บริษัท กิฟท์ อินฟินิท จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
1.64
+0.01 (+0.61%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4343 out_tok=2751 at=2026-07-25T16:16:42 -->
# POSCO-THAINOX พลิกขาดทุนปี 63 สู่กำไร 885 ล้านบาทใน Q4/64 รับอานิสงส์ราคาขายเหล็กสเตนเลสพุ่ง
## รายได้-กำไรโตแรงตามราคาขายเหล็กสเตนเลส ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายภาษีเพิ่มขึ้น
บริษัท โพสโค-ไทยน็อซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ POSCO-THAINOX รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 885.6 ล้านบาท เทียบกับปี 2563 ที่ขาดทุนสุทธิ 17.4 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเหล็กสเตนเลสรีดเย็นและบริการที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ปรับตัวสูงขึ้นก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ POSCO-THAINOX พลิกจากขาดทุนในปี 2563 มามีกำไรในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของราคาขายเฉลี่ยเหล็กสเตนเลส ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายเหล็กสเตนเลสรีดเย็นและบริการในปี 2564 จำนวน 19,131.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 45.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีราคาขายเฉลี่ยต่อตันสูงขึ้นอย่างชัดเจน จาก 58,352 บาทต่อตันในปี 2563 เป็น 76,657 บาทต่อตันในปี 2564 การเพิ่มขึ้นของราคาขายนี้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ พลิกจากขาดทุน 3.1% ของยอดขายในปี 2563 มาเป็นกำไร 7.8% ของยอดขายในปี 2564 หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 1,083.2 ล้านบาท
นอกจากนี้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น 67.3 ล้านบาท ก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนผลประกอบการ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 19.6 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จะเพิ่มขึ้นถึง 230.0 ล้านบาท แต่ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นนั้นมีมากกว่า ทำให้ภาพรวมบริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด** การที่ราคาขายเฉลี่ยต่อตันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงสภาวะตลาดที่เป็นบวกสำหรับผลิตภัณฑ์เหล็กสเตนเลส อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต หรือการคาดการณ์ราคาขายเฉลี่ยในระยะถัดไป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อ GPM และกำไรของบริษัทฯ ในอนาคต การเพิ่มขึ้นของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนก็เป็นปัจจัยที่อาจผันผวนได้ตามสภาวะตลาด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** บริษัทฯ พลิกจากขาดทุนสุทธิ 17.4 ล้านบาทในปี 2563 มามีกำไรสุทธิ 885.6 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้เติบโต 45.2%:** รายได้จากการขายเหล็กสเตนเลสรีดเย็นและบริการเพิ่มขึ้นเป็น 19,131.9 ล้านบาท จาก 13,177.5 ล้านบาทในปี 2563
* **ราคาขายเฉลี่ยพุ่ง:** ราคาขายเฉลี่ยต่อตันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 58,352 บาท เป็น 76,657 บาท
* **กำไรขั้นต้นดีขึ้น:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 3.1% เป็น 7.8% คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 1,083.2 ล้านบาท
* **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 42.3% เป็น 4,500.0 ล้านบาท จาก 3,162.6 ล้านบาท
* **หนี้สินเพิ่มขึ้นเท่าตัว:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 102.9% เป็น 4,016.6 ล้านบาท จาก 1,979.4 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นมาก
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท โพสโค-ไทยน็อซ์ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการปี 2564 ที่โดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายเหล็กสเตนเลสรีดเย็นและบริการรวม 19,131.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งมีรายได้ 13,177.5 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยต่อตันที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 58,352 บาทต่อตันในปี 2563 เป็น 76,657 บาทต่อตันในปี 2564
ต้นทุนขายและให้บริการสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 17,635.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณและราคาขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก จาก 3.1% ของยอดขายในปี 2563 เป็น 7.8% ของยอดขายในปี 2564 หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 1,083.2 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 19.6 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 67.3 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นถึง 230.0 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
โดยรวมแล้ว บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิสำหรับปี 2564 จำนวน 885.6 ล้านบาท เทียบกับปี 2563 ที่ขาดทุนสุทธิ 17.4 ล้านบาท
## โอกาส
* **อุปสงค์เหล็กสเตนเลสที่แข็งแกร่ง:** การเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยต่อตันบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในตลาดเหล็กสเตนเลส ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ หรือการจำกัดอุปทาน
* **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** การมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** แม้ว่าราคาขายจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเหล็กสเตนเลส เช่น นิกเกิล โครเมียม อาจมีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เป็นจำนวนมาก อาจเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิในอนาคต หากกำไรยังคงอยู่ในระดับสูง
* **การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ:** การที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (42.3%) อาจสะท้อนถึงการคาดการณ์อุปสงค์ที่สูงขึ้น หรือการบริหารจัดการสต็อกที่อาจต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงด้านราคาและความต้องการในอนาคต
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยเฉพาะเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและสภาพคล่องของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาขายเฉลี่ยเหล็กสเตนเลส:** ติดตามทิศทางราคาขายเฉลี่ยต่อตันในไตรมาสถัดไป ว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเพิ่มขึ้นได้หรือไม่
* **ความเคลื่อนไหวของราคาวัตถุดิบหลัก:** จับตาราคาวัตถุดิบสำคัญ เช่น นิกเกิล และโครเมียม ซึ่งมีผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
* **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** สังเกตการณ์ระดับสินค้าคงเหลือว่ามีการปรับลดลงหรือไม่ เพื่อสะท้อนการขายที่สอดคล้องกับกำลังการผลิต
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ติดตามความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งอาจส่งผลต่อกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **นโยบายภาษี:** พิจารณาผลกระทบจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในฐานะผู้ผลิตเหล็กสเตนเลสรีดเย็น POSCO-THAINOX ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาโลหะที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลัก การที่บริษัทฯ สามารถเพิ่มราคาขายเฉลี่ยต่อตันได้อย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอุปสงค์ในตลาด หรือความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังลูกค้าได้
การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายและการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย ส่งผลให้ Utilization Rate ของโรงงานน่าจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม การที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 42.3% อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสต็อกที่ต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบที่อาจผันผวน หรือการคาดการณ์อุปสงค์ในอนาคตที่อาจไม่แน่นอน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 13,842.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.9% จากปีก่อนหน้า โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 155.5% เป็น 2,693.4 ล้านบาท ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่อง
อย่างไรก็ตาม หนี้สินรวมของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นถึง 102.9% เป็น 4,016.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าถึง 121.8% การเพิ่มขึ้นของหนี้สินนี้ส่งผลให้ D/E Ratio ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 898.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรสำหรับปี 2564 จำนวน 885.6 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของส่วนของผู้ถือหุ้นจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
POSCO-THAINOX โชว์ผลงานปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 885.6 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของราคาขายเฉลี่ยเหล็กสเตนเลสและปริมาณการขาย ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้รายได้และกำไรขั้นต้นเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายภาษีที่สูงขึ้นก็ตาม อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาขายเฉลี่ย ราคาวัตถุดิบ และการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของหนี้สิน เพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GIFT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
606.26
ล้านบาท
↑ 7466% YoY
กำไรขั้นต้น
265.41
ล้านบาท
↑ 181685.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
43.78
%
กำไรสุทธิ
43.26
ล้านบาท
↓ 903.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.14
%
D/E Ratio
0.45
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
606
↑ + 7466%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
265
↑ + 181685.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
43
↓ -903.9%
YoY
D/E Ratio
0.45
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GIFT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.45
ROE (%)
5.07
ROA (%)
12.90
Book Value/หุ้น
0.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GIFT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-278
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-97
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GIFT
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-277.81
-1,407.96%
|
21.24
-148.42%
|
-43.87
-124.50%
|
179.07
+199.35%
|
59.82
-42.25%
|
103.58
+116.56%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-96.68
-157.88%
|
167.03
-443.33%
|
-48.65
-251.42%
|
32.13
-556.39%
|
-7.04
-31.38%
|
-10.26
-86.63%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-547.15
+6,524.09%
|
-8.26
-58.82%
|
-20.06
-94.16%
|
-343.54
+2,086.76%
|
-15.71
-1,002.87%
|
1.74
-93.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-920.47
-611.40%
|
179.99
-259.88%
|
-112.58
-14.93%
|
-132.34
-457.10%
|
37.06
-61.01%
|
95.05
-8,293.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
195.79
-15.45%
|
231.57
-9.01%
|
254.49
-34.21%
|
386.83
-1.65%
|
393.33
+31.87%
|
298.28
-0.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
329.09
+68.08%
|
195.79
-15.45%
|
231.57
-9.01%
|
254.49
-34.21%
|
386.83
-1.65%
|
393.33
+31.87%
|