บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
0.29
0.01 (3.33%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นมีปัจจัยหลักเกิดจาก ความสามาถในการทำอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นเป็นผลจากการปรับเพิ่มราคาสินค้าบางกลุ่มที่มีความต้องการของ ตลาด และขยายฐานสินค้าที่มีขัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น มีต้นทุนทางการเงิน จำนวน 31.13 ล้านบาท ลดลง 8.51 ล้านบาท หรือ คิดเป็นร้อยละ 21.47 จากต้นทุนทางการเงิน ปีก่อนจำนวน 30.64 ล้านบาท เนื่องจากภาระหนี้ที่ลดลงโดยเฉพาะหนี้จาก วงเงินสินเชื่อระยะสั้นจากสถาบันการเงิน
ในขณะที่รายได้รวมจำนวน 2,457.05 ล้านบาท ลดลง 181.78 ล้านบาท หรือ คิดเป็นร้อยละ 6.89 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าทั้งนี้รายได้รวมดังกล่าวประกอบด้วยรายได้ของบริษัทฯ จำนวน 1,515.22 ล้านบาท ลดลง 60.85 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.87
สำหรับ รายได้ของบริษัทย่อยที่ตำเนินธุรกิจ จำนวน 957.97 ล้านบาท ลดลง 74.7 0 ล้านบาท หรือ คิดเป็นร้อยละ 7.03 รายได้รวมลดลงเนื่องจาก การชะลอการส่งมอบสินค้า ของลูกค้าในช่วงสถานการณ์การควบคุม COVID-19 ซึ่งมีผลทำให้ความคืบหน้าของการก่อสร้างเป็นไปได้ส่าช้า และผลจากการชะลอตัวจากธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12743 out_tok=3050 at=2026-07-25T12:49:31 -->
# CCP กำไร Q1/2566 พุ่ง 87% รับผลบวกจากรายการพิเศษ - SCGC ฟื้นตัวตามอุปสงค์จีน
## รายได้รวมโต 5% QoQ จากปริมาณขายเคมิคอลส์ฟื้นตัว ขณะกำไรสุทธิพุ่งแรง 87% YoY จากการปรับมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุน
บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ CCP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 128,748 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายลดลง 16% ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 16,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน SCG Logistics
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SCG ในไตรมาส 1 ปี 2566 พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน SCG Logistics จำนวน 11,956 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษ (one-time item) ที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง หากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Profit excluding extra items) จะอยู่ที่ 4,516 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,446 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน SCG Logistics เกิดขึ้นจากการรวมธุรกิจ SCGJWD Logistics ของธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ซึ่งส่งผลให้มูลค่าเงินลงทุนของ SCG ในบริษัทดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นตามมูลค่ายุติธรรม ณ วันที่ประเมิน ส่วนการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Profit excluding extra items) มาจากปัจจัยดังนี้:
* **ธุรกิจเคมิคอลส์ (SCGC):** ได้รับผลดีจากส่วนต่างราคาขายและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการกลับมาดำเนินการผลิตของโรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC) และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศจีนหลังการเปิดประเทศ ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์และส่วนต่างราคาปิโตรเคมีปรับตัวสูงขึ้น
* **ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง:** แม้ว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติจะลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่รายได้จากการขายใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและกลยุทธ์การปรับราคาขาย
* **ต้นทุนพลังงานที่ลดลง:** เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ต้นทุนพลังงานที่ลดลงมีส่วนช่วยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป ส่วนผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติของธุรกิจเคมิคอลส์มีแนวโน้มที่จะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในจีนและกำลังการผลิตที่กลับมาดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2566 พุ่ง 87% YoY แตะ 16,526 ล้านบาท** ส่วนใหญ่มาจากกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุนใน SCG Logistics
* **กำไรจากการดำเนินงานปกติ (Profit excluding extra items) เพิ่มขึ้น 3,446 ล้านบาท QoQ** สู่ระดับ 4,516 ล้านบาท จากผลประกอบการที่ดีขึ้นของธุรกิจเคมิคอลส์และซีเมนต์ฯ
* **รายได้จากการขายรวม Q1/2566 อยู่ที่ 128,748 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% QoQ** แต่ลดลง 16% YoY โดยธุรกิจเคมิคอลส์มีปริมาณขายเพิ่มขึ้นจากการกลับมาเดินเครื่องของโรงงานระยองโอเลฟินส์
