บริษัท นิวซิตี้ (กรุงเทพฯ) จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
1.77
+0.02 (+1.14%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6415 out_tok=2957 at=2026-07-25T21:50:41 -->
# NC กำไรสุทธิ Q2/65 พลิกขาดทุนเพิ่ม เหตุต้นทุนขายพุ่ง-ค่าใช้จ่ายการตลาดอ่วม
## รายได้โต 30% สวนทางผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้น หลังการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 หนุนยอดขาย แต่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายการตลาดปรับตัวสูงขึ้น
บริษัท นิวซิตี้ (กรุงเทพฯ) จำกัด (มหาชน) หรือ NC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกมีผลขาดทุนสุทธิ 11.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.23 ล้านบาท หรือ 41.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 30.14% หรือ 26.68 ล้านบาท เป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเพิ่มขึ้นของยอดขายออนไลน์และส่งออก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นจากการลดค่าสินค้าที่ล่าสมัย และค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ NC ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลงจนมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้น มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยมีอัตราต้นทุนขายอยู่ที่ 77.29% เทียบกับ 72.90% ในปีก่อน คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 4.39% ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการลดค่าสินค้าที่ล่าสมัยจำนวน 5.27 ล้านบาท นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่ปรับตัวสูงขึ้น** ยังเป็นอีกปัจจัยกดดัน โดยเพิ่มขึ้น 13.89% จากค่าเช่าสถานที่ ค่าเบี้ยเลี้ยงพนักงาน ค่าการตลาด และต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตถึง 30.14% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายเกิดจากการที่บริษัทฯ มีการ **ลดค่าสินค้าที่ล่าสมัย** จำนวน 5.27 ล้านบาท ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น การที่บริษัทฯ ต้องปรับลดมูลค่าสินค้าคงคลัง แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด หรืออาจเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีหรือความนิยมของสินค้า
ส่วนค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น มาจากหลายปัจจัย ได้แก่ **ค่าเช่าสถานที่จัดงาน** ที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น, **ค่าเบี้ยเลี้ยงพนักงานขาย** ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามการกลับเข้าสู่การทำงานปกติในห้างสรรพสินค้า, **ค่าใช้จ่ายทางการตลาด** ที่เพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย และ **ต้นทุนโลจิสติกส์** ที่สูงขึ้นตามภาวะราคาน้ำมัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับผลกระทบจากการลดค่าสินค้าที่ล่าสมัย แต่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับแรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายการตลาด การลดค่าสินค้าที่ล่าสมัยเป็นเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง แต่การที่ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการกลับเข้าสู่การทำงานของพนักงานขายในห้างสรรพสินค้า และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการตลาดและต้นทุนโลจิสติกส์ ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อเนื่องไปในไตรมาสถัดไป หากไม่มีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ หรือหากภาวะต้นทุนพลังงานยังคงสูงอยู่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q2/65 เติบโต 30.14%** หรือ 26.68 ล้านบาท เป็น 115.21 ล้านบาท จากการสั่งซื้อสินค้าที่ปรับตัวดีขึ้นหลังผ่อนคลายมาตรการ COVID-19
* **ยอดขายออนไลน์และส่งออกเติบโตโดดเด่น** โดยยอดขายออนไลน์คิดเป็น 28.49% ของยอดขายรวม และเติบโต 45.22% ขณะที่ยอดขายส่งออกเพิ่มขึ้น 45.60%
* **ผลขาดทุนสุทธิ Q2/65 เพิ่มขึ้น 41.57%** เป็น 11.00 ล้านบาท (งบส่วนได้เสีย) และ 18.17% เป็น 10.47 ล้านบาท (งบเฉพาะกิจการ)
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 37.98%** เป็น 89.04 ล้านบาท โดยมีอัตราต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 4.39% จากการลดค่าสินค้าที่ล่าสมัย 5.27 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 13.89%** จากค่าเช่า ค่าเบี้ยเลี้ยงพนักงาน ค่าการตลาด และต้นทุนโลจิสติกส์
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 368.10%** เป็น 19.66 ล้านบาท จากกระแสเงินสดรับจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 11.00 ล้านบาท (งบส่วนได้เสีย) เพิ่มขึ้น 3.23 ล้านบาท หรือ 41.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 7.77 ล้านบาท ขณะที่งบการเงินเฉพาะกิจการมีผลขาดทุน 10.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.61 ล้านบาท หรือ 18.17% โดยมีรายได้จากการขายรวม 115.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.68 ล้านบาท หรือ 30.14% จากแรงหนุนของการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการเติบโตของช่องทางออนไลน์และส่งออก
สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 8.29 ล้านบาท (งบส่วนได้เสีย) ลดลง 6.91 ล้านบาท หรือ 45.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 15.20 ล้านบาท ขณะที่งบการเงินเฉพาะกิจการมีผลขาดทุน 6.65 ล้านบาท ลดลง 9.16 ล้านบาท หรือ 57.94% โดยมีรายได้จากการขายรวม 234.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.22 ล้านบาท หรือ 21.32%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลดีต่อกำลังซื้อและการเดินทาง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค
* **การเติบโตของช่องทางออนไลน์:** การเพิ่มขึ้นของยอดขายออนไลน์อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นช่องทางที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น
