บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
52.25
+0.75 (+1.46%)
สรุปสั้น
รายได้ DTAC ทรงตัว ในขณะที่ต้นทุนลดลงจากต้นปี เนื่องจาก Q1/64 มีขาดทุนจากการขายอุปกรณ์มือถือ และ ค่าใช้จ่ายพิเศษ ในขณะที่ในไตรมาส 2/64 ดีแทคมีจํานวนผู้ใช้บริการรวมเท่ากับ 19.2 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 1.64 แสนเลขหมายจากไตรมาสก่อน เป็นผลหลักมาจากการ เพิ่มขึ้นของลูกค้าทั้งในระบบเติมเงินและรายเดือน ลูกค้าในระบบเติมเงินเพิ่มขึ้น 1.25 แสนเลขหมาย มาอยู่ที่ 13.06 ล้านเลขหมายในขณะที่จํานวนฐานลูกค้าระบบ รายเดือนอยู่ที่ 6.19 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ 3.9 หมื่นเลขหมายจากไตรมาสก่อน
รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย ไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (FARPU”) สําหรับไตรมาส 2/64 เท่ากับ 247 บาทต่อเดือน ซึ่งคงที่อยู่ที่ร้อยละ 0.2 จาก ไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 2.1 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ลูกค้าในระบบรายเดือนคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 32.1 ของจํานวนลูกค้ารวม รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายของลูกค้าระบบรายเดือนในไตรมาส 2/64 เท่ากับ 498 บาทต่อเดือน ลดลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.6 จากไตรมาสก่อน และร้อยละ 5.2 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ดีแทคคงแนวโน้มสาหรับปี 2564 คงที่ หรือ ลดลงในอัตราร้อยละที่เป็นเลขหลักเดียวใน ระดับต่า แ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11748 out_tok=2832 at=2026-07-25T14:39:15 -->
# DTAC Q3/2565 กำไรสุทธิหดตัว 41.4% YoY รับผลกระทบควบรวมกิจการ-เงินเฟ้อ
## รายได้รวมทรงตัวแต่กำไรสุทธิลดลงแรง ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยพิเศษ-ต้นทุนพุ่งกดดัน
บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 20,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 41.4% มาอยู่ที่ 488 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการและภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ DTAC ในไตรมาส 3/2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ผลกระทบจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (One-time items) และแรงกดดันด้านต้นทุนจากการดำเนินงาน** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการและภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลง 41.4% YoY มาจาก **ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการ** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปีนี้ และ **ผลประโยชน์จากต้นทุนค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นในปีก่อน** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 488 ล้านบาท นอกจากนี้ EBITDA (ก่อนรายการอื่น ๆ) ลดลง 3.6% YoY เป็นผลมาจากภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น แม้ว่าเมื่อปรับปรุงรายการพิเศษแล้ว EBITDA จะยังคงที่จากปีก่อนก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ค่าใช้จ่ายควบรวมกิจการ:** เอกสารระบุชัดเจนว่ามีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการประมาณ 160 ล้านบาทในไตรมาส 3/65 ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ
* **ภาวะเงินเฟ้อและต้นทุน:** อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนค่าโรมมิ่งบนเครือข่าย 2300 MHz ของ TOT และต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อ EBITDA margin ที่ลดลงจาก 50.8% ในไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ 43.8% (เมื่อปรับปรุงรายการพิเศษ)
* **รายการพิเศษปีก่อน:** การที่กำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากผลประโยชน์จากต้นทุนค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นในไตรมาส 3/64 ซึ่งเป็นรายการที่ส่งผลบวกต่อกำไรในปีที่แล้ว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องน้อยลงในอนาคตอันใกล้
* **ค่าใช้จ่ายควบรวมกิจการ:** เป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปีนี้ คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
* **ภาวะเงินเฟ้อ:** แม้ว่าภาวะเงินเฟ้ออาจยังคงเป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้น แต่บริษัทได้แสดงความมุ่งมั่นในการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงโครงสร้างเพื่อลดค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระยะยาว
