SCGP
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2568

สรุปสั้น

ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล


ผู้เขียน

สรุปด้วย AI(O) BOT

## สรุปผลประกอบการของ บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) ปี 2568

บทความนี้สรุปผลประกอบการของบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ในปี 2568 โดยเน้นการวิเคราะห์รายได้ กำไร ต้นทุน ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ หนี้สิน และสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อการดำเนินงานของบริษัท

**1. สรุปรายได้รวม:**

SCGP มีรายได้จากการขายรวม 124,374 ล้านบาทในปี 2568 ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (หน้า 3) สาเหตุหลักมาจากการปรับลดลงของราคาขายเฉลี่ย 8% ในทุกกลุ่มธุรกิจ (หน้า 3) อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 4% เนื่องมาจากความต้องการภายในประเทศที่แข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน (หน้า 3) กำไรสำหรับปีอยู่ที่ 4,069 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า (หน้า 3) ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับปรุงต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลและพลังงาน (หน้า 3)

ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 SCGP มีรายได้จากการขายรวม 30,170 ล้านบาท ลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (หน้า 3) กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 1,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 57 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (หน้า 4) ปัจจัยหลักที่สนับสนุนกำไรสุทธิในงวดนี้คือรายการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมควบรวมกิจการจำนวน 1,072 ล้านบาท รวมถึงการกลับรายการภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีรวมทั้งสิ้น 662 ล้านบาท (หน้า 4)

**สถานการณ์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม:**

ในปี 2568 เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนสูงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจต่างๆ (หน้า 2) เศรษฐกิจจีนยังคงขยายตัวได้ แต่เผชิญกับความท้าทายที่ทำให้การผลิตและการใช้จ่ายของผู้บริโภคชะลอตัว (หน้า 2) อาเซียนยังคงเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่นสูงและเป็นภูมิภาคสำคัญสำหรับการโยกย้ายห่วงโซ่อุปทาน (หน้า 2)

อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากการบริโภคภายในประเทศในกลุ่มสินค้าจำเป็นและการส่งออกสินค้าบางกลุ่ม (หน้า 2) อย่างไรก็ตาม ความต้องการบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าคงทนยังคงชะลอตัว (หน้า 2) ราคาบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มลดลงตามสภาวะตลาดในภูมิภาค (หน้า 2)

SCGP ยังคงปรับตัวเชิงกลยุทธ์และมุ่งเน้นความเป็นเลิศในการดำเนินงาน โดยขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคและเสริมสร้างการบูรณาการห่วงโซ่คุณค่าทั่วภูมิภาคอาเซียน (หน้า 2) บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน และตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ (หน้า 2)

**2. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**

EBITDA ในปี 2568 เท่ากับ 17,210 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อนหน้า และมี EBITDA margin เท่ากับ 14% (หน้า 3) กำไรสำหรับปีเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากการปรับปรุงต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลและพลังงาน (หน้า 3)

ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 EBITDA เท่ากับ 4,567 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมี EBITDA margin ร้อยละ 15 (หน้า 4) กำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (หน้า 4)

Core EBITDA ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 เท่ากับ 3,688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 12% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (หน้า 5) Core profit เท่ากับ 821 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 18% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (หน้า 5)

**3. สินทรัพย์และหนี้สิน:**

สินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เท่ากับ 176,531 ล้านบาท ลดลง 6% จากปีก่อนหน้า (หน้า 10) สาเหตุหลักมาจากการลดลงของผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ และสินค้าคงเหลือ (หน้า 10) หนี้สินรวมเท่ากับ 86,415 ล้านบาท ลดลง 7% จากปีก่อนหน้า (หน้า 10) ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเท่ากับ 90,116 ล้านบาท ลดลง 5% จากปีก่อนหน้า (หน้า 10)

อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในปี 2568 เท่ากับ 1.0 เท่า คงที่เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (หน้า 10) อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA เท่ากับ 3.0 เท่า ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ 3.3 เท่า (หน้า 10)

**การจ่ายเงินปันผล:**

คณะกรรมการบริษัทมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท โดยบริษัทได้จ่ายเป็นเงินปันผลงวดระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท และจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท (หน้า 4)

**ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานในอนาคต:**

SCGP คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่าจะยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนด้านการค้าและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (หน้า 17) อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์คาดว่าจะยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวัน (หน้า 17) ราคาวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลคาดว่าจะมีแนวโน้มคงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (หน้า 17)

