บริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
3.36
0.04 (1.18%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3467 out_tok=1931 at=2026-07-26T04:37:03 -->
# สหมิตรฯ (SMIT) Q2/2565 กำไรสุทธิหด 8% แม้รายได้โต 12% รับต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมโต 12% แต่ต้นทุนสินค้าเร่งตัว กดดันกำไรสุทธิลดลง 8% ในไตรมาส 2/2565
บริษัท สหมิตร เครื่องกล จำกัด (มหาชน) หรือ SMIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 569.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิจากการดำเนินงานกลับลดลง 8.04% มาอยู่ที่ 70.48 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนสินค้าและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกราคาตลาดโลก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ SMIT ในไตรมาส 2/2565 ปรับตัวลดลง 8.04% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 12.25% มาอยู่ที่ 569.16 ล้านบาทนั้น มาจาก **ต้นทุนสินค้าและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น แม้ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้หลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนสินค้าและบริการสำหรับทุกผลิตภัณฑ์ได้ปรับราคาเพิ่มขึ้นตามกลไกราคาในตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 0.40% มาอยู่ที่ 344.35 ล้านบาทเท่านั้น เมื่อเทียบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การที่ต้นทุนสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกราคาในตลาดโลกนั้น เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นจากสภาวะตลาดภายนอก ซึ่งอาจมีแนวโน้มผันผวนตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและอุปทานของวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พยายามบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 2.30% เพื่อบรรเทาผลกระทบ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 เติบโต 12.25%** มาอยู่ที่ 569.16 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 หดตัว 8.04%** มาอยู่ที่ 70.48 ล้านบาท เทียบกับ 76.64 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 0.40%** มาอยู่ที่ 344.35 ล้านบาท แม้รายได้จะโต เนื่องจากต้นทุนสินค้าและบริการปรับสูงขึ้นตามตลาดโลก
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 2.30%** มาอยู่ที่ 188.34 ล้านบาท
* **ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2565** รายได้รวม 1,095.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.51% แต่กำไรสุทธิ 132.76 ล้านบาท ลดลง 6.94%
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับผลการดำเนินงานงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีรายได้รวม 569.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.12 ล้านบาท หรือ 12.25% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้หลักที่เพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 70.48 ล้านบาท ลดลง 6.16 ล้านบาท หรือ 8.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานรวม 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 1,095.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113.07 ล้านบาท หรือ 11.51% โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและโรงชุบเหล็ก 99.85 ล้านบาท และอื่นๆ 18.32 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องมือเครื่องจักรลดลง 6.84 ล้านบาท เนื่องจากกำลังซื้อภาคการผลิตลดลงและการชะลอการลงทุนของลูกค้า
กำไรขั้นต้น 6 เดือนแรกอยู่ที่ 344.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.38 ล้านบาท หรือ 0.40% ซึ่งไม่สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนสินค้าและบริการทุกผลิตภัณฑ์มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นตามกลไกราคาในตลาดโลก ส่งผลให้กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกอยู่ที่ 132.76 ล้านบาท ลดลง 9.91 ล้านบาท หรือ 6.94% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 6 เดือนแรกอยู่ที่ 188.34 ล้านบาท ลดลง 4.44 ล้านบาท หรือ 2.30% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่าย
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** การปรับตัวขึ้นของต้นทุนสินค้าและบริการตามกลไกราคาตลาดโลกเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
* **กำลังซื้อภาคการผลิตลดลง:** การชะลอการลงทุนของลูกค้าในกลุ่มเครื่องมือเครื่องจักรส่งผลกระทบต่อยอดขายในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการลงทุนของลูกค้าในระยะต่อไป
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบในตลาดโลก และผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าของบริษัท
* การฟื้นตัวของกำลังซื้อภาคการผลิต และการลงทุนของลูกค้าในกลุ่มเครื่องมือเครื่องจักร
* กลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็กในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในส่วนของกลุ่มธุรกิจทรัพยากร โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็ก การเปลี่ยนแปลงของราคา commodity ในตลาดโลกมีผลโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายสินค้าของ SMIT ในไตรมาส 2/2565 พบว่าแม้บริษัทจะสามารถเพิ่มปริมาณขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็กได้ถึง 99.85 ล้านบาท แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นตามกลไกราคาตลาดโลกได้บั่นทอนผลกำไรขั้นต้น ทำให้กำไรสุทธิไม่เติบโตตามรายได้
สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องมือเครื่องจักร ยอดขายลดลง 6.84 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลจากกำลังซื้อที่ลดลงของภาคการผลิตและการชะลอการลงทุนของลูกค้า ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด)
## สรุปท้าย
SMIT ในไตรมาส 2/2565 เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้อัตรากำไรสุทธิลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เหล็กและชุบแข็งเหล็กจะเติบโตได้ดีก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคา commodity และการฟื้นตัวของกำลังซื้อภาคการผลิตเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SEAOIL ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
5,171.96
ล้านบาท
↑ 21.2% YoY
กำไรขั้นต้น
145.02
ล้านบาท
↑ 63.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.80
%
กำไรสุทธิ
49.96
ล้านบาท
↓ 47.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.97
%
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,172
↑ + 21.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
145
↑ + 63.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
50
↓ -47.2%
YoY
D/E Ratio
0.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SEAOIL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
10.04
ROA (%)
7.78
Book Value/หุ้น
3.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SEAOIL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-248
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-133
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SEAOIL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-247.83
+627.84%
|
-34.05
-91.75%
|
-412.65
+83.07%
|
-225.40
-191.84%
|
245.42
+160.53%
|
94.20
-6.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-133.47
+460.33%
|
-23.82
-91.94%
|
-295.69
+120.55%
|
-134.07
-1.56%
|
-136.19
-141.59%
|
327.49
+145.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
18.92
-337.69%
|
-7.96
-103.76%
|
211.66
-235.76%
|
-155.91
+130.98%
|
-67.50
-87.03%
|
-520.31
+222.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
187.56
-44.07%
|
335.36
-32.36%
|
495.81
-1,009.08%
|
-54.54
-230.67%
|
41.74
-142.32%
|
-98.62
-234.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,209.22
+38.06%
|
875.85
+127.00%
|
385.84
+13.44%
|
340.12
+235.66%
|
101.33
-48.85%
|
198.09
+47.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,389.69
+14.92%
|
1,209.22
+38.06%
|
875.85
+127.00%
|
385.84
+13.44%
|
340.12
+235.66%
|
101.33
-48.85%
|