บริษัท นิวพลัสนิตติ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
14.10
+0.20 (+1.44%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9964 out_tok=2977 at=2026-07-25T21:56:24 -->
# NPK Q3/2566 พลิกขาดทุนสุทธิ หลังต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงานพุ่ง กดดันกำไรขั้นต้น
## รายได้รวมเติบโต 6.46% แต่ต้นทุนขายพุ่งกว่า 12% ฉุดกำไรขั้นต้นหดตัว 39%
บริษัท นิวพลัสนิตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ NPK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 63.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายสินค้ากลุ่มผ้าทอและผ้าผืนที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการรวมเพิ่มขึ้นถึง 12.68% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 39.16% และบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 1.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ NPK ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและให้บริการที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรขั้นต้นลดลง 39.16% จาก 7.12 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 4.33 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 1.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและให้บริการ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าผ้าผืนที่เพิ่มขึ้นถึง 29.59% นั้น **เป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น** แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้ากลุ่มผ้าทอจะเพิ่มขึ้น 4.50% และกลุ่มผ้าผืนเพิ่มขึ้น 11.70% แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายนั้นสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ทำให้ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นลดลง นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังเพิ่มขึ้น 71.90% จากดอกเบี้ยเงินกู้ที่ใช้ในการนำเข้าวัตถุดิบต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** ฝ่ายจัดการระบุเพียงว่า "ยังคงมีต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นและต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น" ในส่วนของการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2566 ซึ่งบ่งชี้ว่าสถานการณ์นี้อาจยังคงอยู่ แต่ไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะเป็นปัจจัยระยะสั้นหรือระยะยาว การที่บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ และขาดทุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน (หากไม่รวมรายการพิเศษ) ชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 6.46%:** NPK มีรายได้จากการขายและบริการรวม 63.17 ล้านบาทในไตรมาส 3/2566 เพิ่มขึ้นจาก 59.34 ล้านบาทในปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากยอดขายสินค้ากลุ่มผ้าทอและผ้าผืน
* **กำไรขั้นต้นหดตัว 39.16%:** กำไรขั้นต้นลดลงจาก 7.12 ล้านบาท เหลือ 4.33 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 1.60 ล้านบาท:** จากการที่กำไรขั้นต้นลดลง ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3/2566
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานเป็นปัจจัยกดดัน:** ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นเป็นสาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย
* **ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกขาดทุนลดลง:** สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 2.77 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 20.34 ล้านบาทในปีก่อน (ซึ่งรวมรายการพิเศษ) แต่หากพิจารณาเฉพาะผลดำเนินงานปกติ จะเห็นว่าไตรมาส 3 เป็นไตรมาสที่ขาดทุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3/2566:** บริษัทมีรายได้รวม 63.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.46% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากกลุ่มผ้าทอ 4.50% และกลุ่มผ้าผืน 11.70% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและให้บริการรวมเพิ่มขึ้น 12.68% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 39.16% มาอยู่ที่ 4.33 ล้านบาท ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 71.90% ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนก่อนภาษี 2.13 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 1.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116.87% เมื่อเทียบกับปีก่อน
**งวด 9 เดือนแรกปี 2566:** บริษัทมีรายได้รวม 191.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.09% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากทั้งกลุ่มผ้าทอและผ้าผืน แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 23.19% แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายต่ำกว่ารายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 22.22% มาอยู่ที่ 18.33 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 159.16% และรายการภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนก่อนภาษี 2.51 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 2.77 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 20.34 ล้านบาท (ซึ่งมีรายการพิเศษจากการปรับลดค่าเผื่อมูลค่าเงินลงทุน)
## โอกาส
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมสิ่งทอ:** ฝ่ายจัดการระบุว่ายอดขายสินค้ากลุ่มผ้าทอและผ้าผืนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น "เป็นไปตามสภาวะอุตสาหกรรมสิ่งทอ" ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่ดีต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **การควบคุมต้นทุนการผลิต:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานจะสูงขึ้น แต่ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายเพิ่มขึ้นน้อยกว่าการเพิ่มของยอดขาย เนื่องมาจากการควบคุมต้นทุนการผลิต ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุน
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานผันผวน:** ความเสี่ยงหลักที่ฝ่ายจัดการระบุคือต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้ยังคงอยู่ในระดับสูง หรือปรับตัวสูงขึ้นอีก จะเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การพึ่งพาการกู้ยืมเพื่อนำเข้าวัตถุดิบ ทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อผลขาดทุนสุทธิ