SCGP ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตผ่านการขยายธุรกิจในปัจจุบันและการเข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคและโอกาสในตลาดที่มีการเติบโต (หน้า 17) บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินด้วยการบริหารเงินทุนหมุนเวียนอย่างมีวินัยและการลงทุนอย่างรอบคอบ (หน้า 17)

**รายการปรับปรุงที่นอกเหนือจากการดำเนินงานที่มีผลกระทบต่อ Core profit และ Core EBITDA:**

ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 มีรายการที่นอกเหนือจากการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ กำไรจากการควบรวมกิจการในอินโดนีเซีย (หน้า 5)

**ผลการดำเนินงานแบ่งตามสายธุรกิจหลัก:**

* **สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (IPB):** รายได้จากการขายลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (หน้า 6) EBITDA และกำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 55% และ 384% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (หน้า 6)
* **สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (FB):** รายได้จากการขายลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (หน้า 7) EBITDA และกำไรสำหรับงวดลดลง 40% และ 98% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (หน้า 7)

**การบริหารจัดการวัตถุดิบและพลังงาน:**

SCGP ได้รักษาเสถียรภาพและคุณภาพของวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลและวัตถุดิบอื่นๆ ผ่านกลยุทธ์การจัดหาที่มีประสิทธิภาพจากหลากหลายแหล่งทั่วโลก (หน้า 9) บริษัทฯ ยังคงเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานและขยายขีดความสามารถในการนำเข้าผ่านเครือข่ายธุรกิจรีไซเคิล (หน้า 9) SCGP ได้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนถ่านหินอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการบูรณาการเชิงกลยุทธ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลและเชื่อมโยงกับดัชนีราคาในภูมิภาค (หน้า 9)

**พัฒนาการด้านความยั่งยืน:**

SCGP ได้ร่วมมือกับลูกค้าในการขับเคลื่อนโครงการด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมจำนวน 15 โครงการ (หน้า 16) บริษัทฯ ได้รับการรับรองเป็นห้องปฏิบัติการเอกชนแห่งแรกจากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในการทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์กระดาษอุตสาหกรรม (หน้า 16) SCGP ได้รับรางวัลเกียรติยศจากงาน SET Awards 2025 (หน้า 16)

**สรุปงบกระแสเงินสด:**

ในปี 2568 SCGP มีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 15,538 ล้านบาท (หน้า 15) กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 8,110 ล้านบาท (หน้า 15) กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 10,240 ล้านบาท (หน้า 15)

**การเข้าซื้อกิจการ:**

SCGP ได้เข้าซื้อหุ้นกิจการธุรกิจบรรจุภัณฑ์จากกระดาษ PT Prokemas Adhikari Kreasi (MYPAK) ในประเทศอินโดนีเซีย (หน้า 15)

**การยุติการจัดตั้งโรงงานผลิต Bio-Based Plastic:**

SCGP ตัดสินใจยุติการจัดตั้งโรงงานผลิต Bio-Based Plastic จากชิ้นไม้ยูคาลิปตัสสับ (หน้า 15)

**เป้าหมายด้านความยั่งยืน:**

SCGP ยังคงมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ และก้าวสู่เป้าหมายในการทำให้บรรจุภัณฑ์ร้อยละ 100 สามารถนำมารีไซเคิลนำกลับมาใช้ใหม่หรือย่อยสลายได้ทางชีวภาพภายในปี 2573 (หน้า 18)


รายได้รวม
31,709.02 ล้านบาท
1,020.51ล้านบาท
(3.33%)
ไตรมาสก่อนหน้า
324.54ล้านบาท
(1.03%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
กำไรขั้นต้น
5,248.89 ล้านบาท
221.39ล้านบาท
(4.05%)
ไตรมาสก่อนหน้า
952.46ล้านบาท
(22.17%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
16.55 ล้านบาท
1.28ล้านบาท
(7.18%)
ไตรมาสก่อนหน้า
2.86ล้านบาท
(20.89%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
ค่าใช้จ่ายรวม
4,369.04 ล้านบาท
602.55ล้านบาท
(16.00%)
ไตรมาสก่อนหน้า
605.19ล้านบาท
(16.08%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
13.78 %
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
กำไรสุทธิ
1,206.60 ล้านบาท
253.37ล้านบาท
(26.58%)
ไตรมาสก่อนหน้า
1,263.18ล้านบาท
(2,232.56%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
อัตรากำไรสุทธิ(%)
3.81 %
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
D/E
0.96 เท่า
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
กระแสเงินสด
3,964.02 ล้านบาท
1,078.24ล้านบาท
(21.38%)
ไตรมาสก่อนหน้า
4,223.43ล้านบาท
(1,628.09%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล