กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
0.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7340 out_tok=2495 at=2026-07-27T11:38:45 -->
# PPF Q2/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 370% รับธุรกิจประกันภัยฟื้น-รายได้ลงทุนโต
## รายได้-กำไรโตแรงจากการบริหารต้นทุนรับประกันภัย และการตั้งสำรองหนี้ลดลง ขณะที่รายได้ค่าเช่าอาคารปรับตัวดีขึ้น
บริษัท กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค (PPF) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 32.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 370.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 11.88 ล้านบาท การพลิกกลับมามีกำไรนี้เป็นผลมาจากการบริหารจัดการธุรกิจประกันภัยที่แข็งแกร่งขึ้น ประกอบกับการปรับปรุงรายได้จากการลงทุนและค่าเช่าอาคารที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากมูลค่าโอน, presale, backlog ที่รับรู้, อัตรากำไรโครงการ, รายได้ค่าเช่า, หรือรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PPF ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การพลิกฟื้นของธุรกิจประกันภัยที่มาพร้อมกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น** ซึ่งส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานโดยรวมเติบโตอย่างก้าวกระโดด
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักคือ **กำไรจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 578.53%** คิดเป็น 39.08 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้จากการรับประกันภัยที่เติบโต 13.51% และที่สำคัญคือ **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่ลดลง 5.82%** โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 51.73% ในปีก่อน เหลือเพียง 30.32% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ **การกลับมามีกำไรจากการลงทุนและรายได้ค่าเช่าอาคาร** ซึ่งเพิ่มขึ้น 542.29% ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการ **ลดลงของการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น** จาก 10.06 ล้านบาทในปีก่อน เหลือเพียง 0.41 ล้านบาทในไตรมาสนี้
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
การเพิ่มขึ้นของกำไรจากการรับประกันภัยเกิดจากการบริหารจัดการเบี้ยประกันภัยรับที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการลดลงของอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารความเสี่ยงที่ดีขึ้น หรืออาจมีปัจจัยด้านการเคลมที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน สำหรับรายได้จากการลงทุนและค่าเช่าอาคารที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากการที่ปีก่อนมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวนมากตามมาตรฐานบัญชีใหม่ ซึ่งในปีนี้มีการตั้งสำรองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ กำไรจากการให้เช่าอาคารยังเพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่าเช่า 4.03% แม้ว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในช่วงโควิด-19 ก็ตาม
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง** การบริหารต้นทุนรับประกันภัยที่มีประสิทธิภาพและอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนที่ลดลง มีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นนั้น อาจเป็นปัจจัยที่ผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายการช่วยเหลือลูกหนี้ ซึ่งต้องจับตาดูการตั้งสำรองในไตรมาสถัดไป ส่วนรายได้ค่าเช่าอาคารที่เพิ่มขึ้นนั้น อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2564 พุ่ง 370.46%** แตะ 32.12 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 11.88 ล้านบาทใน Q2/2563
* **กำไรจากการรับประกันภัยโต 578.53%** เป็น 45.84 ล้านบาท จากรายได้รับประกันเพิ่ม 13.51% และค่าใช้จ่ายรับประกันลด 5.82%
* **Loss Ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 51.73% ในปีก่อน เหลือ 30.32% ในไตรมาสนี้
* **รายได้จากการลงทุนและค่าเช่าอาคารเพิ่ม 542.29%** เป็น 13.73 ล้านบาท จากการตั้งสำรองหนี้ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 10.97%** เป็น 20.25 ล้านบาท แต่สัดส่วนต่อเบี้ยประกันรับลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือน (เมษายน-มิถุนายน) ปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการรับประกันภัยรวม 231.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.51% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายการรับประกันภัยลดลง 5.82% ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยอยู่ที่ 45.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 578.53% เมื่อรวมกับรายได้จากการลงทุนและค่าเช่าอาคารที่เพิ่มขึ้น 542.29% เป็น 13.73 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น 10.97% เป็น 20.25 ล้านบาท แต่บริษัทก็สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการ 32.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 370.46% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 11.88 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.07 บาท
เมื่อพิจารณางวดหกเดือน (มกราคม-มิถุนายน) ปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการรับประกันภัยรวม 460.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.54% และค่าใช้จ่ายการรับประกันภัยลดลง 15.02% ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 649.45% เป็น 108.93 ล้านบาท รายได้จากการลงทุนและค่าเช่าอาคารเพิ่มขึ้น 181.95% เป็น 16.92 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง 11.26% ส่งผลให้กำไรสุทธิเฉพาะกิจการครึ่งปีแรกอยู่ที่ 74.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 619.49% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 14.33 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.48 บาท
