าและผู้ให้บริการก๊าซ LPG ได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาขายที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการจัดหาและการขายที่ทำได้ดีกว่าปีก่อน แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามราคา LPG ในตลาดโลกถึง 52.39% แต่การบริหารส่วนต่างราคา (Margin) ทำได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเล็กน้อย ก็มีส่วนช่วยเสริมผลประกอบการโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาความผันผวนของราคา LPG ในตลาดโลก** จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าราคาเฉลี่ย LPG ในตลาดโลกที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลัก ซึ่งแนวโน้มราคา commodity มักมีความผันผวนสูง การที่ SGP สามารถบริหารจัดการส่วนต่างราคาได้ดีขึ้นในครั้งนี้ เป็นสัญญาณบวก แต่การจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงอย่างต่อเนื่องนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญ ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุถึงแผนการลงทุนหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนว่าจะรักษา Margin นี้ไว้ได้อย่างไรในระยะยาว ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ราคา LPG ในตลาดโลกและกลยุทธ์การบริหารต้นทุนของบริษัทอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 พุ่ง 136.77% YoY** แตะ 1,320.68 ล้านบาท จาก 557.79 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการโต 56.40% YoY** แตะ 19,813.53 ล้านบาท จาก 12,668.79 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ขยายตัวโดดเด่น** จาก 7.43% เป็น 9.80% หรือเพิ่มขึ้น 106.24%
* **ราคา LPG ในตลาดโลก (CP Saudi Aramco) เฉลี่ย Q3/2564 สูงขึ้นมาก** จาก 355 เหรียญสหรัฐ/ตัน เป็น 648 เหรียญสหรัฐ/ตัน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.64%** จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อเงินทุนหมุนเวียน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย การขนส่ง และการให้บริการ รวม 19,813.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.40% เมื่อเทียบกับ 12,668.79 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคา LPG ในตลาดโลกที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ต้นทุนขาย บริการ และขนส่ง เพิ่มขึ้น 52.39% เป็น 17,870.91 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 1,942.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 106.24% และคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 9.80% จาก 7.43% ในปีก่อน รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 5.16% จากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 4.74% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 2.64% โดยรวมแล้ว กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 136.77% เป็น 1,320.68 ล้านบาท
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 54,691.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.67% เมื่อเทียบกับ 40,313.48 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากราคา LPG ในตลาดโลกที่สูงขึ้นเช่นกัน ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 31.90% เป็น 50,480.41 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 4,211.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106.39% และคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 7.70% จาก 5.06% ในปีก่อน รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 59.31% จากกำไรจากการขายทรัพย์สินและอัตราแลกเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9.72% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 4.26% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 169.49% เป็น 2,816.74 ล้านบาท
## โอกาส
* **ราคา LPG ในตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง:** หากแนวโน้มราคายังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และส่วนต่างราคาของบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุนและส่วนต่างราคาที่ดีขึ้น:** การที่บริษัทสามารถเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ในภาวะราคา LPG สูง สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการที่อาจนำไปสู่ผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่องหากปัจจัยภายนอกเอื้ออำนวย
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น:** โดยเฉพาะกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากการขายทรัพย์สิน เป็นส่วนเสริมรายได้จากการดำเนินงานหลัก
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลก:** เป็นความเสี่ยงหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และส่วนต่างราคาของบริษัทได้โดยตรง หากราคาปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
* **ต้นทุนการจัดหาที่เพิ่มขึ้น:** แม้ปัจจุบันจะบริหารจัดการส่วนต่างราคาได้ดี แต่หากต้นทุนจัดหามีความผันผวนสูงและไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด อาจกระทบต่อกำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** แม้จะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้ แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าใช้จ่ายในการขาย อาจเป็นแรงกดดันต่อกำไรสุทธิหากไม่สามารถควบคุมได้
