NUT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
NUT
บริษัท นูทริชั่น โปรเฟส จำกัด (มหาชน)
MAI ·
4.92
+0.02 (+0.41%)

สรุป Opportunity Day

วิเคราะห์ผลประกอบการโดย AI

1. สรุป OPPDAY (Q&A)
โอเคครับ นี่คือสรุปเนื้อหาการประชุม Oppday ของบริษัท Nutrition Proffest (NUT) ในรูปแบบที่คุณต้องการครับ

NUT สรุปผลงาน Q2/68 เติบโตต่อเนื่อง พร้อมลุยตลาดอาหารเสริมและเครื่องสำอาง



1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):

บริษัท Nutrition Proffest (NUT) เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ของตนเอง รวมถึงรับจ้างผลิต (OEM) ให้แก่บุคคลภายนอก



  • บริษัทมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 10 ปี

  • ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาสูตร การผลิตตามมาตรฐาน ไปจนถึงการจัดจำหน่ายทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์


บริษัทก่อตั้งในปี 2556 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เริ่มต้นจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้แก่คลินิกความงาม ขยายฐานการผลิตทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง รวมถึงเพิ่มช่องทางการจำหน่ายออนไลน์



  • ในปี 2567 แปรสภาพเป็นมหาชน

  • ปี 2568 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai


รายได้ 6 เดือนแรกของปี 2567 อยู่ที่ 529.43 ล้านบาท แบ่งเป็น:



  • รายได้จากช่องทางออนไลน์ 404 ล้านบาท (76%)

  • รายได้จากช่องทางออฟไลน์ 94.29 ล้านบาท (17.8%)

  • รายได้จากช่องทาง OEM 30.6 ล้านบาท


อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ย 3 ปี อยู่ที่ 82% สำหรับงวด 6 เดือนปี 2568 อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทอยู่ที่ 85.66% อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ย 3 ปี อยู่ที่ประมาณ 5% สำหรับงวด 6 เดือนปี 2568 อยู่ที่ 8.24%


อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสำหรับงวด 6 เดือนอยู่ที่ 0.34


2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):

บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้นหลังโควิด-19


สัดส่วนประชากรไทยอายุ 65 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะเกิน 20% ในอีก 5 ปีข้างหน้า ทำให้ความต้องการดูแลสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น


ตลาดอาหารเสริมในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีรายได้จากการขายในปี 2566 อยู่ที่ 460 พันล้านบาท คาดการณ์ปี 2567 อยู่ที่ 535 พันล้านบาท เติบโต 7.7%


ในประเทศไทย รายได้จากการขายปี 2566 อยู่ที่ 140 พันล้านบาท คาดการณ์ปี 2567 อยู่ที่ 146 พันล้านบาท เติบโต 8.7%


บริษัทมีแผนขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์และเจาะตลาดใหม่ เพื่อรองรับการแข่งขันและเพิ่มรายได้



  • เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มอาหารเสริมและเครื่องสำอาง

  • เน้นการพัฒนาสินค้าให้เฉพาะกลุ่มช่องทางของลูกค้า

  • พัฒนาสินค้าที่มุ่งเน้นในการขายช่องทาง OTC ร้านขายยา

  • กลุ่มลูกค้าที่เป็น Home Shopping ที่อยู่ในช่องทีวีต่างๆ


3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):

ภาวะเศรษฐกิจที่เงินค่อนข้างฝืด การไม่ปล่อยสินเชื่อ และเศรษฐกิจที่ดูไปได้ยาก อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค


การแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซที่สูง โดยเฉพาะในแพลตฟอร์ม TikTok ที่มีจำนวนสินค้าใหม่และครีเอเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


ต้นทุนค่าขนส่งที่ขึ้นเรื่อยๆ เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ


4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):

บริษัทเน้นช่องทางการขายออนไลน์ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป



  • ใช้กลยุทธ์สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า

  • ติดตามลูกค้าให้กลับมาซื้อซ้ำ ไม่ว่าจะผ่านช่องทาง Marketplace (Lazada, Shopee) หรือการโทรติดตามที่เป็น Loyalty

  • นำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการสื่อสาร (โครงการ Nuts Voice) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการโทรหาลูกค้า


ลดต้นทุนในการผลิตโดยใช้เครื่องจักรมาทดแทนคน และลดค่าใช้จ่ายในการตลาด


5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):

บริษัทคาดการณ์ว่ายอดขายจะเติบโตในช่วงไตรมาส 4 และไตรมาส 1 เนื่องจากเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ


บริษัทมีเป้าหมายที่จะทำให้กำไรเติบโต โดยเน้นเรื่องของการลดต้นทุนในการขายสินค้า



  • ใช้สภาพคล่องจากกระแสเงินสดที่ทำมาได้ ไม่ได้มีวงเงินกู้ใดๆ

  • พยายามที่จะจ่ายปันผลให้ได้ตามประวัติที่ผ่านมา


บริษัทเชื่อว่าการมีฐานข้อมูลลูกค้า (Customer Data) และการใช้ AI จะช่วยส่งเสริมให้เป้าของบริษัทในด้านยอดขายเติบโตมากขึ้น


6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session):

เริ่ม Q&A นาทีที่ 43.04




  1. หัวข้อ: แนวโน้มช่วงครึ่งปีหลัง

    • ผู้ถาม: ช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นอย่างไรบ้าง

    • ผู้ตอบ:

      • ปัจจัยภายนอก: ภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างฝืด การไม่ปล่อยสินเชื่อ เศรษฐกิจดูไปได้ยาก

      • สินค้าของบริษัทยังไปได้ ลูกค้าบริโภคและตัดสินใจซื้อซ้ำ

      • ปัจจัยภายใน: มีเรื่องของ Seasonal Effect ยอดขายจะโตช่วงไตรมาส 4 และ 1

      • เตรียมที่จะ Launch สินค้าต่างๆ ออกมาภายในไตรมาส 4

      • ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา 2 เดือน น่าจะเติบโตเล็กน้อย

      • บริษัทเน้นเรื่องของ Sustainability และจ่ายปันผลต่อเนื่อง

      • ปีนี้พยายามทำให้กำไรเติบโต เน้นเรื่องของการลดต้นทุนในการที่จะขายสินค้า






  2. หัวข้อ: แผนขยายธุรกิจและรับมือการแข่งขัน

    • ผู้ถาม: มีแผนขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์หรือเจาะตลาดใหม่ในช่วงครึ่งปี 67 อย่างไรบ้าง เพื่อรองรับการแข่งขันและเพิ่มรายได้

    • ผู้ตอบ:

      • ทีมงานเต็มที่กับการเตรียม Launch Product ใหม่ เป็นไปตามแผนของการระดมทุนของ IPO

      • หลักๆ จะเป็นเรื่องของอาหารเสริมและเครื่องสำอางตัวใหม่






  3. หัวข้อ: รับมือความผันผวนของต้นทุน

    • ผู้ถาม: บริษัทมีแนวทางรับมือกับความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งในระยะข้างหน้าอย่างไร

    • ผู้ตอบ:

      • ต้นทุนวัตถุดิบอาจจะมีนัยยะไม่มากนัก มองว่ายังไม่คุ้มค่าที่จะไปจัดการความผันผวน

      • ยังมีวิธีในการที่จะลดต้นทุนการผลิตได้อีก ในกรณีที่จะใช้เครื่องจักรมาแทนคน

      • ค่าขนส่งขึ้นเรื่อยๆ เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ พยายามเน้นเรื่องของการลดค่าการตลาดและมี Relationship กับลูกค้าที่ดี เพื่อเอาตรงนี้ไปชดเชย

      • ลูกค้าซื้อผ่านเราโดยตรง ไม่ต้องผ่านตัวกลาง จะทำให้ค่า S&D น่าจะเป็นไปในทิศทางที่ลดลงได้







โดยสรุป Nutrition Proffest ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตในตลาดอาหารเสริมและเครื่องสำอาง โดยใช้ประโยชน์จากช่องทางออนไลน์และฐานข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่ พร้อมทั้งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ผู้เขียน: Admin AiO
2. Financial & KPI Analysis — Q2/2568