/6

เดือนนี้ / เดือนก่อน

35/76

ปีนี้ / ปีก่อน

  • set
  • set
  • set
  • mitihoon

    วิกฤตพลังงานดันต้นทุนยาโลกพุ่ง 10% คาดหนุนเทรนด์สุขภาพ ‘กินเพื่อป้องกัน’ เติบโต 7-9% JSP เร่งเครื่องพัฒนาแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค 07/04/69

    บริษัทฯ ประเมินว่า อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพยังมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุนทั้งสังคมผู้สูงอายุ มลภาวะ โรคอุบัติใหม่ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ส่งผลให้บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์พัฒนานวัตกรรมสินค้า ควบคู่การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้รวมเติบโต 10% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการพัฒนาแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายช่องทางจำหน่ายออนไลน์ซึ่งคาดว่าจะเติบโต 2 เท่า รวมถึงอยู่ระหว่างศึกษาทางลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

  • set
  • set
  • set
  • set
  • set
  • kaohoon

    JSP พลิกเกมวิกฤติเม็ดพลาสติก เปิดตัวซองยืดหยุ่น ลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ 30–60% 20/03/69

    นายพิษณุ แดงประเสริฐ รองประธานกรรมการบริหารสายงานการขายและการตลาด บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดเผยว่า สถานการณ์เม็ดพลาสติกในตลาดโลกยังคงเผชิญความผันผวนต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านราคาน้ำมันดิบ ต้นทุนพลังงาน และการขนส่งที่ยากลำบาก ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและปริมาณในอุตสาหกรรมทั้งต้นน้ำและปลายน้ำมีความไม่แน่นอน อย่างไรก็ดีแม้ว่าแรงกดดันนี้อาจจะเกิดขึ้นเพียงระยะหนึ่งหรือส่งผลกระทบยืดเยื้อออกไป แต่ JSP ได้ถือเอาวิกฤตครั้งนี้นำมาสู่การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์จากสินค้า Own Brand จากบรรจุภัณฑ์ขวดหรือกระปุกพลาสติกไปสู่สู่บรรจุภัณฑ์ชนิดซองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเม็ดพลาสติกขาดแคลนยังช่วยลดต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์ได้ถึง 30-60% สำหรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ของ JSP จะเป็นรูปแบบซอง หรือพลาสติกชนิดอ่อน (Flexible Packaging) แทนการใช้ขวดแบบเดิม ซึ่งซองพลาสติกมีต้นทุนการผลิตถูกกว่าขวดพลาสติกมาก เพราะใช้เนื้อพลาสติกน้อยกว่า (Lightweight) และผลิตได้ในปริมาณมหาศาลต่อนาที โดยเฉลี่ยแล้ว การเปลี่ยนมาใช้ซองสามารถลดต้นทุนเฉพาะตัวบรรจุภัณฑ์ได้ถึง 30-60% (ขึ้นกับขนาดของแต่ละซอง) อีกทั้งมีขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อนน้อยกว่า ไม่ต้องฉีดขึ้นรูปเหมือนขวดพลาสติก และใช้เม็ดพลาสติกในปริมาณที่น้อยกว่ามาก รวมถึงใช้พื้นที่ในการจัดเก็บน้อยกว่า การปรับตัวในครั้งนี้จึงสร้างเปลี่ยนแปลงในกระบวนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกเหนือจากที่กล่าวมาบรรจุภัณฑ์รูปแบบซอง มีน้ำหนักเบา ช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ อีกทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน สอดคล้องกับแนวโน้มธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น