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** จากการกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นในอนาคตหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคา LPG ในตลาดโลก:** ติดตามการเคลื่อนไหวของราคา CP Saudi Aramco และปัจจัยที่มีผลต่อราคา commodity นี้
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** จับตาว่าบริษัทจะสามารถรักษา GPM ในระดับสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่ และมีกลยุทธ์อย่างไร
* **ปริมาณการขาย:** แม้เอกสารจะเน้นที่ราคา แต่ปริมาณการขายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้รวม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ติดตามการบริหารต้นทุนการจัดหาและต้นทุนการดำเนินงานอื่นๆ
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** ซึ่งมีผลต่อรายได้อื่นของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 SGP ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากราคา LPG ในตลาดโลก (CP Saudi Aramco) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 648 เหรียญสหรัฐต่อเมตริกตัน เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจาก 355 เหรียญสหรัฐต่อเมตริกตันในปีก่อน ปัจจัยนี้ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเติบโตขึ้นถึง 56.40% เป็น 19,813.53 ล้านบาท แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามราคา LPG ถึง 52.39% แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการส่วนต่างราคาได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวจาก 7.43% ในปีก่อน เป็น 9.80% ในไตรมาสนี้ ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 106.24% ในเชิงมูลค่า เป็นผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พุ่งสูงขึ้นถึง 136.77% เป็น 1,320.68 ล้านบาท
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2564 ภาพรวมยังคงคล้ายคลึงกัน โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 35.67% เป็น 54,691.63 ล้านบาท จากราคา LPG เฉลี่ยที่ 583 เหรียญสหรัฐต่อเมตริกตัน (เทียบกับ 393 เหรียญสหรัฐต่อเมตริกตันในปีก่อน) ขณะที่ GPM เพิ่มขึ้นจาก 5.06% เป็น 7.70% ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้นถึง 169.49% เป็น 2,816.74 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในงวดเก้าเดือนที่เติบโตถึง 59.31% ซึ่งมาจากกำไรจากการขายทรัพย์สินและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่ดี อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานที่ขยายตัว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2564 จำนวน 162.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.64% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกิจการ ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทอาจมีการใช้เงินทุนหมุนเวียนมากขึ้นเพื่อรองรับการดำเนินงานที่ขยายตัว
## สรุปท้าย
SGP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 136.77% จากแรงหนุนหลักของราคา LPG ในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและส่วนต่างราคาที่ทำได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้กำไรขั้นต้นขยายตัวได้มากกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคา commodity และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SGP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
18,533.62
ล้านบาท
↓ 8.2% YoY
กำไรขั้นต้น
1,084.26
ล้านบาท
↑ 11.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.85
%
กำไรสุทธิ
667.11
ล้านบาท
↑ 144.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.60
%
D/E Ratio
2.21
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
18,534
↓ -8.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,084
↑ + 11.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
667
↑ + 144.4%
YoY
D/E Ratio
2.21
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SGP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.21
ROE (%)
0.05
ROA (%)
2.68
Book Value/หุ้น
11.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SGP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-7,807
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,906
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SGP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-7,807.28
-16.62%
|
-9,363.02
-216.42%
|
8,042.35
-295.56%
|
-4,112.37
-4.60%
|
-4,310.84
-250.58%
|
2,862.76
-28.02%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,906.42
-178.32%
|
-4,988.00
-356.88%
|
1,941.80
+309.73%
|
473.92
-163.59%
|
-745.28
-51.41%
|
-1,533.86
-58.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
4,183.06
-71.65%
|
14,752.61
-261.42%
|
-9,139.12
-331.31%
|
3,951.06
-0.75%
|
3,980.90
-567.07%
|
-852.31
+32.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
532.63
-82.18%
|
2,989.66
+113.35%
|
1,401.31
+668.22%
|
182.41
-70.65%
|
621.47
+30.40%
|
476.58
-236.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,749.44
-30.29%
|
5,378.49
+55.58%
|
3,456.98
+32.39%
|
2,611.13
-12.25%
|
2,975.49
+19.02%
|
2,500.03
-12.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,486.93
-7.00%
|
3,749.44
-30.29%
|
5,378.49
+55.58%
|
3,456.98
+32.39%
|
2,611.13
-12.25%
|
2,975.49
+19.02%
|