สรุปงบล่าสุด PCC
สรุปงบการเงิน
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
## สรุปผลประกอบการของ บมจ. พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น (PCC) ปี 2568
**1. สรุปรายได้รวม:**
ในปี 2568 บมจ. พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น (PCC) มีรายได้รวม 4,086.44 ล้านบาท ลดลง 26.5% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้ 5,562.80 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นได้ โดยมีกำไรสุทธิ 400.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุน การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงโครงสร้างของธุรกิจ (อ้างอิง หน้า 2)
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
บริษัทฯ มองเห็นโอกาสการเติบโตจากแนวโน้มการลงทุนในระบบโครงข่ายไฟฟ้า เทคโนโลยี Smart Grid และระบบดิจิทัลที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบบริหารจัดการพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน รวมถึงโอกาสในการต่อยอดธุรกิจด้านเทคโนโลยีและโซลูชันที่สนับสนุนแนวทางความยั่งยืน (อ้างอิง หน้า 3)
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
* **รายได้:** รายได้รวมลดลง 1,476.36 ล้านบาท หรือ 26.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเปลี่ยนแปลงของรายได้ในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ (อ้างอิง หน้า 2)
* **รายได้เพิ่มขึ้น** จากกลุ่มสินค้าหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง, กลุ่มสินค้าตู้สวิตช์บอร์ดและสวิตช์เกียร์, กลุ่มอุปกรณ์และระบบสำหรับสถานีไฟฟ้าแรงสูง, งานบริการจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง, และกลุ่มงานโครงการก่อสร้างระบบจำหน่าย (อ้างอิง หน้า 2)
* **รายได้ลดลง** จากงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูง, งานระบบควบคุมสำหรับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ, และกลุ่มสินค้าสวิตช์ตัดตอนชนิดต่างๆ (อ้างอิง หน้า 2)
* **กำไรขั้นต้น:** สำหรับปี 2567 และ 2568 กลุ่มบริษัท PCC มีกำไรขั้นต้นเท่ากับ 1,354.92 ล้านบาท และ 1,426.18 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 24.4 และ 35.0 ของรายได้จากการขายและการให้บริการตามลำดับ ซึ่งกำไรขั้นต้นสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนร้อยละ 10.6 เนื่องมาจากกลุ่มบริษัท PCC สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการขายสินค้าหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังที่กำไรขั้นต้นสูงขึ้น และงานสถานีไฟฟ้าบางโครงการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าปีก่อน (อ้างอิง หน้า 7)
* **ค่าใช้จ่าย:**
* ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนสวัสดิการพนักงาน และค่าใช้จ่ายสำรองการรับประกันสินค้า (อ้างอิง หน้า 7)
* ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง เนื่องมาจากการลดลงของค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (อ้างอิง หน้า 7)
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง เนื่องจากการบริหารทางการเงินภายในกลุ่มเพื่อลดต้นทุนทางการเงินและลดลงตามการจ่ายชำระเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงินตามสัญญา (อ้างอิง หน้า 8)
* **กำไรสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 12.2% เป็น 400.94 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้น เนื่องมาจากการควบคุมต้นทุน และบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ (อ้างอิง หน้า 8)
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
* **สินทรัพย์:** สินทรัพย์รวมลดลง 15.7% โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและการเพิ่มขึ้นของเงินสด (อ้างอิง หน้า 8)
* **หนี้สิน:** หนี้สินรวมลดลง 37.4% โดยหลักมาจากการลดลงของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยและการจ่ายชำระหนี้การค้า (อ้างอิง หน้า 9)
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 4.2% จากกำไรของผลการดำเนินงานของปีปัจจุบัน (อ้างอิง หน้า 9)
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** ลดลงจาก 0.9 เท่า เป็น 0.6 เท่า แสดงถึงความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินที่ดีขึ้น (อ้างอิง หน้า 8)
* **สภาพคล่อง:** สภาพคล่องของบริษัทฯ ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดในมือ 936 ล้านบาท (อ้างอิง หน้า 4) และมีอัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจาก 1.3 เท่า เป็น 1.6 เท่า (อ้างอิง หน้า 8)
**ประเด็นสำคัญเพิ่มเติม:**
* **การจ่ายเงินปันผล:** คณะกรรมการบริษัทฯ เสนอจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการประจำปี 2568 จำนวน 0.22 บาทต่อหุ้น (อ้างอิง หน้า 4)
* **การดำเนินธุรกิจ Smart Grid Digitalization:** มุ่งเน้นการต่อยอดโอกาสการลงทุนที่สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล (Big Quick Win) และแผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของประเทศ (อ้างอิง หน้า 3)
* **ความคืบหน้าด้าน ESG:** กลุ่มบริษัทบูรณาการ ESG เข้ากับกลยุทธ์และการดำเนินงานของทุกบริษัทย่อยอย่างเป็นรูปธรรม (อ้างอิง หน้า 3)
* **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,335.24 ล้านบาท (อ้างอิง หน้า 8)
**โดยสรุป:** แม้ว่ารายได้รวมของ PCC ในปี 2568 จะลดลง แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ฐานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น และยังคงให้ความสำคัญกับการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
(12.57%)
(20.11%)
(6.79%)
(11.21%)
(17.19%)
(11.16%)
(40.85%)
(15.38%)
(74.70%)
(72.43%)
(25.66%)
(23.04%)