สรุปงบล่าสุด CPF
สรุปงบการเงิน
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
## สรุปผลประกอบการของ CPF ประจำไตรมาส 1 ปี 2569
**1. สรุปรายได้รวม:**
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF มีรายได้จากการขายรวมในไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 136,697 ล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (144,175 ล้านบาท) หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน รายได้จะลดลง 1.6% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของราคาขายเฉลี่ยสุกรในหลายประเทศ โดยเฉพาะในประเทศไทย (หน้า 2, 4, 6)
กำไรสุทธิในส่วนของบริษัทอยู่ที่ 4,875 ล้านบาท ลดลง 43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (8,549 ล้านบาท) (หน้า 2, 4) ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบคือ:
* ราคาสุกรที่ต่ำลงในหลายประเทศเนื่องจากภาวะเนื้อสุกรล้นตลาดและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง (หน้า 2)
* ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าลดลง โดยเฉพาะผลขาดทุนของบริษัทร่วมในประเทศจีนที่ทำธุรกิจอาหารสัตว์และเลี้ยงสุกร (หน้า 2)
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
เศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวและมีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค โดยมีแรงกดดันจากปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานผันผวนและอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นในบางพื้นที่ ภาวะดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ระมัดระวังในการใช้จ่าย (หน้า 3)
ราคากากถั่วเหลืองในตลาดโลกปรับตัวลดลงตามปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศส่งผลกระทบต่อค่าระวางเรือและเพิ่มความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจกดดันให้ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นในระยะถัดไป (หน้า 3)
อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ยังคงเผชิญความท้าทายจากการปรับสมดุลของอุปทาน โดยเฉพาะธุรกิจสุกรที่ต้องรับมือกับความผันผวนด้านผลผลิตจากการแพร่ระบาดของโรคในสัตว์ อุตสาหกรรมไก่เนื้อยังคงได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของความต้องการบริโภค (หน้า 3)
อุตสาหกรรมอาหารมีการขยายตัวต่อเนื่องตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานได้รับความนิยมสูงขึ้น (หน้า 3)
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
* **รายได้จากการขาย:** ลดลง 5% (หน้า 4)
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 20% จาก 18,34% เป็น 15.57% (หน้า 4, 7) สาเหตุหลักมาจากราคาสุกรที่ปรับลดลง โดยเฉพาะในประเทศไทย (หน้า 7)
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายบริหาร:** ลดลง 3% (หน้า 4)
* **กำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ:** เพิ่มขึ้น 1,295% (หน้า 4) ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสุกรในเวียดนามและรัสเซีย (หน้า 7)
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 10% (หน้า 4) เป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างแหล่งเงินทุนใหม่ที่มีต้นทุนต่ำลง (หน้า 7)
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า:** ลดลง 60% (หน้า 4) สาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมในประเทศจีนที่ทำธุรกิจอาหารสัตว์และเลี้ยงสุกรมีผลขาดทุน (หน้า 7)
* **กำไรสุทธิ:** ลดลง 43% (หน้า 4)
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 3% จาก 861,796 ล้านบาท เป็น 883,730 ล้านบาท (หน้า 8)
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 1% จาก 609,937 ล้านบาท เป็น 618,833 ล้านบาท (หน้า 8)
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 5% จาก 251,859 ล้านบาท เป็น 264,897 ล้านบาท (หน้า 8)
* **อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงจาก 2.42 เท่า เป็น 2.34 เท่า (หน้า 10)
* **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 1.68-1.69 เท่า (หน้า 10)
* **อัตราส่วนความสามารถในการชำระภาระผูกพัน:** 0.39 เท่า (หน้า 10)
* **อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย:** 3.32 เท่า (หน้า 10)
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** เพิ่มขึ้นจาก 0.67 เท่า เป็น 0.72 เท่า (หน้า 10)
**ประเด็นสำคัญเพิ่มเติม:**
* **การลงทุนใน Muyuan Foods Co., Ltd.:** ในเดือนมกราคม 2569 CPF ได้เข้าลงทุนใน Muyuan ซึ่งเป็นบริษัทในประเทศจีนที่ทำธุรกิจเลี้ยงสุกร (หน้า 3)
* **การปรับการนำเสนอข้อมูลรายได้:** ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2569 CPF ได้ปรับการนำเสนอข้อมูลการจำแนกสัดส่วนรายได้จากการขายตาม "ประเทศที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์" แทนแบบเดิมที่ใช้ตาม "ประเทศที่เป็นฐานการผลิต" (หน้า 6)
* **ความเสี่ยงและปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานในอนาคต:** CPF ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน และความเสี่ยงจากโรคระบาดอุบัติใหม่ (หน้า 11)
โดยรวมแล้ว ผลประกอบการของ CPF ในไตรมาส 1 ปี 2569 ได้รับผลกระทบจากราคาสุกรที่ลดลงในหลายประเทศ และผลขาดทุนของบริษัทร่วมในประเทศจีน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และมีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินงาน
(3.15%)
(5.37%)
(29.93%)
(22.93%)
(34.14%)
(18.57%)
(12.82%)
(3.04%)
(349.18%)
(42.98%)
(27.96%)
(41.42%)