* **รายการพิเศษปีก่อน:** ผลกระทบจากรายการพิเศษในปีก่อนจะหมดไปในปีนี้ ทำให้การเปรียบเทียบผลประกอบการในอนาคตจะมีความชัดเจนมากขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 41.4% YoY:** อยู่ที่ 488 ล้านบาท จากผลกระทบค่าใช้จ่ายควบรวมกิจการและรายการพิเศษปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 4.1% YoY:** อยู่ที่ 20,030 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้จากการจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์และชุดเลขหมาย รวมถึงรายได้บริการข้ามแดน
* **EBITDA ลดลง 3.6% YoY:** อยู่ที่ 7,177 ล้านบาท ได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ แม้จะปรับปรุงรายการพิเศษแล้วยังคงที่จากปีก่อน
* **การขยายเครือข่าย 5G ต่อเนื่อง:** ติดตั้งสถานีฐาน 5G เพิ่มขึ้นประมาณ 600 สถานี และ 700 MHz เพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 สถานีฐาน
* **ลูกค้ากลุ่ม B2B และ dtac beyond เติบโต:** รายได้ B2B เติบโต 14% YoY และ dtac beyond เติบโต 16% YoY ใน 9 เดือนแรก
* **แนวโน้มปี 2565:** คาดการณ์รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อย, EBITDA ทรงตัวถึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (ไม่รวมค่าใช้จ่ายควบรวม) และเงินลงทุน 11,000–13,000 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2565 DTAC มีรายได้รวม 20,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้จากการให้บริการที่ไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (Service revenues ex. IC) อยู่ที่ 13,930 ล้านบาท ลดลง 0.3% YoY เนื่องจากรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ที่ลดลง แต่ทรงตัวจากไตรมาสก่อนจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการกลับมาของนักท่องเที่ยว รายได้จากการจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์และชุดเลขหมายเติบโตโดดเด่นถึง 73.3% YoY จากการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการดำเนินงานไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายเพิ่มขึ้น 3.6% YoY และ 12.8% QoQ โดยมีสาเหตุหลักจากรายการพิเศษจากการปรับปรุงต้นทุนค่าธรรมเนียมและต้นทุนการโรมมิ่งบนเครือข่าย 2300 MHz ของ TOT ทำให้กำไรขั้นต้น (Gross profit) ลดลง 11.4% YoY มาอยู่ที่ 4,434 ล้านบาท EBITDA ลดลง 3.6% YoY มาอยู่ที่ 7,177 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 41.4% YoY มาอยู่ที่ 488 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายเครือข่าย 5G:** การลงทุนอย่างต่อเนื่องในการขยายเครือข่าย 5G และ 700 MHz จะช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าและรองรับการเติบโตของบริการดิจิทัลในอนาคต
* **การเติบโตของลูกค้ากลุ่ม B2B และ dtac beyond:** การมุ่งเน้นบริการโซลูชั่นสำหรับ SME และการเป็นพันธมิตรกับ Google และ Amazon Web Services เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในกลุ่มนี้
* **บริการดิจิทัล:** การเติบโตของผู้ใช้บริการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น 28% YoY สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างรายได้จากบริการนอกเหนือจากการเชื่อมต่อ
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวและแรงงานต่างด้าวช่วยหนุนรายได้จากการให้บริการระบบเติมเงินและบริการข้ามแดน
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่เข้มข้นในธุรกิจโทรคมนาคมยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU)
* **ภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจมหภาค:** อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี:** การลงทุนเพื่อพัฒนาและปรับปรุงเครือข่ายให้ทันสมัยอยู่เสมอเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
* **ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการ:** แม้จะเป็นรายการครั้งคราว แต่ก็ส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของการควบรวมกิจการ:** การดำเนินการและผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนและรายได้ในระยะต่อไป
* **การขยายเครือข่าย 5G และการใช้งาน:** ประสิทธิภาพและความครอบคลุมของเครือข่าย 5G และการเติบโตของการใช้งาน
* **การเติบโตของรายได้จาก B2B และ dtac beyond:** ความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของกลุ่มลูกค้าธุรกิจและบริการใหม่ๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางเงินเฟ้อ:** กลยุทธ์ของบริษัทในการควบคุมและลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **แนวโน้ม ARPU:** การเปลี่ยนแปลงของรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย ท่ามกลางการแข่งขันและสภาวะเศรษฐกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
DTAC ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การขยายเครือข่าย 5G อย่างต่อเนื่อง โดยมีการติดตั้งสถานีฐานเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ ซึ่งส่งผลให้คะแนนความพึงพอใจต่อเครือข่ายดีขึ้นและการร้องเรียนลดลง การใช้งาน 4G เพิ่มขึ้น 4.5% และ 5G เพิ่มขึ้น 29% YoY สะท้อนถึงการปรับตัวของผู้บริโภคสู่เทคโนโลยีใหม่
ในส่วนของลูกค้ากลุ่มธุรกิจ (B2B) และบริการที่นอกเหนือจากการเชื่อมต่อ (dtac beyond) ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต โดยบริการโซลูชั่นสำหรับ SME ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก มีการทำแคมเปญร่วมกับ Google และเป็นพันธมิตรกับ Amazon Web Services ซึ่งส่งผลให้รายได้ B2B เติบโต 14% YoY ใน 9 เดือนแรก ขณะที่ dtac beyond เติบโต 16% YoY จากบริการชำระเงินผ่านดีแทค Gaming Nation และ dtac Safe รวมถึงผู้ใช้บริการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น 28% YoY
อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้บริการหลัก (เสียงและข้อมูล) ลดลง 0.6% YoY เนื่องจากการแข่งขันที่เข้มข้นและการลดลงของรายได้ระบบรายเดือน ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนด้วยการเติบโตของรายได้ระบบเติมเงิน รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ทั้งสองระบบลดลง YoY และ QoQ สะท้อนถึงแรงกดดันด้านราคาในตลาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 DTAC มีสินทรัพย์รวม 157,189 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นเป็น 5,929 ล้านบาท หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวมลดลงมาอยู่ที่ 71,854 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า) ยังคงทรงตัวที่ 2.4 เท่า
รายจ่ายเพื่อการลงทุนในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,954 ล้านบาท เพื่อเร่งขยายสถานีฐาน 5G และเพิ่มความจุเครือข่าย กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (EBITDA หักรายจ่ายลงทุน) อยู่ที่ 5,223 ล้านบาท
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ DTAC ในไตรมาส 3/2565 คือการเผชิญกับรายการพิเศษจากการควบรวมกิจการและแรงกดดันด้านต้นทุนจากภาวะเงินเฟ้อ แม้รายได้รวมจะเติบโตได้เล็กน้อย แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขยายเครือข่าย 5G และการเติบโตของบริการดิจิทัล รวมถึงการมุ่งเน้นลูกค้ากลุ่ม B2B และ dtac beyond ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงจากการแข่งขันและต้นทุนที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยฝ่ายจัดการยังคงแนวโน้มผลประกอบการปี 2565 ที่คาดว่ารายได้ทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อย และ EBITDA ทรงตัวถึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DTAC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
20,480.02
ล้านบาท
↓ 5.1% YoY
กำไรขั้นต้น
4,904.15
ล้านบาท
↑ 5.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.95
%
กำไรสุทธิ
900.89
ล้านบาท
↑ 426.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.40
%
D/E Ratio
7.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
20,480
↓ -5.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,904
↑ + 5.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
901
↑ + 426.6%
YoY
D/E Ratio
7.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DTAC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.10
ROE (%)
16.00
ROA (%)
4.27
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DTAC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-10,363
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8,437
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DTAC
| รายการ | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 | 2560 | 2558 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-10,362.61
-18.32%
|
-12,686.55
-333.00%
|
5,444.98
-55.71%
|
12,293.99
-32.66%
|
18,255.66
-33.20%
|
27,329.68
|
24,775.84
-12.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
8,436.85
+128.82%
|
3,687.10
-129.81%
|
-12,368.84
+371.16%
|
-2,625.20
-89.60%
|
-25,238.27
+28.93%
|
-19,575.38
|
-23,572.36
+21.55%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-892.61
-114.90%
|
5,989.01
+64.14%
|
3,648.67
-157.18%
|
-6,381.57
+28.28%
|
-4,974.75
+4,145,525.00%
|
-0.12
|
3,093.86
-135.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-2,818.34
-6.38%
|
-3,010.45
-8.08%
|
-3,275.19
-199.63%
|
3,287.22
-127.49%
|
-11,957.36
-254.21%
|
7,754.18
|
4,297.33
+1,125.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
3,575.49
-46.21%
|
6,647.04
-22.06%
|
8,528.38
-39.47%
|
14,090.27
-45.91%
|
26,047.62
+42.39%
|
18,293.45
+80.76%
|
5,823.20
+6.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|