บริษัท กรุงเทพโสภณ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
280.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4015 out_tok=2276 at=2026-07-25T20:30:48 -->
# KWC กำไรสุทธิ Q3/2564 พุ่ง 132.6% รับผลบวกจากรายการพิเศษ-ต้นทุนลด
## รายได้รวมหดตัว YoY แต่กำไรสุทธิโตแรง ปัจจัยหลักจากต้นทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท กรุงเทพโสภณ จำกัด (มหาชน) หรือ KWC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 22.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 132.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะปรับตัวลดลง 23.1% เป็น 73.6 ล้านบาท โดยปัจจัยขับเคลื่อนกำไรที่เติบโตมาจากค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรและค่าปรับที่ไม่มีข้อยุติ ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้พลิกกลับมาเติบโตได้อย่างโดดเด่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ KWC ในไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 132.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายรวม** โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **การไม่มีรายการค่าใช้จ่ายพิเศษที่เคยเกิดขึ้นในปีก่อน** ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่ลดลง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 44.9 ล้านบาท ลดลงถึง 38.4 ล้านบาท หรือ 33.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงอย่างมากมี 2 ส่วน คือ
1. **การไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ:** ในไตรมาส 3 ปี 2563 บริษัทมีการบันทึกค่าปรับที่ยังไม่มีข้อยุติของโครงการออมสิน 18 สำนัก เป็นจำนวน 20.4 ล้านบาท ซึ่งรายการนี้ไม่เกิดขึ้นในไตรมาสปัจจุบัน
2. **การบริหารต้นทุนขายและบริการ:** ต้นทุนขายและบริการลดลง 16.8 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรและค่าใช้จ่ายชดเชยแรงงานจากโครงการออมสิน 18 สำนักที่สิ้นสุดสัญญาไปแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการลดค่าเช่าคลังสินค้าภายนอกลง 1.4 ล้านบาท จากการยกเลิกการเช่าและย้ายมาใช้คลังเก็บเอกสารที่ 4 ที่สร้างใหม่ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 20.4 ล้านบาท
ในขณะเดียวกัน รายได้รวมของบริษัทในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 73.6 ล้านบาท ลดลง 22.1 ล้านบาท หรือ 23.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการไม่มีรายได้จากโครงการออมสิน 18 สำนัก ซึ่งสิ้นสุดสัญญาไปแล้วในไตรมาส 2 ปี 2564 รวมถึงรายได้ค่าเช่า ค่าบริการท่าเรือ และค่าบริการอื่นๆ ที่ลดลงรวมประมาณ 2.6 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาสนี้ คือ **การไม่มีรายการค่าปรับพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2563** ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ และมีลักษณะเป็นครั้งคราว การลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรจากโครงการออมสินที่สิ้นสุดสัญญาไปแล้วก็เป็นผลจากการสิ้นสุดโครงการเช่นกัน แม้ว่าบริษัทจะมีการบริหารจัดการต้นทุนอื่นๆ เช่น การลดค่าเช่าคลังสินค้าภายนอก แต่การเติบโตของกำไรที่สูงมากในไตรมาสนี้ ส่วนใหญ่มาจากปัจจัยพิเศษที่คาดว่าจะไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในลักษณะเดียวกันนี้อีก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 พุ่ง 132.6% YoY:** อยู่ที่ 22.9 ล้านบาท เทียบกับ 9.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/2564 ลดลง 23.1% YoY:** อยู่ที่ 73.6 ล้านบาท สาเหตุหลักจากโครงการออมสินสิ้นสุดสัญญา
* **ค่าใช้จ่ายรวม Q3/2564 ลดลง 33.4% YoY:** อยู่ที่ 44.9 ล้านบาท จากการไม่มีค่าปรับพิเศษและต้นทุนโครงการออมสินที่ลดลง
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2564 ลดลง 10% YoY:** อยู่ที่ 263.1 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 18.3% YoY:** อยู่ที่ 70.8 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท กรุงเทพโสภณ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 73.6 ล้านบาท ลดลง 20.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q2/2564) และลดลง 23.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (Q3/2563) โดยมีกำไรสุทธิ 22.9 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 132.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เมื่อพิจารณาผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 263.1 ล้านบาท ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 19.7% ส่งผลให้กำไรสุทธิรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 70.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เช่น ค่าเช่าคลังสินค้าภายนอก และการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พื้นที่
* **การพัฒนาคลังเก็บเอกสาร:** การสร้างคลังเก็บเอกสารที่ 4 พร้อมใช้งาน ช่วยให้บริษัทสามารถยกเลิกการเช่าคลังสินค้าภายนอก ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพิงรายได้จากโครงการใหญ่:** การสิ้นสุดของโครงการออมสิน 18 สำนัก ส่งผลกระทบต่อรายได้รวมอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพิงรายได้จากโครงการขนาดใหญ่เพียงไม่กี่โครงการ