* **ผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3:** การพลิกกลับมาขาดทุนในไตรมาส 3/2566 เป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะหากปัจจัยกดดันด้านต้นทุนยังคงอยู่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ติดตามทิศทางราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตสิ่งทอ และราคาพลังงาน ว่าจะปรับตัวลดลงหรือยังคงอยู่ในระดับสูง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประเมินความสามารถของบริษัทในการควบคุมต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย เพื่อชดเชยแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบ
* **กลยุทธ์การตั้งราคาขาย:** พิจารณาว่าบริษัทจะสามารถปรับขึ้นราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นได้มากน้อยเพียงใด โดยไม่กระทบต่อปริมาณการขาย
* **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** จับตาการบริหารจัดการเงินกู้ยืม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าวัตถุดิบ เพื่อลดภาระต้นทุนทางการเงิน
* **ผลประกอบการในไตรมาสถัดไป:** ประเมินว่าแนวโน้มการขาดทุนในไตรมาส 3 จะต่อเนื่องหรือไม่ หรือจะสามารถกลับมามีกำไรได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขายสินค้ากลุ่มผ้าทอและผ้าผืนเติบโต:** รายได้จากกลุ่มผ้าทอเพิ่มขึ้น 4.50% (รวม 9 เดือน +20.77%) และกลุ่มผ้าผืนเพิ่มขึ้น 11.70% (รวม 9 เดือน +32.85%) สะท้อนถึงความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้ที่ยังคงมีอยู่ตามสภาวะอุตสาหกรรม
* **ต้นทุนขายสินค้ากลุ่มผ้าผืนเพิ่มสูง:** ต้นทุนขายสินค้ากลุ่มผ้าผืนเพิ่มขึ้นถึง 29.59% ในไตรมาส 3/2566 ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่มนี้อย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **การควบคุมต้นทุนการผลิต:** แม้ต้นทุนรวมจะสูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายโดยรวม (สำหรับ 9 เดือนแรก) น้อยกว่าการเพิ่มของยอดขาย แสดงถึงความพยายามในการควบคุมต้นทุนการผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**งบการเงินรวม ณ 30 กันยายน 2566:**
* **สินทรัพย์รวม:** 515.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.12% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1.95% จากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 10.53 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 0.99%
* **หนี้สินรวม:** 75.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.09% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 19.52% จากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น 9.63 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 439.29 ล้านบาท ลดลง 0.70% จากสิ้นปี 2565 เป็นผลมาจากผลการดำเนินงานขาดทุน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 0.17 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ
**งบการเงินเฉพาะกิจการ ณ 30 กันยายน 2566:**
* **สินทรัพย์รวม:** 482.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.19% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2.21% จากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 10.08 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** 69.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.08% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 43.66% จากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น 7.25 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 412.28 ล้านบาท ลดลง 1.83% จากสิ้นปี 2565 เป็นผลมาจากผลการดำเนินงานขาดทุน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 0.17 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ
## สรุปท้าย
NPK เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนักในไตรมาส 3 ปี 2566 จากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นมากกว่ารายได้ กำไรขั้นต้นหดตัว และพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 1.60 ล้านบาท แม้ว่ารายได้รวมจะยังเติบโตได้ตามสภาวะอุตสาหกรรมสิ่งทอ แต่ความสามารถในการทำกำไรยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องจับตาดูแนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนและทิศทางราคาวัตถุดิบในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NPK ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
60.39
ล้านบาท
↑ 14.5% YoY
กำไรขั้นต้น
8.34
ล้านบาท
↑ 163.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.81
%
กำไรสุทธิ
2.78
ล้านบาท
↓ 156.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.61
%
D/E Ratio
0.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
60
↑ + 14.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8
↑ + 163.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3
↓ -156.3%
YoY
D/E Ratio
0.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NPK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.18
ROE (%)
7.35
ROA (%)
5.89
Book Value/หุ้น
45.03
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NPK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NPK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
41.83
-3,706.03%
|
-1.16
-95.86%
|
-28.00
-158.59%
|
47.79
+448.68%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
2.49
-21.70%
|
3.18
-397.20%
|
-1.07
-80.79%
|
-5.57
-21.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-26.12
-40.97%
|
-44.25
-13.78%
|
-51.32
+121.78%
|
-23.14
+12.99%
|
-20.48
+282.80%
|
-5.35
-3,443.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5.24
-47.07%
|
-9.90
+507.36%
|
-1.63
-92.28%
|
-21.11
-57.41%
|
-49.56
-234.42%
|
36.87
+299.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
40.70
+9.76%
|
37.08
+0.35%
|
36.95
-6.24%
|
39.41
-16.31%
|
47.09
+360.76%
|
10.22
+922.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
67.54
+65.95%
|
40.70
+9.76%
|
37.08
+0.35%
|
36.95
-6.24%
|
39.41
-16.31%
|
47.09
+360.76%
|