บริษัท บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
3.18
+0.02 (+0.63%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4006 out_tok=2917 at=2026-07-25T11:35:54 -->
# BJCHI Q3/2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 111.2 ล้านบาท หลังรายได้พุ่ง 274% แต่ GPM หด
## รายได้ตามสัญญาพุ่ง 274% หนุนผลงาน Q3/2565 แต่กำไรสุทธิหดตัว YoY เหตุ GPM ลดลง ขณะที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์ผลประกอบการจะดีขึ้นในอนาคต
บริษัท บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ BJCHI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 111.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 131.3 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ตามสัญญาถึง 274.1% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิเมื่อเทียบกับรายได้ลดลงจาก 39.0% ในปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 11.3% ในไตรมาสนี้ ฝ่ายจัดการยังคงมองว่าผลประกอบการมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในอนาคต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BJCHI ในไตรมาส 3 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของรายได้ตามสัญญาถึง 274.1%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีรายได้ตามสัญญาอยู่ที่ 897.0 ล้านบาท จากเดิม 239.8 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันให้กำไรสุทธิหดตัวลงเมื่อเทียบกับรายได้ คือ **การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** จาก 27.6% ในไตรมาส 3 ปี 2564 มาอยู่ที่ 9.8% ในไตรมาส 3 ปี 2565 แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 87.9 ล้านบาท จาก 66.3 ล้านบาทก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้ตามสัญญาเกิดจาก **ปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะภาคบริการและการก่อสร้าง ผู้พัฒนาโครงการหลายรายเพิ่มงบประมาณการลงทุนและเริ่มพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังส่งผลให้ลูกค้ามองหาผู้แปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กในเอเชียมากกว่าจีน ซึ่งเป็นโอกาสของ BJCHI ในการรับงานโครงการต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะการได้รับงานโครงการใหม่จาก Santos ในอุตสาหกรรมก๊าซ มูลค่า 980 ล้านบาท
ส่วนสาเหตุที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงนั้น เอกสารไม่ได้ระบุสาเหตุหลักที่ชัดเจน แต่ระบุเพียงว่า **ต้นทุนงานตามสัญญาเพิ่มขึ้นตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น** และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากการปริมาณงานจากการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจตีความได้ว่าโครงการที่เข้ามาในช่วงนี้มีอัตรากำไรที่ต่ำกว่าโครงการเดิม หรือมีต้นทุนที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับมูลค่างาน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากถ้อยแถลงของฝ่ายจัดการที่ระบุว่า "บริษัทคาดว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญพร้อมโอกาสในการรับงานโครงการต่างๆ ในอนาคตอันใกล้นี้" และ "คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากการปริมาณงานจากการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น" บ่งชี้ถึงความคาดหวังเชิงบวก อย่างไรก็ตาม การที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงในไตรมาสนี้เป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นลักษณะชั่วคราวจากโครงการที่เข้ามาใหม่ หรือเป็นสัญญาณของการแข่งขันที่สูงขึ้นและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างถาวร
## Highlight สำคัญ
* **รายได้ตามสัญญาพุ่ง 274.1% YoY** แตะ 897.0 ล้านบาท จาก 239.8 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564
* **กำไรสุทธิ 111.2 ล้านบาท** พลิกจากขาดทุน 131.3 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวแรง** เหลือ 9.8% จาก 27.6% ในปีก่อนหน้า
* **อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ลดลง** อยู่ที่ 11.3% จาก 39.0% ในปีก่อนหน้า
* **มูลค่าโครงการที่เข้าร่วมประมูลกว่า 36,000 ล้านบาท** กระจายหลากหลายอุตสาหกรรม
* **ได้รับงานใหม่จาก Santos มูลค่า 980 ล้านบาท** และอยู่ระหว่างหารือโครงการเพิ่มเติม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) มีรายได้ตามสัญญาเท่ากับ 897.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 274.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 239.8 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนงานตามสัญญาก็เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนเป็น 809.1 ล้านบาท จาก 173.5 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 87.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 66.3 ล้านบาท แต่เมื่อคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) กลับลดลงอย่างมากจาก 27.6% ในไตรมาส 3 ปี 2564 มาอยู่ที่ 9.8% ในไตรมาส 3 ปี 2565
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 60.8 ล้านบาท จาก 30.3 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการเพิ่มขึ้นตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และบริษัทยังคงมุ่งมั่นควบคุมค่าใช้จ่าย
บริษัทมีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 80.6 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 92.1 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
โดยรวมแล้ว บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 เท่ากับ 111.2 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 131.3 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 39.0% มาอยู่ที่ 11.3%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคบริการและการก่อสร้าง:** เศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว ประกอบกับผู้พัฒนาโครงการที่เพิ่มงบประมาณการลงทุนและเริ่มพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกต่อการรับงานของบริษัท
* **โอกาสจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์:** สถานการณ์ความขัดแย้งทำให้ลูกค้ามองหาผู้แปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กในเอเชียมากกว่าจีน ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับ BJCHI ในการขยายฐานลูกค้าและรับงานโครงการใหม่ๆ