* **การขยายตัวของยอดขายส่งออก:** การเติบโตของยอดขายส่งออกแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น:** ภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่ผันผวน อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง ทำให้ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตรายเดิมและรายใหม่ ซึ่งอาจกดดันต่อราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การขายส่งออกอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* **การด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** การรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม สะท้อนถึงผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทร่วม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย:** ติดตามการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ ว่าจะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่ ท่ามกลางภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น
* **กลยุทธ์การตลาดและการส่งเสริมการขาย:** ประเมินประสิทธิภาพของกิจกรรมทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น ว่าจะสามารถผลักดันยอดขายและสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนหรือไม่
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** จับตาการลดค่าสินค้าที่ล่าสมัย ว่าเป็นเหตุการณ์เฉพาะกิจ หรือเป็นสัญญาณของปัญหาการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง
* **การเติบโตของช่องทางออนไลน์และส่งออก:** ประเมินว่าการเติบโตของช่องทางเหล่านี้จะสามารถชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้หรือไม่
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** ติดตามแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทร่วมที่บริษัทฯ มีการลงทุน เพื่อประเมินผลกระทบต่อการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขายโตจากการฟื้นตัว:** การเติบโตของยอดขาย 30.14% ในไตรมาส 2 เป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวหลังโควิด-19 โดยเฉพาะการกลับมาของกิจกรรมส่งเสริมการขายและการเดินทาง
* **ช่องทางออนไลน์และส่งออกเป็นดาวเด่น:** การเติบโตที่โดดเด่นของยอดขายออนไลน์ (45.22%) และส่งออก (45.60%) แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและขยายตลาดไปยังช่องทางใหม่ๆ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ในอนาคต
* **แรงกดดันด้านต้นทุน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะต้นทุนโลจิสติกส์และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น
* **การบริหารสินค้าคงคลัง:** การลดค่าสินค้าที่ล่าสมัยจำนวน 5.27 ล้านบาท เป็นประเด็นที่ต้องจับตาว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และจะส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการสินค้าในระยะยาวหรือไม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวมลดลง:** สินทรัพย์รวมลดลง 4.47% (งบส่วนได้เสีย) และ 4.22% (งบเฉพาะกิจการ) โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 1.24% และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 8.70%
* **เงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** เงินสดและเงินฝากธนาคารเพิ่มขึ้นถึง 368.10% เป็น 19.66 ล้านบาท จากกระแสเงินสดรับจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
* **ลูกหนี้การค้าลดลง:** ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นลดลง 9.89% เนื่องจากมีการขายสินค้าเป็นระบบเงินสดมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยง
* **สินค้าคงเหลือลดลง:** สินค้าคงเหลือลดลง 3.38% ส่วนหนึ่งจากการลดค่าสินค้าที่ล่าสมัย และการบริหารสต็อกให้สมดุลย์กับยอดขาย
* **หนี้สินรวมลดลงเล็กน้อย:** หนี้สินรวมลดลง 1.93% โดยเงินเบิกเกินบัญชี (OD) ลดลง 41.37%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง:** ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 6.77% (งบส่วนได้เสีย) และ 6.22% (งบเฉพาะกิจการ) จากผลประกอบการที่ขาดทุนและผลกระทบจากการปรับลดมูลค่าหลักทรัพย์
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกและเพิ่มขึ้นมาก:** กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานเป็นบวก 17.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 168.47% จากปีก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการบริหารสภาพคล่อง
## สรุปท้าย
NC ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและช่องทางออนไลน์/ส่งออกที่เติบโตโดดเด่น อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพลิกกลับมามีกำไรในอนาคต ขณะที่ฐานะการเงินและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงแข็งแกร่งจากการบริหารสภาพคล่องที่ดี
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
138.53
ล้านบาท
↑ 0.4% YoY
กำไรขั้นต้น
-91.92
ล้านบาท
↑ 2.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-66.36
%
กำไรสุทธิ
-3.10
ล้านบาท
↓ 146.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.24
%
D/E Ratio
0.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
139
↑ + 0.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-92
↑ + 2.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -146.9%
YoY
D/E Ratio
0.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.70
ROE (%)
0.45
ROA (%)
1.40
Book Value/หุ้น
3.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-57
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-57.33
+60.05%
|
-35.82
+236.34%
|
-10.65
-138.56%
|
27.62
-748.36%
|
-4.26
-81.18%
|
-22.63
-59.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2.01
+32.24%
|
-1.52
-95.37%
|
-32.84
+804.68%
|
-3.63
-86.98%
|
-27.88
-70.56%
|
-94.69
-315,733.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.96
-24.68%
|
3.93
-88.77%
|
34.98
-208.73%
|
-32.17
-12.84%
|
-36.91
-131.33%
|
117.81
-926.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-56.38
+68.75%
|
-33.41
+293.99%
|
-8.48
-62.86%
|
-22.83
-707.18%
|
3.76
+667.35%
|
0.49
-313.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
56.59
+140.30%
|
23.55
+39.02%
|
16.94
+303.33%
|
4.20
+303.85%
|
1.04
+92.59%
|
0.54
+17.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
26.31
-53.51%
|
56.59
+140.30%
|
23.55
+39.02%
|
16.94
+303.33%
|
4.20
+303.85%
|
1.04
+90.71%
|