สรุปงบล่าสุด RAM
สรุปงบการเงิน
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
**สรุปผลประกอบการของ บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) (RAM) ปี 2568**
**ภาพรวมผลการดำเนินงาน**
บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) (RAM) รายงานรายได้รวมประจำปี 2568 จำนวน 16,791.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 64.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทจำนวน 2,797.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 284.4 การเติบโตนี้มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ จำกัด (มหาชน) (THG) และบริษัท โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม จำกัด (CMH) ซึ่งส่งผลให้สถานะของทั้งสองบริษัทเปลี่ยนจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อย
**สถานการณ์เศรษฐกิจ**
ในปี 2568 อุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทยยังคงเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นจากจำนวนผู้ให้บริการที่หลากหลาย ความคาดหวังด้านคุณภาพและมาตรฐานทางการแพทย์ที่สูงขึ้น และพฤติกรรมผู้รับบริการที่มีทางเลือกมากขึ้น ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปส่งผลต่อกำลังซื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่ชำระค่ารักษาด้วยตนเอง ทำให้เกิดแรงกดดันด้านการแข่งขันทั้งในมิติของราคา รูปแบบบริการ และการบริหารต้นทุน
**การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร**
* **รายได้รวม:** เพิ่มขึ้น 64.2% เป็น 16,791.7 ล้านบาท (หน้า 1)
* **รายได้จากการดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 49.5% เป็น 14,751.7 ล้านบาท (หน้า 1) หากไม่รวมรายได้จาก THG และ CMH รายได้จากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น 7.6% เป็น 10,618.0 ล้านบาท (หน้า 1)
* **EBITDA:** เพิ่มขึ้น 131.9% เป็น 5,447.9 ล้านบาท (หน้า 1)
* **กำไรสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 284.4% เป็น 2,797.8 ล้านบาท (หน้า 1) หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรสุทธิ (ปกติ) จะอยู่ที่ 1,163.8 ล้านบาท (หน้า 1)
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้นจาก 23.7% เป็น 25.0% (หน้า 2)
* **อัตรากำไรสุทธิ:** เพิ่มขึ้นจาก 7.1% เป็น 16.7% (หน้า 2)
การเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไรมีสาเหตุหลักมาจากการรวมผลการดำเนินงานของ THG และ CMH เข้ามาในงบการเงินรวม นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้จากกลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหงและวิภารามก็มีส่วนช่วยในการเติบโตเช่นกัน
**สินทรัพย์และหนี้สิน**
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 54.4% เป็น 63,748.1 ล้านบาท (หน้า 7)
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 66.9% เป็น 23,957.7 ล้านบาท (หน้า 7)
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 47.7% เป็น 39,790.4 ล้านบาท (หน้า 7)
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.53 เป็น 0.60 (หน้า 7)
การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์และหนี้สินเป็นผลมาจากการรวมงบการเงินของ THG และ CMH อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยแสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีการใช้หนี้สินมากขึ้นเพื่อสนับสนุนการเติบโต
**กระแสเงินสด**
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้นเป็น 2,551.8 ล้านบาท (หน้า 8)
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** เพิ่มขึ้นเป็น 2,591.8 ล้านบาท (หน้า 8)
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ติดลบ (3,607.1) ล้านบาท (หน้า 8)
กระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมดำเนินงานแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัทฯ การใช้กระแสเงินสดในกิจกรรมจัดหาเงินส่วนใหญ่มาจากการชำระคืนเงินกู้ยืม
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาส**
* **ความเสี่ยง:** การแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชน และภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป (หน้า 1)
* **โอกาส:** การเติบโตจากการให้บริการผู้ป่วยโรคซับซ้อนมากขึ้น การขยายเครือข่ายโรงพยาบาล และการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน (หน้า 3)
**แนวโน้มในอนาคต**
บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการดำเนินงานในรูปแบบ "กลุ่ม" โดยจัดโครงสร้างการบริหารเป็น 4 กลุ่มโรงพยาบาล และจะเริ่มขับเคลื่อนการบริหารจัดการบางส่วนในรูปแบบ "รวมศูนย์" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดความซ้ำซ้อนของค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะปรับโครงสร้างทางการเงินเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน (หน้า 8)
**สรุปความสัมพันธ์ระหว่างรายได้, กำไร, อัตรากำไรขั้นต้น, อัตรากำไรสุทธิ, และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E)**
การเติบโตของรายได้และกำไรของ RAM ในปี 2568 มีความสัมพันธ์กับการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน THG และ CMH ซึ่งส่งผลให้มีการรับรู้รายได้และกำไรในงบการเงินรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและโครงสร้างค่าบริการ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยแสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีการใช้หนี้สินมากขึ้นเพื่อสนับสนุนการเติบโต แต่ยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
โดยรวมแล้ว ผลประกอบการของ RAM ในปี 2568 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งจากการขยายธุรกิจและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
(52.35%)
(182.62%)
(34.56%)
(141.66%)
(11.69%)
(14.50%)
(17.39%)
(267.60%)
(601.14%)
(913.95%)
(39.06%)
(82.00%)