สรุปงบล่าสุด LHFG
สรุปงบการเงิน
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
## สรุปผลประกอบการ หุ้น LHFG ไตรมาส 4 ปี 2568
**สรุปสั้น:**
บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (LHFG) มีกำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2568 จำนวน 840.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่ลดลง 9.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปีเดียวกัน สำหรับปี 2568 ทั้งปี บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,885.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.0% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และกำไรจากเงินลงทุน (หน้า 5)
**เศรษฐกิจ:**
เศรษฐกิจไทยในปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.0 โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการส่งออกและการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ (หน้า 4) อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังคงชะลอตัว และเศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การเพิ่มขึ้นของอัตราภาษีนําเข้าของสหรัฐฯ, การไหลเข้าของสินค้าจีนและสหรัฐฯ, ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์, การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และมาตรการที่เกี่ยวข้องของประเทศคู่ค้า (หน้า 4)
**การเปลี่ยนแปลงของกำไร:**
กำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2568 ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 เนื่องจากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุนและรายได้เงินปันผล แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปีก่อนหน้า เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (หน้า 5) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (หน้า 5) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับทั้งไตรมาสก่อนหน้าและไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (หน้า 6)
**สินเชื่อและสัดส่วน:**
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 สินทรัพย์รวมของ LHFG มีจำนวน 398,811.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.0% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 โดยมีสินเชื่อสุทธิเป็นสินทรัพย์หลักคิดเป็น 68.9% ของสินทรัพย์รวม (หน้า 8) เงินให้สินเชื่อรวมของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย มีจำนวน 333,467.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.2% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 (หน้า 14) สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เติบโต 22.9% ในขณะที่สินเชื่อ SME ลดลง 1.4% และสินเชื่อรายย่อยเติบโต 22.0% (หน้า 14) อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ของ LH Bank อยู่ที่ 2.44% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2.34% ณ สิ้นปี 2567 (หน้า 16)
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสการลงทุน:**
ปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในอนาคต ได้แก่ ปัจจัยหนุนจากการผ่อนคลายนโยบายการเงิน, มาตรการให้ AMC ซื้อหนี้จากภาคการธนาคาร, มาตรการกีดกันทางการค้า, การไหลทะลักเข้ามาของสินค้าจากจีนและสหรัฐฯ, ความเปราะบางของเศรษฐกิจจีน, ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์, และการเข้าสู่ตลาดของ Virtual Bank (หน้า 10) นอกจากนี้ การดำเนินงานด้าน ESG ยังมีบทบาทต่อความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว (หน้า 10) โอกาสในการลงทุน ได้แก่ การสนับสนุนสินเชื่อแก่ SME ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย, การร่วมมือกับหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม, การขยายฐานลูกค้ารายย่อย, และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า (หน้า 9)
**สรุปสั้นท้ายสุด:**
ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อรายได้และกำไรของ LHFG ในปี 2568 คือ การเพิ่มขึ้นของกำไรจากเครื่องมือทางการเงินและการเติบโตของสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อรายย่อย อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่น และความผันผวนของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง บริษัทได้มีการจัดการความเสี่ยงผ่านการออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ และการให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้าน ESG (หน้า 9) LHFG ยังคงมีความแข็งแกร่งในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ และมีโอกาสในการเติบโตในอนาคตจากการขยายฐานลูกค้าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของตลาด
0.00 %
(12.81%)
(6.99%)
(3.88%)
(4.79%)
(10.24%)
(2.05%)
(3.77%)
(7.61%)
(22.73%)
(23.92%)