สรุปงบล่าสุด SCGP
สรุปงบการเงิน
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
## สรุปผลประกอบการของ บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) ไตรมาส 1 ปี 2569
**1. สรุปรายได้รวม:**
SCGP มีรายได้จากการขายรวมในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 29,295 ล้านบาท ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 1,566 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 5% (หน้า 3)
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้รวม:
* **รายได้จากการขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน:** เป็นผลมาจากปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลง
* **รายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน:** เนื่องมาจากความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ชะลอตัวในช่วงวันหยุดในประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย (หน้า 3)
* **EBITDA Margin:** เพิ่มขึ้นเป็น 16% (หน้า 3)
* **Core EBITDA:** เท่ากับ 4,616 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (หน้า 4)
* **Core profit:** เท่ากับ 1,542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 88% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (หน้า 4)
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
เศรษฐกิจโลกในไตรมาส 1 ปี 2569 ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ตาม นโยบายการเงินโดยทั่วไปยังคงผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนการเติบโต เศรษฐกิจจีนเผชิญกับอุปสงค์ภายในประเทศที่จำกัด แต่ภาคการส่งออกยังคงมีต่อเนื่อง ในส่วนของอาเซียน เศรษฐกิจโดยรวมยังคงขยายตัวจากอุปสงค์ภายในประเทศ (หน้า 2)
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการบริโภคภายในประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะสินค้าจำเป็น เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ สินค้าส่งออก เช่น อาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยังเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรม (หน้า 2)
ต้นทุนในไตรมาส 1 ปี 2569 ยังอยู่ในภาวะที่เอื้อต่อการดำเนินงาน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (RCP) และต้นทุนพลังงานที่ลดลง (หน้า 2)
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
* **กำไรขั้นต้น:** เท่ากับ 6,164 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้น 21% (หน้า 3)
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (หน้า 3)
* **กำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น:** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงการจัดการด้านพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (หน้า 3)
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
* **สินทรัพย์รวม:** เท่ากับ 179,129 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินในกลุ่มอาเซียน (หน้า 9)
* **หนี้สินรวม:** เท่ากับ 87,084 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินบาท (หน้า 9)
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** เท่ากับ 92,045 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินบาทและการมีกำไรสำหรับงวด (หน้า 9)
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** เท่ากับ 0.9 เท่า ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (หน้า 9)
* **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA:** เท่ากับ 2.9 เท่า ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 3.4 เท่า เนื่องจาก EBITDA ที่เพิ่มขึ้น (หน้า 9)
**5. ผลการดำเนินงานแบ่งตามสายธุรกิจหลัก:**
* **สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (IPB):** รายได้จากการขาย 22,815 ล้านบาท ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน EBITDA เท่ากับ 4,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมี EBITDA margin 19% (หน้า 5)
* **สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (FB):** รายได้จากการขาย 5,957 ล้านบาท ลดลง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน EBITDA เท่ากับ 292 ล้านบาท ลดลง 60% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมี EBITDA margin 5% (หน้า 6)
**6. ต้นทุนขาย:**
ต้นทุนขายรวมเท่ากับ 23,131 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (หน้า 8) SCGP บริหารจัดการวัตถุดิบและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้กลยุทธ์การจัดหาจากหลายแหล่งทั่วโลก และนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการตัดสินใจ (หน้า 8)
**7. งบกระแสเงินสด:**
* กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน: 3,583 ล้านบาท (หน้า 14)
* กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน: 1,015 ล้านบาท (หน้า 14)
* กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน: 2,017 ล้านบาท (หน้า 14)
**8. พัฒนาการที่สำคัญ:**
* MYPAK (บริษัทย่อยในอินโดนีเซีย): ดำเนินกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าในด้านการขาย การดำเนินงาน และการบริหารทรัพยากรบุคคล (หน้า 14)
* จัดตั้งบริษัทย่อย Go-Pak International ในเวียดนาม: เพื่อเสริมสร้างการเติบโตในธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร (หน้า 15)
* SCGP ได้รับรางวัล Gallup Exceptional Workplace Award (GEWA) 2026 และได้รับการประเมิน MSCI ESG Ratings ระดับ A (หน้า 15)
(7.04%)
(9.21%)
(17.44%)
(6.32%)
(26.34%)
(17.08%)
(8.75%)
(1.48%)
(29.80%)
(74.04%)
(0.12%)
(40.22%)