เข้าสู่ระบบ
+ สมัครสมาชิก
วิธีใช้งาน AiO
ห้องเรียนหุ้น
หน้าระบบ
STOCK INFO
ข้อมูลหุ้น
จุดเด่น
สรุปงบล่าสุด
สรุป OPPDAY
Dash Box
DCA
IAA Consensus
ProjectX
เงินปันผล
ราคาหุ้น
กราฟราคา
Matrix ราคาที่เปลี่ยนแปลง
ข่าวออนไลน์
รายชื่อกรรมการล่าสุด
ผู้ถือหุ้นใหญ่
การซื้อขายของผู้บริหาร
งบการเงิน
งบการเงิน
กำไรขาดทุน
ฐานะทางการเงิน
กระแสเงินสด
Data / Community
Blog & Event
(บทความ&ข่าวสาร&กิจกรรม)
Live & Video
วิดีโอและไลฟ์สด
Community
(ชุมชน)
Data / Tools
ค่าเงิน & วัตถุดิบ
บาทดอลลาร์
น้ำมัน
ถ่านหิน
ค่าระวางเรือ
ทองแดง
เหล็ก
น้ำตาลทราย
ยางพารา
กาแฟ
กราฟ SET
SET INDEX
ข่าวหุ้น
ข่าวหุ้น
OPPDAY
เงินปันผล
Basket List
Virtual Port
Deep
เปรียบเทียบหุ้น
Stock Filter
การซื้อขายของผู้บริหาร
Activity
AIO Reward
Change Log
AiO Version 3.9
สรุป OPPDAY หุ้น SEAFCO
Home
สรุป OPPDAY หุ้น SEAFCO
SEAFCO
บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน)
Oppday
ไตรมาสที่ 4 ปี 2568
-- รอบที่ --
4Q2568
3Q2568
2Q2568
1Q2568
4Q2567
สรุป OPPDAY
📅
ข้อมูลสำคัญ
: -
ปีงบประมาณปัจจุบัน
: พ.ศ. 2568 / ค.ศ. 2025 -
ปีก่อนหน้า
: พ.ศ. 2567 / ค.ศ. 2024 --- ### 1. สรุปภาพรวมเชิงกลยุทธ์ (Executive Summary) บริษัทซีฟโก้จำกัด(มหาชน) (SEAFCO) มีผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2568 อยู่ในภาวะดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีกำไรสุทธิไตรมาสสี่ถึง 140 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ขาดทุน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึงระดับ 20% ในช่วงไตรมาสนี้ เน้นงานภาครัฐเป็นหลัก (70%) และมีการรับงานใหม่เพิ่มเติมในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและงานซ่อมโครงสร้างที่สถานีวชิรพยาบาล โดยยังคงรักษาระดับ Backlog อยู่ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท สะท้อนถึงความมั่นคงของโครงการในอนาคต
จุดเปลี่ยนสำคัญ (Inflection Point)
: บริษัทกำลังผ่านขั้นตอนการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยมีแผนปิดบริษัทย่อยในเครือ เช่น SEAFCO สาขาพม่าและซิโก้คอนสตรัคชั่น เพื่อเน้นกลยุทธ์การเติบโตจากงานภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีส้ม และมีเป้าหมายรับงานเพิ่มในปีงบประมาณ 2568 จากโครงการขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในไตรมาสแรกของปีต่อไป --- ### 2. ผลการดำเนินงานและตัวชี้วัดสำคัญ (Financial & KPI Analysis)
ตารางสรุปผลประกอบการ (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | ปี พ.ศ. ก่อนหน้า | ปี พ.ศ. ปัจจุบัน | |-------------------------------------------|----------------|---------------| | รายได้รวม | - |
517,097
| | กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT / Core Profit) | - |
117,000
| | กำไรสุทธิ (Net Profit) | - |
140,000
| |
Backlog (ณ สิ้นเดือนมีนาคม)
| - |
1,800
| |
อัตราส่วนรายได้จากภาครัฐ
| - |
70%
| > *หมายเหตุ: ข้อมูลบางรายการไม่ระบุชัดเจนในคลิป เช่น รายได้รวมไตรมาสที่ 4 ปีก่อนหน้า จึงไม่ได้กรอก* --- #### การวิเคราะห์ Core vs Non-Core -
Core Profit
: จากข้อมูลที่ให้มา กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ประมาณ 117,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากงานภาครัฐและโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วง -
Non-Core Activities
: มีงานซ่อมแซมโครงสร้างเฉพาะ เช่น การซ่อมกำแพงดินที่สถานีวชิรพยาบาล ซึ่งไม่ได้รับเงินค่าแรงรวมแต่อยู่ในกลุ่มงานรับเฉพาะค่าแรง --- ### 3. ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค (Drivers & Constraints) #### ปัจจัยภายใน -
กลยุทธ์ที่ได้ผล
: การเน้นงานภาครัฐเป็นหลัก (70%) และการรับงานจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วง และงานซ่อมแซมโครงสร้างที่สถานีวชิรพยาบาล -
ปัญหาที่กำลังแก้ไข
: - การขาดแคลนแรงงานในบางภูมิภาค โดยเฉพาะในโครงการขนาดใหญ่ - การปรับตัวต้นทุนเช่น ราคาน้ำมันดีเซลที่ส่งผลต่อต้นทุนรายจ่าย (ประมาณ 6–7%) #### ปัจจัยภายนอก -
เศรษฐกิจมหภาค