## โอกาส
* **การบริหารธุรกิจประกันภัยที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมค่าใช้จ่ายและอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนที่ดีขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของกำไรหลัก
* **การฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าอาคาร:** การปรับขึ้นค่าเช่าและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเช่าที่ดีขึ้น ช่วยหนุนรายได้ในส่วนนี้
* **การบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิต:** การลดลงของการตั้งสำรองหนี้เสีย ช่วยเพิ่มกำไรในส่วนของรายได้จากการลงทุน
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19:** อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจประกันภัย และความสามารถในการชำระค่าเช่าของลูกค้า
* **การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชี:** การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น อาจผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและมาตรฐานที่บังคับใช้
* **ความผันผวนของอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน:** แม้จะลดลงในไตรมาสนี้ แต่ยังคงมีความเสี่ยงที่อาจกลับมาสูงขึ้นได้หากมีเหตุการณ์เคลมจำนวนมาก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย
* การเปลี่ยนแปลงของการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
* ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อรายได้ค่าเช่าอาคาร
* การเปลี่ยนแปลงของรายได้จากการรับประกันภัย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจประกันภัย ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ PPF พบว่ามีการเติบโตของรายได้จากการรับประกันภัยที่ 13.51% ในไตรมาส 2 ปี 2564 และ 7.54% ในงวดครึ่งปีแรกปี 2564 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม จุดเด่นที่สำคัญคือการบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยเติบโตอย่างก้าวกระโดด อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ที่ลดลงจากกว่า 50% ในปีก่อน เหลือประมาณ 30% ในปีนี้ เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่แสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงและการเคลม
ในส่วนของรายได้จากการให้เช่าอาคาร แม้จะมีการปรับขึ้นค่าเช่า แต่ก็ยังคงได้รับผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในช่วงโควิด-19 ทำให้รายได้ค่าเช่าเติบโตในอัตราที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม การลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการให้เช่าและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ช่วยหนุนกำไรในส่วนนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทโดยตรง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
PPF โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 370% จากการบริหารธุรกิจประกันภัยที่แข็งแกร่งขึ้น ทั้งการเพิ่มรายได้และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดลงของอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน ประกอบกับการกลับมามีกำไรจากการลงทุนและค่าเช่าอาคารจากการตั้งสำรองหนี้ที่ลดลง แม้ว่าความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19 จะยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา แต่แนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น และการฟื้นตัวของรายได้หลัก เป็นสัญญาณบวกต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PPF ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
57.96
ล้านบาท
↑ 18.4% YoY
กำไรขั้นต้น
53.15
ล้านบาท
↑ 14.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
91.71
%
กำไรสุทธิ
46.85
ล้านบาท
↑ 13% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
80.83
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
58
↑ + 18.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
53
↑ + 14.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
47
↑ + 13%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PPF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
10.91
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PPF
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
2,548.90
+1.81%
|
2,503.50
+0.25%
|
2,497.22
+0.58%
|
2,482.74
+1.07%
|
2,456.48
-0.99%
|
2,481.10
+0.58%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
62.67
+17.47%
|
53.35
-5.94%
|
56.72
-4.88%
|
59.63
+4.18%
|
57.24
-1.72%
|
58.24
+7.49%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
7.78
|
7.34
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
7.78
|
7.34
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-164
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PPF
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-163.77
-560.55%
|
35.56
-76.90%
|
153.96
-46.54%
|
288.00
+134.51%
|
122.81
-18.08%
|
149.92
-8.93%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
82.19
+4.16%
|
78.91
-7.91%
|
85.69
-151.88%
|
-165.17
+10.58%
|
-149.37
-3.89%
|
-155.41
-9.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|