บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
8.90
+0.05 (+0.56%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10223 out_tok=2353 at=2026-07-25T01:10:20 -->
# MRDIYT กำไรสุทธิ Q2/68 พุ่ง 48.2% รับแรงหนุนรายได้โต 24.7% จากขยายสาขา
## รายได้-กำไรโตตามเป้า ฝ่ายจัดการชี้การประหยัดต่อขนาดและบาทแข็งหนุนมาร์จิ้น
บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกปี 2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายรวม 9,419.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.7% และกำไรสุทธิ 1,176.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 48.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มขึ้นของจำนวนธุรกรรมและมูลค่าเฉลี่ยต่อธุรกรรม รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MRDIYT ในครึ่งปีแรก 2568 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ **การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)** โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 24.7% เป็น 9,419.4 ล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโตถึง 48.2% เป็น 1,176.4 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **การขยายเครือข่ายสาขา:** จำนวนสาขาเพิ่มขึ้นจาก 281 สาขา ณ สิ้น Q2/67 เป็น 302 สาขา ณ สิ้น Q2/68
* **ปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น:** จำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้นจาก 55.5 ล้านรายการ เป็น 59.5 ล้านรายการ
* **มูลค่าเฉลี่ยต่อธุรกรรมที่สูงขึ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 136.1 บาท เป็น 158.3 บาท
ส่วนการที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 49.9% เป็น 51.6% นั้น มีสาเหตุหลักมาจาก:
* **การประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale):** จากการจัดซื้อในต่างประเทศที่มากขึ้น
* **การแข็งค่าของเงินบาท:** เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่ยังคงมุ่งเน้นการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และการบริหารจัดการต้นทุนที่ได้ประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด นอกจากนี้ แนวโน้มค่าเงินบาทที่อาจยังคงแข็งค่าก็เป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนนำเข้า อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย:** เติบโต 24.7% YoY เป็น 9,419.4 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ:** เติบโต 48.2% YoY เป็น 1,176.4 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ปรับตัวดีขึ้นจาก 49.9% เป็น 51.6%
* **จำนวนสาขา:** เพิ่มขึ้นเป็น 302 สาขา ณ สิ้น Q2/68
* **มูลค่าเฉลี่ยต่อธุรกรรม:** เพิ่มขึ้นจาก 136.1 บาท เป็น 158.3 บาท
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 4.8% เป็น 10,038.8 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 17.5% เป็น 5,593.4 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 9,419.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,864.1 ล้านบาท หรือ 24.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (2567) ที่มีรายได้ 7,555.3 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายเครือข่ายสาขาที่เพิ่มขึ้นจาก 281 สาขา เป็น 302 สาขา รวมถึงจำนวนธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นและมูลค่าเฉลี่ยต่อธุรกรรมที่สูงขึ้น
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 20.2% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 49.9% ในงวดเดียวกันของปีก่อน เป็น 51.6% ในงวดปัจจุบัน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการประหยัดต่อขนาดจากการจัดซื้อในต่างประเทศ และการแข็งค่าของเงินบาทที่ช่วยลดต้นทุนการนำเข้า
กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 45.9% เป็น 1,757.7 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 48.2% เป็น 1,176.4 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** การเพิ่มจำนวนสาขาเป็นกลยุทธ์หลักในการเข้าถึงลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การเพิ่มมูลค่าต่อธุรกรรม:** การบริหารจัดการสินค้าและการจัดโปรโมชั่นที่สามารถเพิ่มมูลค่าการซื้อต่อครั้งของลูกค้า
* **การบริหารต้นทุน:** การใช้ประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาดและการแข็งค่าของเงินบาทช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การเติบโตของตลาดสินค้าตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ในครัวเรือน:** ตลาดนี้มีแนวโน้มเติบโตตามกำลังซื้อและการปรับปรุงที่อยู่อาศัย
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีก:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันจะเป็นผลดี แต่หากเงินบาทอ่อนค่าลง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้า
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่อาจเพิ่มขึ้น:** เช่น ค่าเช่า ค่าแรงงาน หรือค่าขนส่ง
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับตัวให้เข้ากับความต้องการและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **อัตราการเติบโตของรายได้:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของรายได้จากการขายในไตรมาสถัดไป
* **การควบคุมต้นทุนขาย:** การบริหารจัดการต้นทุนให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **แผนการขยายสาขา:** ความคืบหน้าและประสิทธิภาพของการเปิดสาขาใหม่
* **แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบของการแข็งค่าหรืออ่อนค่าของเงินบาทต่อต้นทุนและกำไร
* **การบริหารสินค้าคงคลัง:** การจัดการสินค้าคงเหลือให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บและลดความเสี่ยงสินค้าล้าสมัย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** การเติบโต 24.7% มาจากการขยายสาขา (จาก 281 เป็น 302 สาขา) และการเพิ่มขึ้นของจำนวนธุรกรรม (จาก 55.5 ล้าน เป็น 59.5 ล้านรายการ) รวมถึงมูลค่าเฉลี่ยต่อธุรกรรมที่สูงขึ้น (จาก 136.1 บาท เป็น 158.3 บาท) ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายต่อครั้ง
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** การเพิ่มขึ้นจาก 49.9% เป็น 51.6% เป็นจุดเด่นสำคัญ แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาดในการจัดซื้อ และผลบวกจากการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งช่วยลดต้นทุนนำเข้าสินค้า
* **การบริหารต้นทุน:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่การเพิ่มขึ้นของ GPM แสดงว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้
* **สินค้า:** ตารางแสดงรายละเอียดกำไรขั้นต้นตามประเภทสินค้า ชี้ให้เห็นว่าสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือนและตกแต่ง (สัดส่วนรายได้สูง) มี GPM ที่ดี (50.3% ในปี 68) และมีการปรับตัวดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 2.2% เป็น 15,632.1 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือเพื่อรองรับการขยายสาขา, การลงทุนในทรัพย์สินส่วนปรับปรุงอาคารและอุปกรณ์จากการเปิดสาขาใหม่ รวมถึงการลงทุนในบริษัทร่วม
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 4.8% เป็น 10,038.8 ล้านบาท โดยหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 17.5% เป็น 5,593.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสมจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
MRDIYT โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2568 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 48.2% เป็น 1,176.4 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของรายได้จากการขายที่ 24.7% จากการขยายสาขาและเพิ่มมูลค่าธุรกรรม ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่ยอดเยี่ยม ซึ่งได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาดและค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากการแข่งขันและปัจจัยภายนอก แต่แนวโน้มการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและโอกาสในการเติบโตจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ มีศักยภาพในการสร้างผลประกอบการที่ดีต่อไปในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MRDIYT ไตรมาส 2/2568
รายได้รวม
10,260.64
ล้านบาท
↓ 36.7% YoY
กำไรขั้นต้น
5,256.24
ล้านบาท
↓ 34.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
51.23
%
กำไรสุทธิ
1,392.20
ล้านบาท
↓ 21.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.57
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
10,261
↓ -36.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,256
↓ -34.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,392
↓ -21.8%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MRDIYT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
10,260.64
-36.72%
|
16,214.40
|
| กำไรขั้นต้น | — |
5,256.24
-34.51%
|
8,025.52
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
3,312.10
-38.96%
|
5,426.00
|
| กำไรสุทธิ | — |
1,392.20
-21.80%
|
1,780.25
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.23
-21.96%
|
0.30
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
51.23
+3.49%
|
49.50
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
32.28
-3.53%
|
33.46
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
13.57
+23.59%
|
10.98
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
0.00
|
0.00
|
| ROE(%) | — |
36.40
-2.70%
|
37.41
|
| ROA(%) | — |
22.36
+28.21%
|
17.44
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.90
-59.46%
|
2.22
|
| P/E | — |
21.55
+16.30%
|
18.53
|
| P/BV | — |
5.69
+10.92%
|
5.13
|
| BV | — |
1.53
-11.56%
|
1.73
|
| YIELD(%) | — |
1.24
|
1.24
|
| ราคาหุ้น | — |
8.70
-2.25%
|
8.90
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
36.40
ROA (%)
22.36
Book Value/หุ้น
1.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MRDIYT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
7,522.15
+26.66%
|
5,938.86
+6.16%
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
10,871.03
+16.13%
|
9,361.20
+10.44%
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
18,393.18
+20.22%
|
15,300.06
+8.74%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
3,715.60
+5.52%
|
3,521.31
+8.41%
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
4,978.05
-29.09%
|
7,020.42
-2.94%
|
| รวมหนี้สิน | — |
8,693.65
-17.53%
|
10,541.72
+0.58%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
9,699.54
+103.84%
|
4,758.34
+32.55%
|
| D/E | — |
0.90
|
2.22
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
36.40
|
37.41
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
22.36
|
17.44
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
2.02
|
1.69
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.48
|
0.28
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
1.97
|
4.90
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
196.54
|
219.93
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
44.09
|
46.59
|
| วงจรเงินสด | — |
154.42
|
178.24
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-553
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+196
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MRDIYT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 |
|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-553.04
-117.00%
|
3,252.45
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
195.69
-115.48%
|
-1,264.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,875.22
-165.21%
|
-2,875.48
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,517.85
-271.04%
|
-887.40
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
784.26
-53.08%
|
1,671.66
+306.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,770.66
+125.77%
|
784.26
-53.08%
|