* **ธุรกิจเคมิคอลส์ (SCGC) ฟื้นตัวตามอุปสงค์จีน:** ราคาผลิตภัณฑ์และส่วนต่างราคาปิโตรเคมีปรับสูงขึ้น จากการเปิดประเทศของจีนและกำลังการผลิตที่จำกัด
* **ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง:** รายได้ใกล้เคียงปีก่อน จากความต้องการภาครัฐที่ขยายตัว แต่กำไรจากการดำเนินงานปกติลดลงจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจแพคเกจจิ้่ง (SCGP):** รายได้และกำไรลดลง YoY จากอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศชะลอตัว
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 94,100 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.6 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
SCG รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 128,748 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน EBITDA อยู่ที่ 12,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% QoQ แต่ลดลง 31% YoY กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 16,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 87% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน SCG Logistics จำนวน 11,956 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 4,516 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,446 ล้านบาท QoQ แต่ลดลง 42% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในจีน:** ส่งผลดีต่อธุรกิจเคมิคอลส์ โดยเฉพาะราคาผลิตภัณฑ์และส่วนต่างราคาปิโตรเคมี
* **การกลับมาดำเนินการผลิตของโรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC):** ช่วยเพิ่มปริมาณขายในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์
* **ความต้องการของภาครัฐในภาคซีเมนต์:** ยังคงขยายตัว เป็นปัจจัยหนุนธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง
* **การเติบโตของธุรกิจ Green Choice:** SCG Green Choice คิดเป็น 54% ของรายได้รวม และมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนเป็น 2 ใน 3 ภายในปี 2573
* **การลงทุนในโครงการ LSP:** โครงการปิโตรเคมีครบวงจรขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะสร้างการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและอุปสงค์สินค้าในภาพรวม โดยเฉพาะในกลุ่มเคมิคอลส์และแพคเกจจิ้ง
* **ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์:** เช่น ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และวิกฤตภาคธนาคารในสหรัฐฯ และยุโรป อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** โดยเฉพาะในกลุ่มเคมิคอลส์และแพคเกจจิ้ง ที่อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
* **อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาปิโตรเคมีและส่วนต่างราคาขาย:** โดยเฉพาะผลกระทบจากการเปิดประเทศจีนและกำลังการผลิตใหม่ๆ ที่จะเข้าสู่ตลาด
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศสำหรับธุรกิจแพคเกจจิ้ง:** เพื่อประเมินแนวโน้มรายได้และกำไรของ SCGP
* **การบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง
* **ความคืบหน้าของโครงการลงทุน LSP:** และผลกระทบต่อการเงินของบริษัท
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ SCG Green Choice:** และการบรรลุเป้าหมายรายได้ที่ตั้งไว้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างในเอกสารนี้คือ **ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง** โดยภาพรวมในไตรมาส 1 ปี 2566 ตลาดปูนซีเมนต์ในประเทศไทยขยายตัว 2% YoY จากความต้องการของภาครัฐที่เพิ่มขึ้น 6% ขณะที่ภาคครัวเรือนและเอกชนทรงตัว ราคาเฉลี่ยปูนซีเมนต์อยู่ที่ 2,050 - 2,100 บาทต่อตัน
สำหรับสินค้าที่ไม่ใช่ซีเมนต์ เช่น กระเบื้องหลังคาและฝาฝา ความต้องการขยายตัว 1% YoY จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ส่วนกระเบื้องเซรามิกในประเทศลดลง 2% YoY ปริมาณขายกระเบื้องเซรามิกของ SCG ในภูมิภาคอาเซียนลดลง 8% YoY แต่ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 11% YoY
ในไตรมาส 1 ปี 2566 ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีรายได้จากการขาย 50,800 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน EBITDA อยู่ที่ 5,035 ล้านบาท ลดลง 998 ล้านบาท YoY กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 13,463 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,972 ล้านบาท YoY ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน SCG Logistics อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานปกติ (core profit) อยู่ที่ 1,507 ล้านบาท ลดลง 984 ล้านบาท YoY สาเหตุหลักจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น