* **ผลกระทบจากการแพร่ระบาด COVID-19:** การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานบางส่วน เช่น งานสแกนเอกสารที่ลดลงชั่วคราว
* **ความไม่แน่นอนของรายได้ในอนาคต:** การไม่มีรายได้จากโครงการออมสิน ทำให้บริษัทต้องหาแหล่งรายได้ใหม่ๆ มาทดแทน เพื่อรักษาการเติบโตของรายได้ในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การหาโครงการใหม่ทดแทน:** บริษัทจะสามารถหาโครงการใหม่ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโครงการออมสินเพื่อมาทดแทนรายได้ที่หายไปได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** บริษัทจะสามารถรักษาการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานให้อยู่ในระดับต่ำได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **แนวโน้มรายได้ค่าเช่าและบริการอื่นๆ:** รายได้จากส่วนธุรกิจอื่นๆ เช่น ค่าเช่า ค่าบริการท่าเรือ จะมีแนวโน้มฟื้นตัวหรือเติบโตได้มากน้อยเพียงใด
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่ๆ หรือมาตรการควบคุมต่างๆ จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทอย่างไรบ้าง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้:** รายได้รวม 73.6 ล้านบาท ลดลง 23.1% YoY เป็นผลหลักจากการสิ้นสุดสัญญาโครงการออมสิน 18 สำนัก ซึ่งเคยเป็นแหล่งรายได้สำคัญ นอกจากนี้ รายได้ค่าเช่าและบริการอื่นๆ ก็ปรับลดลงเช่นกัน
* **ต้นทุนขายและบริการ:** ลดลง 16.8 ล้านบาท YoY เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายบุคลากรและค่าชดเชยแรงงานจากโครงการออมสินที่สิ้นสุดไป
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 20.4 ล้านบาท YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการไม่มีรายการค่าปรับที่ยังไม่มีข้อยุติของโครงการออมสิน ซึ่งเคยบันทึกไว้ในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และอัตรากำไรสุทธิ (NPM):** แม้เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข GPM โดยตรง แต่การลดลงของต้นทุนขายและบริการที่มากกว่าการลดลงของรายได้ (เมื่อเทียบกับปีก่อน) บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น ในขณะที่ NPM พุ่งสูงขึ้นอย่างมากจากการลดลงของค่าใช้จ่ายพิเศษ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
KWC โชว์ผลกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดด 132.6% YoY เป็น 22.9 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะหดตัวลง 23.1% สาเหตุหลักมาจากปัจจัยพิเศษคือการไม่มีรายการค่าปรับที่เคยเกิดขึ้นในปีก่อน ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงรายได้จากโครงการใหญ่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา ขณะที่บริษัทต้องเร่งหาโครงการใหม่มาทดแทนรายได้ที่หายไปเพื่อรักษาการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KWC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
97.63
ล้านบาท
↓ 0.4% YoY
กำไรขั้นต้น
48.24
ล้านบาท
↑ 1.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
49.41
%
กำไรสุทธิ
24.67
ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
25.27
%
D/E Ratio
0.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
98
↓ -0.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 1.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
25
↓ -0.2%
YoY
D/E Ratio
0.16
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KWC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.16
ROE (%)
11.62
ROA (%)
12.66
Book Value/หุ้น
146.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KWC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-71
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-104
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KWC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-70.97
+6.66%
|
-66.54
-585.34%
|
13.71
-146.51%
|
-29.48
-2.03%
|
-30.09
-124.83%
|
121.20
+84.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-103.89
+2,193.38%
|
-4.53
-96.71%
|
-137.60
+58.74%
|
-86.68
+290.27%
|
-22.21
-69.14%
|
-71.96
+24.54%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
77.27
+22.13%
|
63.27
+3.13%
|
61.35
-41.99%
|
105.76
+4,325.10%
|
2.39
-104.83%
|
-49.53
+98,960.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-97.58
+1,151.03%
|
-7.80
-87.52%
|
-62.52
+500.00%
|
-10.42
-79.12%
|
-49.91
+17,110.34%
|
-0.29
-103.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
46.27
-18.54%
|
56.80
+85.08%
|
30.69
-32.36%
|
45.37
+12.94%
|
40.17
-0.72%
|
40.46
-9.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
29.88
-35.42%
|
46.27
-18.54%
|
56.80
+85.08%
|
30.69
-32.36%
|
45.37
+12.94%
|
40.17
-0.72%
|