บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
3.04
0.02 (0.65%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3965 out_tok=2118 at=2026-07-26T03:33:18 -->
# SAMTEL กำไรสุทธิ Q2/65 โต 5.5% รับอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น แม้รายได้รวมหดตัว
## รายได้รวมลดลง 9.7% แต่ GPM พุ่ง 2.3 ppt หนุนกำไรสุทธิโตเล็กน้อย ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น
บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 1,434 ล้านบาท ลดลง 9.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลง แต่การบริหารต้นทุนขายที่ดีขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ SAMTEL ในไตรมาส 2/2565 ปรับตัวดีขึ้น คือ **การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** แม้รายได้รวมจะลดลง 9.7% มาอยู่ที่ 1,434 ล้านบาท แต่กำไรขั้นต้นกลับเพิ่มขึ้น 11.3% เป็น 178 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับขึ้นจาก 10.2% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 12.5% ในไตรมาสนี้ ปัจจัยนี้เป็นแรงหนุนสำคัญที่ช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลง และส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตได้ 5.5% เป็น 33 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของ GPM เกิดจากการที่ **ต้นทุนขายงานตามสัญญา บริการและค่าเช่า ลดลงในอัตราที่มากกว่ารายได้** โดยต้นทุนขายลดลง 11.9% ขณะที่รายได้ลดลง 9.5% ทำให้ต้นทุนขายคิดเป็นสัดส่วน 87.5% ของรายได้ ลดลงจาก 89.8% ในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรืออาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ Product Mix ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุสาเหตุที่ชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงนี้
ในทางกลับกัน ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ มีการปรับตัวสูงขึ้น 3.8% เป็น 133 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันที่ทำให้กำไรสุทธิไม่เติบโตไปมากกว่านี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การเพิ่มขึ้นของ GPM ในครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะ **มีลักษณะครั้งคราว** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของธุรกิจ หรือการได้มาซึ่งสัญญาใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้นอย่างชัดเจน การที่ต้นทุนขายลดลงในอัตราที่มากกว่ารายได้ อาจเป็นผลมาจากการบริหารจัดการโครงการ หรือการส่งมอบงานที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา นักลงทุนควรติดตามว่า SAMTEL จะสามารถรักษาหรือเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ในไตรมาสถัดไปหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรายได้รวมยังคงมีแนวโน้มลดลง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 5.5% YoY:** แม้รายได้รวมลดลง แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 31 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่ง:** GPM เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 10.2% เป็น 12.5% เนื่องจากต้นทุนขายลดลงในอัตราที่มากกว่ารายได้
* **รายได้รวมหดตัว 9.7% YoY:** รายได้รวมอยู่ที่ 1,434 ล้านบาท ลดลง 154 ล้านบาท โดยหลักมาจากรายได้จากการขายงานตามสัญญา บริการและค่าเช่า
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 3.8% เป็น 133 ล้านบาท
* **EBITDA ปรับตัวดีขึ้น:** EBITDA อยู่ที่ 160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 SAMTEL มีรายได้รวม 1,434 ล้านบาท ลดลง 9.7% หรือ 154 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักจากการขายงานตามสัญญา บริการและค่าเช่า ลดลง 9.5% มาอยู่ที่ 1,424 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนขายงานตามสัญญา บริการและค่าเช่า ลดลง 11.9% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 11.3% เป็น 178 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 12.5% จาก 10.2% ในปีก่อน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 3.8% เป็น 133 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% หรือ 2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 31 ล้านบาท EBITDA อยู่ที่ 160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%
## โอกาส
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การที่ต้นทุนขายลดลงในอัตราที่มากกว่ารายได้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไร
* **การเติบโตของ EBITDA:** EBITDA ที่เพิ่มขึ้น 10% สะท้อนถึงการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นก่อนหักค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษี
## ความเสี่ยง
* **รายได้รวมที่ลดลง:** การที่รายได้รวมยังคงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา ว่าบริษัทจะสามารถพลิกฟื้นการเติบโตของรายได้ได้หรือไม่
* **ค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อาจกดดันอัตรากำไรในระยะยาวหากไม่สามารถควบคุมได้
* **ความไม่แน่นอนของ GPM:** การที่ GPM เพิ่มขึ้นอาจเป็นปัจจัยชั่วคราว หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง หรือการได้มาซึ่งสัญญาใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ในไตรมาสถัดไป:** จะสามารถกลับมาเติบโตได้หรือไม่ และมีปัจจัยขับเคลื่อนจากส่วนใดบ้าง
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** จะสามารถรักษาอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ในระดับต่ำกว่า 89.8% ได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** จะสามารถชะลอการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้หรือไม่
* **การได้มาซึ่งสัญญาใหม่:** มีโอกาสในการได้มาซึ่งโครงการใหม่ ๆ ที่จะสนับสนุนการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรในอนาคตหรือไม่
* **การเปลี่ยนแปลง Product Mix:** หาก GPM ที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการปรับ Product Mix จะมีแนวโน้มต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในกลุ่มเทคโนโลยี การที่ SAMTEL สามารถเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ แม้รายได้รวมจะลดลง ถือเป็นสัญญาณที่ดีในแง่ของการบริหารจัดการโครงการและต้นทุน อย่างไรก็ตาม การที่รายได้รวมลดลง 9.7% บ่งชี้ถึงความท้าทายในการหาโครงการใหม่ หรือการส่งมอบโครงการเดิมที่อาจล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุถึงการลงทุนใน R&D หรือการขยายตลาด/พาร์ทเนอร์ใหม่ ๆ ในเอกสารที่ให้มา ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีมักให้ความสนใจ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,207 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น ๆ หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายค้างจ่ายโครงการและรายได้รับล่วงหน้า ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 3,393 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
## สรุปท้าย
SAMTEL ในไตรมาส 2/2565 เผชิญกับความท้าทายด้านรายได้ที่ลดลง แต่สามารถพลิกสถานการณ์ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนให้กำไรสุทธิเติบโตได้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากรายได้ที่ยังคงหดตัวและค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการเติบโตและรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAMTEL ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,861.26
ล้านบาท
↑ 8.4% YoY
กำไรขั้นต้น
179.20
ล้านบาท
↓ 5.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.63
%
กำไรสุทธิ
48.77
ล้านบาท
↓ 27.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.62
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,861
↑ + 8.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
179
↓ -5.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
49
↓ -27.7%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAMTEL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
2.77
ROA (%)
2.50
Book Value/หุ้น
5.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAMTEL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,079
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+371
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAMTEL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,079.07
-213.90%
|
-1,825.39
-347.09%
|
738.76
-22.22%
|
949.77
-12.32%
|
1,083.23
-63.40%
|
2,959.84
+855.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
370.74
+161.84%
|
141.59
+63.67%
|
86.51
-183.83%
|
-103.20
-67.21%
|
-314.73
-33.10%
|
-470.42
+25.35%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,717.04
-168.97%
|
2,489.46
-641.89%
|
-459.40
-45.36%
|
-840.74
+94.86%
|
-431.46
-80.85%
|
-2,253.28
-1,826.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
714.63
-17.96%
|
871.12
+138.09%
|
365.88
+6,175.81%
|
5.83
-98.27%
|
337.05
+42.73%
|
236.14
+264.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
885.71
-6.88%
|
951.17
+93.79%
|
490.83
+6.13%
|
462.50
-26.03%
|
625.29
+60.69%
|
389.14
+20.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
903.87
+2.05%
|
885.71
-6.88%
|
951.17
+93.79%
|
490.83
+6.13%
|
0.00
|
0.00
|