* **การโอน (Transfer/Sales):** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์โดยตรง แต่กล่าวถึงความต้องการสินค้าก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง
* **Backlog:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง
* **การเปิดโครงการใหม่:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการเปิดโครงการใหม่
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** มีการกล่าวถึงต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานปกติ
* **D/E:** อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.6 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 SCG มีหนี้สินสุทธิ 267,542 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1,302 ล้านบาทจากไตรมาสก่อนหน้า อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.6 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับไตรมาสก่อน และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 0.5 เท่า ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 2,241 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า โดยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 3.5%
รายจ่ายลงทุนและเงินลงทุนสำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 8,921 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในธุรกิจเคมิคอลส์ (52%) สำหรับโครงการ LSP คาดการณ์รายจ่ายลงทุนสำหรับปี 2566 อยู่ที่ 40,000 - 50,000 ล้านบาท
EBITDA ในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 12,170 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดจ่ายรวมอยู่ที่ 13,749 ล้านบาท ประกอบด้วยรายจ่ายลงทุน ดอกเบี้ย และภาษีเงินได้
## สรุปท้าย
SCG ในไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 87% YoY ซึ่งเป็นผลหลักจากรายการพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุนใน SCG Logistics อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากการดำเนินงานปกติ กำไรยังคงได้รับแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบในธุรกิจซีเมนต์ฯ แต่ธุรกิจเคมิคอลส์มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีจากอุปสงค์ในจีนและการกลับมาเดินเครื่องของโรงงานผลิต แม้ว่าภาพรวมรายได้จะลดลง YoY แต่การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การปรับราคาขายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา ควบคู่ไปกับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและราคาโภคภัณฑ์.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CCP ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
645.64
ล้านบาท
↑ 3.8% YoY
กำไรขั้นต้น
134.32
ล้านบาท
↓ 33.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.80
%
กำไรสุทธิ
0.73
ล้านบาท
↓ 97.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.11
%
D/E Ratio
0.75
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
646
↑ + 3.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
134
↓ -33.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1
↓ -97.2%
YoY
D/E Ratio
0.75
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CCP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.75
ROE (%)
5.47
ROA (%)
4.77
Book Value/หุ้น
0.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CCP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-104
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+81
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CCP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-104.18
-25.98%
|
-140.75
+17.44%
|
-119.85
-21.98%
|
-153.62
-9.63%
|
-169.99
-270.84%
|
99.50
-4.99%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
80.63
+13,338.33%
|
0.60
-99.57%
|
139.41
+311.48%
|
33.88
-636.08%
|
-6.32
-86.78%
|
-47.81
+4.55%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
43.78
-70.54%
|
148.61
-633.42%
|
-27.86
-129.00%
|
96.06
-48.75%
|
187.42
-1,343.66%
|
-15.07
-77.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
20.23
+138.84%
|
8.47
-202.17%
|
-8.29
-65.01%
|
-23.69
-313.23%
|
11.11
-61.53%
|
28.88
-813.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
301.97
+41.40%
|
213.55
+53.80%
|
138.85
-16.91%
|
167.11
+182.95%
|
59.06
+95.69%
|
30.18
-11.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
299.50
-0.82%
|
301.97
+41.40%
|
213.55
+53.80%
|
138.85
-16.91%
|
167.11
+182.95%
|
59.06
+95.69%
|