บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
44.75
+0.25 (+0.56%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3133 out_tok=2004 at=2026-07-25T13:53:03 -->
# CSC กำไร Q1/2566 วูบ 37.58% รายได้ทรงตัว ต้นทุนพุ่งฉุด GPM
## ฝาจีบเผชิญแรงกดดันต้นทุนพลังงาน-ค่าขนส่ง แม้ราคาวัตถุดิบลดลง แต่ความต้องการฝาโลหะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) หรือ CSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 50 ล้านบาท ลดลง 37.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ทรงตัว แต่ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ขณะที่ความต้องการสินค้าในกลุ่มฝาโลหะยังคงฟื้นตัวไม่เต็มที่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ CSC ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจากแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับความต้องการสินค้าที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่หดตัวลง 13.19%** จาก 124 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565 มาอยู่ที่ 124 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2566 แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้าและให้บริการพิมพ์แผ่นจะทรงตัวอยู่ที่ 962 ล้านบาท (ลดลงเพียง 0.01%) แต่ต้นทุนขายและต้นทุนการให้บริการกลับปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายยังเพิ่มขึ้นถึง 22.99%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
แม้ว่าราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตสินค้าจะปรับลดลงตามราคาตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่ **ค่าใช้จ่ายในการผลิต เช่น ค่าพลังงาน ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตโดยตรง นอกจากนี้ **ค่าขนส่งสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศยังปรับราคาสูงขึ้นตามค่าพลังงานที่สูงขึ้น** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน ความต้องการซื้อสินค้าในกลุ่มฝาโลหะยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ แม้เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ตาม ทำให้บริษัทไม่สามารถผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาขายสินค้าได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีแนวโน้มที่จะเป็นลักษณะครั้งคราวและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าราคาวัตถุดิบหลักมีแนวโน้มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนในอนาคต แต่ในขณะเดียวกัน ค่าพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องจับตา หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรของบริษัทในระยะต่อไปได้ ความต้องการสินค้าที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตามว่าเศรษฐกิจจะกระตุ้นกำลังซื้อในกลุ่มฝาโลหะได้มากน้อยเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 37.58%** อยู่ที่ 50 ล้านบาท จาก 80 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565
* **รายได้จากการขายทรงตัว** อยู่ที่ 962 ล้านบาท ลดลง 0.01% จากปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว 13.19%** เนื่องจากต้นทุนการผลิตและค่าพลังงานที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 22.99%** จากค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **ความต้องการสินค้าในกลุ่มฝาโลหะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่**
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) หรือ CSC มีผลกำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 50 ล้านบาท ลดลง 30 ล้านบาท หรือคิดเป็นการลดลง 37.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 80 ล้านบาท โดยมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานลดลงจาก 0.96 บาท เป็น 0.38 บาท (คำนวณจาก 50 ล้านบาท / 52 ล้านหุ้น และ 80 ล้านบาท / 52 ล้านหุ้น) รายได้จากการขายสินค้าและให้บริการพิมพ์แผ่นรวมอยู่ที่ 962 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.01% จากปีก่อน ขณะที่ต้นทุนขายและต้นทุนการให้บริการอยู่ที่ 837 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 124 ล้านบาท ลดลง 13.19% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** แม้ความต้องการสินค้าในกลุ่มฝาโลหะจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเป็นปัจจัยหนุนความต้องการสินค้าในอนาคต
* **ราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลง:** การที่ราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตสินค้าปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูง:** ค่าพลังงานที่ยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
* **ความต้องการสินค้าที่ยังไม่ฟื้นตัว:** ความต้องการซื้อสินค้าในกลุ่มฝาโลหะที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อาจจำกัดความสามารถในการเพิ่มปริมาณการขายและส่งผลต่อรายได้
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันราคาวัตถุดิบจะลดลง แต่ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบในอนาคตที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาพลังงานและค่าขนส่งในไตรมาสถัดไป
* การฟื้นตัวของความต้องการสินค้าในกลุ่มฝาโลหะ
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต
* ทิศทางราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต
* การปรับตัวของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้า/ส่งออก)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) หรือ CSC เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าพลังงานและค่าขนส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าราคาวัตถุดิบหลักจะปรับตัวลดลง แต่ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นยังคงมีนัยสำคัญ การที่ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 22.99% สะท้อนถึงแรงกดดันจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน ในขณะที่รายได้จากการขายทรงตัว แสดงให้เห็นว่าบริษัทอาจยังไม่สามารถปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด หรือปริมาณการขายยังไม่เติบโตมากพอ ปัจจัยนี้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ความต้องการสินค้าในกลุ่มฝาโลหะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเพิ่มยอดขายและอัตรากำไร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด)
## สรุปท้าย
CSC ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าพลังงานและค่าขนส่ง ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จะทรงตัว แต่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างชัดเจน แม้จะมีโอกาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและราคาวัตถุดิบที่ลดลง แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่ยังคงสูง รวมถึงความต้องการสินค้าที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CSC ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
877.06
ล้านบาท
↓ 3.4% YoY
กำไรขั้นต้น
111.72
ล้านบาท
↑ 64.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.74
%
กำไรสุทธิ
41.05
ล้านบาท
↑ 196.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.68
%
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
877
↓ -3.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
112
↑ + 64.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
41
↑ + 196.5%
YoY
D/E Ratio
0.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
5.69
ROA (%)
5.55
Book Value/หุ้น
82.96
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-490
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,285
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-489.80
+38.00%
|
-354.92
-24.39%
|
-469.41
+2.81%
|
-456.60
+10.91%
|
-411.69
-439.85%
|
121.14
-398.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,285.08
+7,608.94%
|
-16.67
-105.82%
|
286.50
+152.65%
|
113.40
+22.26%
|
92.75
-167.39%
|
-137.63
+217.71%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
166.27
+56.99%
|
105.91
-178.34%
|
-135.20
+19.73%
|
-112.92
-19.67%
|
-140.57
+4,320.44%
|
-3.18
-96.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,608.62
+587.30%
|
-234.05
+301.05%
|
-58.36
-75.73%
|
-240.47
+31.21%
|
-183.27
+831.72%
|
-19.67
-76.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
390.23
+57.08%
|
248.42
+32.82%
|
187.03
+39.12%
|
134.44
-41.09%
|
228.22
+57.20%
|
145.18
-50.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
254.96
-34.66%
|
390.23
+57.08%
|
248.42
+32.82%
|
187.03
+39.12%
|
134.44
-41.09%
|
228.22
+57.20%
|