: เศรษฐกิจไทยยังคงชะลอตัว โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ลดการลงทุนในอาคารสูง ส่งผลให้ความต้องการเสาเข็มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ -
นโยบายรัฐ
: การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วง และโครงการภาครัฐต่างๆ ส่งผลให้ SEAFCO มีโอกาสได้งานเพิ่มขึ้น -
คู่แข่ง
: บริษัทเอกชนขนาดใหญ่เริ่มลงทุนเองในงานเสาเข็มเจาะ เช่น การก่อสร้างรถไฟฟ้าสีแดงโดยตรง ส่งผลให้ SEAFCO ต้องปรับกลยุทธ์ให้มุ่งเน้นงานรับเฉพาะค่าแรงและบริการช่วงกลาง --- ### 4. เจาะลึกช่วงถาม-ตอบ (Q&A Deep Dive) Q: งานรถไฟฟ้าสายสีม่วงเหลือรายได้อีกประมาณเท่าไหร่? A: เหลือรายได้ประมาณพันกว่าล้านบาท และคาดว่าจะทำเสร็จภายในปีนี้ โดยมีการรับค่าแรงมาแล้วประมาณ 1,200 ล้านบาท Q: งานรถไฟฟ้าหลักจะรับรู้รายได้ถึงไตรมาสใด? A: สิ้นไตรมาสสามน่าจะเสร็จสิ้นหมด เหลืองานทางขึ้น-ลงเล็กน้อย Q: ไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 4 ปี 2568 มีรายได้ออกมากกว่ากันหรือไม่? A: ยังไม่สามารถเปรียบเทียบได้เนื่องจากไตรมาสแรกยังไม่สิ้นสุด แต่คาดว่าจะใกล้เคียงกัน Q: มีโอกาสเกิดโครงการ double deck ในปีนี้ไหม? A: ยังไม่ทราบ เพราะต้องรอสถานการณ์ทางบ้านเมืองและบริบทเศรษฐกิจกว้างขวางมาประกอบ Q: มีโอกาสได้งานต่างประเทศหรือไม่? A: มีงานคอนแทรกซ์ในประเทศเพื่อนบ้านจำนวน 18 สัญญา แต่ยังไม่เริ่มดำเนินการจริง เนื่องจากสถานะทางธุรกิจและนโยบายบางอย่างยังไม่พร้อม Q: มีปัญหาแรงงานหมดไปหรือไม่? A: ยังคงมีปัญหาแรงงานแต่สามารถบริหารจัดการได้ดี โดยมีจำนวนแรงงานประมาณ 450 คนในโครงการปัจจุบัน Q: ปริมาณคอนกรีตเฉลี่ยต่อวันในเดือนมกราคมอยู่เท่าไหร่? A: เฉลี่ยได้ 832 คิวต่อวัน ในเดือนมกราคม Q: มีการสำรองเงินเผื่อความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจหรือไม่? A: มีการสำรองเงินไว้ประมาณสิบกว่าล้านบาท จากงานที่เสร็จแล้วแต่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ Q: ราคาน้ำมันส่งผลต่อต้นทุนบริษัทขนาดไหน? A: ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณ 39 บาท/ลิตร ส่งผลให้ต้นทุนลดลงประมาณ 6–7% หากขึ้นเป็นสองเท่า จะส่งผลต่อต้นทุนถึง 12% Q: มีแผนจ่ายปันผลในไตรมาสแรกปี 2569 หรือไม่? A: ยังไม่มีแผนจ่ายปันผล เนื่องจากสถานะทางการเงินยังต้องประเมินอีกครั้ง Q: มีแผนปรับต้นทุนหากมีภาวะสงครามหรือไม่? A: มีการพิจารณาเสนอราคาให้ลูกค้าร่วมกันบริหารจัดการความเสี่ยง หากต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก Q: แนวโน้ม Backlog ในปีงบประมาณ 2568 จะเพิ่มหรือลดลง? A: คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากโครงการภาครัฐจำนวนมากเริ่มเข้าสู่ช่วงการรับรู้รายได้ Q: จะใช้แรงงานกรมประชาหรือพม่าในอนาคตไหม? A: ยังไม่มีแผนใช้งานแรงงานจากต่างประเทศ เพราะสถานะทางกฎหมายและโครงสร้างยังไม่พร้อม --- ### การประเมินความเชื่อมั่น ผู้บริหารตอบคำถามได้อย่างชัดเจนในประเด็นหลัก เช่น ผลประกอบการรายไตรมาส อัตราส่วนรายได้จากภาครัฐ และแผนงานในอนาคต อย่างไรก็ตาม มีประเด็นบางอย่างที่ตอบแบบระมัดระวังและไม่เปิดเผยรายละเอียดชัดเจน เช่น การกระทบของสงครามหรือภาวะเศรษฐกิจโลก เพราะเกินขอบเขตการประเมินของบริษัทในขณะนี้ --- ### 5. สรุปวิเคราะห์ท้ายบทความ (Conclusion) #### เป้าหมาย (Targets) -
ระยะสั้น
: เพิ่ม Backlog และรับงานใหม่จากภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและงานซ่อมโครงสร้างพื้นฐาน -
ระยะยาว
: เน้นการเติบโตจากงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และปรับกลยุทธ์ให้มุ่งเน้นงานภาครัฐเพื่อลดความเสี่ยงจากเศรษฐกิจมหภาค #### สิ่งที่ต้องจับตามอง (Key Watch-out) - การเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาลที่อาจส่งผลต่อการประมูลงานภาครัฐ - การเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันดีเซลและวัตถุดิบหลักที่ส่งผลต่อต้นทุนบริษัท - ความเสี่ยงจากแรงงานขาดแคลนในโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของคุณ การเข้าใช้เว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยอมรับ
นโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับทั้งหมด
ไม่ยอมรับ