บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
41.00
0.25 (0.61%)
สรุปสั้น
ผลการดําเนินงานของบริษัท งวด 9 เดือนในปี 2564 กําไรสุทธิเพิ่มขึ้นกว่าในปี 2563 ร้อยละ17.49 หรือเพิ่มขึ้น 67.87 ล้านบาท จากยอดรวมขายในประเทศเพิ่มขึ้น ร้อยละ 5.08 หรือเพิ่มขึ้น 84.09 ล้านบาท ยอดขายส่วนใหญ่มาจากช่องทางการจําหน่ายผู้ค้าส่งทั่วไป และช่องทางการจําหน่ายโมเดิร์นเทรด ร้านอาหารเริ่มกลับมาซื้อของเพิ่มมากขึ้น
ยอดขายต่างประเทศยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.68 หรือเพิ่มขึ้น 7.04 ล้านบาท การส่งออกสามารถ ส่งออกได้มากขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11511 out_tok=2804 at=2026-07-26T03:09:43 -->
SAUCE กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 65 ลดลง 1.9% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดัน
SAUCE Q3/2565: รายได้โตแต่กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกหด เหตุต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์พุ่งสูง ฝ่ายบริหารเร่งคุมค่าใช้จ่าย
บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) หรือ SAUCE รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิลดลง 1.90% หรือ 8.68 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ายอดขายรวมจะเติบโตขึ้น 5.44% โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบหลักกลุ่มโปรตีนจากธัญพืช บรรจุภัณฑ์พลาสติกและกล่องที่ปรับราคาสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ SAUCE ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2565 คือ **ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) แม้ว่าบริษัทจะสามารถเพิ่มยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ รวมถึงมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้นก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายบริหารระบุชัดเจนว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นจาก 62.41% ของยอดขายในปี 2564 เป็น 65.29% ของยอดขายในปี 2565 มาจากการปรับราคาสูงขึ้นของวัตถุดิบหลักกลุ่มโปรตีนจากธัญพืช และบรรจุภัณฑ์กลุ่มพลาสติกและกล่อง ซึ่งเป็นไปตามราคาตลาดโลก ปัจจัยนี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของบริษัทลดลงจาก 37.59% ในปีก่อนหน้า เหลือ 34.71% ในปีนี้ แม้ว่ายอดขายรวมจะเพิ่มขึ้น 5.44% หรือ 123.66 ล้านบาท และยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 3.96% (68.85 ล้านบาท) และยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 6.57% (17.68 ล้านบาท) รวมถึงยอดขายจากบริษัทร่วมที่เติบโตถึง 63.04% (16.34 ล้านบาท)
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต หรือมาตรการในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในระยะยาวอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารได้พยายามชดเชยผลกระทบดังกล่าวด้วยการควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่ลดลง 0.03% ของยอดขาย และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงถึง 0.55% ของยอดขาย ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการลดลงของหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 1.90% (8.68 ล้านบาท)** จาก 456.00 ล้านบาท เป็น 447.32 ล้านบาท
* **ยอดขายรวม 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 5.44% (123.66 ล้านบาท)** เป็น 2,371.21 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเป็น 65.29% ของยอดขาย** จาก 62.41% ในปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้นลดลง** จาก 37.59% เป็น 34.71% ของยอดขาย
* **ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 3.96%** จาก 1,738.84 ล้านบาท เป็น 1,807.69 ล้านบาท โดยช่องทางโมเดิร์นเทรดเติบโตดี
* **ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 6.57%** จาก 269.28 ล้านบาท เป็น 286.96 ล้านบาท
* **ยอดขายบริษัทร่วมเติบโตโดดเด่น 63.04%** จาก 25.92 ล้านบาท เป็น 42.26 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 5.63%** เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 2,371.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากยอดขายในประเทศที่เติบโต 3.96% และยอดขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 6.57% รวมถึงยอดขายจากบริษัทร่วมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 62.41% เป็น 65.29% ของยอดขาย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงจาก 37.59% เป็น 34.71% ของยอดขาย แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 447.32 ล้านบาท ลดลง 1.90% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับไตรมาส 3/2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 176.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.21% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในประเทศ 8.30% และยอดขายต่างประเทศ 19.74% รวมถึงยอดขายบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นถึง 91.52%
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายในประเทศ:** ช่องทางการจำหน่ายผู้ค้าส่งทั่วไป (ยี่ปั๊ว) และโมเดิร์นเทรด ยังคงเป็นช่องทางหลักที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้
* **การขยายตัวของตลาดต่างประเทศ:** ยอดขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียและอเมริกา
* **การเติบโตของบริษัทร่วม:** ยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากบริษัท เอ็กซ์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บ่งชี้ถึงโอกาสในการเติบโตจากการผลิตสินค้าใหม่และความต้องการของตลาดในเอเชีย
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการลดค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น โปรตีนจากธัญพืช และบรรจุภัณฑ์ เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ต้นทุนบรรจุภัณฑ์:** ราคาบรรจุภัณฑ์กลุ่มพลาสติกและกล่องที่สูงขึ้น เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มภาระต้นทุนให้กับบริษัท