* **มูลค่าโครงการที่เข้าร่วมประมูลสูง:** ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 36,000 ล้านบาท กระจายในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น น้ำมันและก๊าซ, ปิโตรเคมี, โรงไฟฟ้า, เหมืองแร่, พลังงานสีเขียว และโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งในและต่างประเทศ
* **งานโครงการใหม่จาก Santos:** การได้รับงานมูลค่า 980 ล้านบาท และการหารือเกี่ยวกับโครงการเพิ่มเติมในอีก 3-5 ปีข้างหน้า แสดงถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าและโอกาสในการเติบโตระยะยาว
* **คาดการณ์ผลประกอบการดีขึ้น:** ฝ่ายจัดการคาดว่าผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมโอกาสในการรับงานโครงการต่างๆ ในอนาคตอันใกล้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** แม้ว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะทรงตัวในระดับสูง แต่ความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและต้นทุนโครงการ
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ปัญหาท้าทาย เช่น อัตราดอกเบี้ยสูงและอัตราเงินเฟ้อ อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้พัฒนาโครงการในระยะต่อไป
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลง อาจสะท้อนถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาด หรือแรงกดดันด้านราคาจากลูกค้า
* **ความล่าช้าของโครงการ:** การดำเนินโครงการขนาดใหญ่อาจมีความเสี่ยงจากความล่าช้าที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** จะสามารถปรับตัวดีขึ้นได้ตามที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์หรือไม่ หรือจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ
* **การได้รับงานโครงการใหม่ๆ:** โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ในระหว่างการประมูล หรือการเจรจาเพิ่มเติมกับลูกค้าเดิม เช่น Santos
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนงานตามสัญญา เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรให้ดีขึ้น
* **ความคืบหน้าของโครงการ Santos:** และโอกาสในการขยายงานเพิ่มเติมในอนาคต
* **ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์:** ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่บริษัทดำเนินงานอยู่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 3 ปี 2565 BJCHI ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคการก่อสร้าง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ซึ่งสะท้อนจากการได้รับงานใหม่จาก Santos มูลค่า 980 ล้านบาท และการมีมูลค่าโครงการที่เข้าร่วมประมูลสูงถึง 36,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการรับงานโครงการขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** จาก 27.6% เหลือ 9.8% ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้ต้องเสนอราคาที่ต่ำลง หรือต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งยังไม่ได้สะท้อนในราคาขายอย่างเต็มที่ การที่ฝ่ายจัดการคาดว่า GPM จะดีขึ้นจากการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ อาจต้องรอดูว่าโครงการเหล่านั้นจะมีอัตรากำไรที่สูงกว่าโครงการในปัจจุบันหรือไม่
สำหรับประเด็นด้าน **Backlog** และ **การโอนโครงการ** ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลโดยตรงเกี่ยวกับมูลค่า Backlog ที่แน่นอน หรือการโอนโครงการ แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ตามสัญญา 274.1% บ่งชี้ว่ามีปริมาณงานที่รับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท เช่น ยอดหนี้สิน (D/E Ratio), เงินสดในมือ, หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน, การลงทุน, และการจัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมีกำไรสุทธิ 111.2 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ย่อมส่งผลดีต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
BJCHI ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งถึง 274.1% ซึ่งเป็นผลมาจากภาพรวมอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวและโอกาสในการรับงานโครงการใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต แต่ความสามารถในการรักษาระดับอัตรากำไรและคว้าโอกาสจากมูลค่าโครงการที่ประมูลไว้ได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลกำไรของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BJCHI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
186.68
ล้านบาท
↑ 189.7% YoY
กำไรขั้นต้น
-133.68
ล้านบาท
↓ 26.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-71.61
%
กำไรสุทธิ
-45.70
ล้านบาท
↓ 80.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-24.48
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
187
↑ + 189.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-134
↓ -26.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-46
↓ -80.1%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BJCHI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
-5.31
ROA (%)
-4.75
Book Value/หุ้น
7.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BJCHI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+324
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+10
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BJCHI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
323.56
-42.66%
|
564.30
-35.06%
|
869.01
-351.46%
|
-345.58
+48.28%
|
-233.06
-247.99%
|
157.48
-106.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
10.30
-96.13%
|
265.89
-56.77%
|
615.11
-23.18%
|
800.72
-907.99%
|
-99.10
-135.25%
|
281.11
-4,670.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6.29
-95.48%
|
139.04
-28.05%
|
193.24
+440.53%
|
35.75
-30.41%
|
51.37
-124.35%
|
-210.99
+29.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
349.03
-62.41%
|
928.42
-42.04%
|
1,601.70
+225.67%
|
491.81
-213.86%
|
-431.96
-278.36%
|
242.19
-110.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
301.70
-64.57%
|
851.62
-18.62%
|
1,046.42
-41.42%
|
1,786.25
+198.73%
|
597.95
+57.14%
|
380.51
-53.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
395.10
+30.96%
|
301.70
-64.57%
|
851.62
-18.62%
|
1,046.42
-41.42%
|
1,786.25
+198.73%
|
597.95
-136.65%
|