* **การขนส่งสินค้า:** แม้ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์จะน้อยลง แต่การล่าช้าของสายเรือยังคงมีอยู่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งมอบสินค้า
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบและหีบห่อ ซึ่งอาจมีต้นทุนจมหากไม่สามารถบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์:** ติดตามทิศทางราคาในอนาคต และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **มาตรการบริหารต้นทุน:** กลยุทธ์ของฝ่ายบริหารในการจัดการต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การเติบโตของยอดขายในแต่ละช่องทาง:** ประเมินการเติบโตของยอดขายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงบริษัทร่วม
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การระบายสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบและหีบห่อ
* **การบริหารจัดการเครดิตเทอม:** การติดตามการชำระหนี้ของลูกหนี้การค้า โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจที่อาจมีความไม่แน่นอน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบและสินค้า:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเป็น 65.29% ของยอดขาย โดยมีสาเหตุหลักจากราคาวัตถุดิบหลักกลุ่มโปรตีนจากธัญพืช และบรรจุภัณฑ์กลุ่มพลาสติกและกล่องที่ปรับราคาสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
**Volume:** ยอดขายรวม 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 5.44% โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 3.96% และยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 6.57% แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของปริมาณการขายในภาพรวม แม้จะมีการปรับราคาสินค้าขึ้นด้วยก็ตาม
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 37.59% ในปีก่อนหน้า เหลือ 34.71% ในปีนี้ เป็นผลโดยตรงจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น
**ช่องทางขาย:** ช่องทางการจำหน่ายผู้ค้าส่งทั่วไป (ยี่ปั๊ว) และโมเดิร์นเทรด ยังคงเป็นช่องทางหลักที่สนับสนุนยอดขายในประเทศ โดยโมเดิร์นเทรดมีการเติบโตที่น่าสนใจ
**สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 27.79% โดยส่วนใหญ่มาจากวัตถุดิบและหีบห่อที่สูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการสต็อกวัตถุดิบที่มีราคาสูงขึ้น
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 6.57% บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของการส่งออก แม้จะยังคงมีปัญหาการล่าช้าของสายเรืออยู่บ้าง
**ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**โครงสร้างเงินทุน:** บริษัทมีโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.11 เท่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียน บริษัทไม่มีหนี้สินจากการกู้ยืมระยะยาว
**กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานลดลง 16.02% เป็น 364.40 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเกิดจากการจ่ายเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นในปี 2565 ทำให้กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินลดลง 28.06%
**สภาพคล่อง:** อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 7.64 เท่า เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย แสดงถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง แม้ว่าเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจะลดลง โดยบริษัทยังคงมีเงินสดจำนวนมากและวงเงินกู้เบิกเกินบัญชีสำรองไว้
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ SAUCE ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2565 คือแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าบริษัทจะสามารถเพิ่มยอดขายและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและสภาพคล่องที่ดี การจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและมาตรการบริหารต้นทุนของฝ่ายบริหารจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAUCE ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
951.34
ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
381.88
ล้านบาท
↑ 10.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.14
%
กำไรสุทธิ
219.98
ล้านบาท
↑ 12% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
23.12
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
951
↑ + 4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
382
↑ + 10.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
220
↑ + 12%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAUCE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
24.49
ROA (%)
27.85
Book Value/หุ้น
9.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAUCE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-436
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-497
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAUCE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-435.90
+841.67%
|
-46.29
-88.42%
|
-399.78
+68.89%
|
-236.71
-47.70%
|
-452.58
-169.15%
|
654.52
+8.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-496.77
+45.79%
|
-340.75
+105.30%
|
-165.98
-1.34%
|
-168.24
+257.27%
|
-47.09
-71.95%
|
-167.86
-2.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
644.60
+4.11%
|
619.14
+4.23%
|
594.00
-203.08%
|
-576.26
+28.06%
|
-450.00
+8.70%
|
-414.00
+16.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-195.50
-388.90%
|
67.67
+139.88%
|
28.21
-83.53%
|
171.30
-471.58%
|
-46.10
-163.45%
|
72.66
-5.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
625.87
-1.71%
|
636.75
+9.15%
|
583.38
-13.06%
|
671.05
+22.25%
|
548.92
+15.26%
|
476.26
+19.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
535.16
-14.49%
|
625.87
-1.71%
|
636.75
+9.15%
|
583.38
-13.06%
|
671.05
+22.25%
|
548.92
+15.26%
|