บริษัท บีจีที คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.37
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5504 out_tok=2426 at=2026-07-27T08:36:42 -->
# BGT พลิกขาดทุนหนัก Q2/64 รับแรงหนุนรายได้ก่อสร้างฟื้น-อสังหาฯ โต
## รายได้ก่อสร้าง-อสังหาฯ เติบโต สวนทางธุรกิจคอนกรีตหดตัว กดดันผลประกอบการรวม
บริษัท บีจีที คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BGT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 611.92 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 37.21 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนงานก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้รวมมีการเติบโตจากการฟื้นตัวของธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ แต่ถูกหักล้างด้วยการลดลงอย่างมากของรายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ BGT ในไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 611.92 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 37.21 ล้านบาทใน Q2/63) มาจาก **ต้นทุนงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 33.33%** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจหลักอย่างรุนแรง แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 10.8% (คำนวณจาก 2,227.83 + 206.77 + 83.68 = 2,518.28 ล้านบาท ใน Q2/64 เทียบกับ 1,771.93 + 498.53 + 83.68 = 2,354.14 ล้านบาท ใน Q2/63)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก **การปรับประมาณการต้นทุนโครงการสูงขึ้น** สาเหตุหลักมาจากความล่าช้าของการก่อสร้างที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ รวมถึง **ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาเหล็ก** ซึ่งเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง และ **การแพร่ระบาดของ COVID-19** ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ปัญหาเหล่านี้ทำให้ต้นทุนงานก่อสร้างต่อรายได้สูงขึ้นจาก 91.36% ใน Q2/63 เป็น 121.81% ใน Q2/64 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรอย่างมาก
ในขณะเดียวกัน แม้ว่ารายได้จากการก่อสร้างจะเติบโต 25.73% จากการแก้ไขปัญหาโครงการล่าช้าและรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ และรายได้ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เติบโต 117.42% จากการโอนบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม แต่รายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีตและอื่นๆ กลับลดลงอย่างมากถึง 83.21% เนื่องจากมีการชะลอการผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำหรับโครงการสุวรรณภูมิ เฟส 3 ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตไม่มากพอที่จะชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่าปัญหาความล่าช้าของโครงการได้รับการแก้ไขหลายโครงการและเริ่มทยอยก่อสร้างได้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังคงต้องจับตาผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาเหล็กและสถานการณ์ COVID-19 ที่อาจส่งผลต่อต้นทุนและระยะเวลาการก่อสร้างในอนาคต การที่ต้นทุนงานก่อสร้างสูงกว่ารายได้ในไตรมาสนี้เป็นสัญญาณที่น่ากังวล และต้องติดตามว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและส่งมอบงานได้ตามประมาณการใหม่หรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 611.92 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 37.21 ล้านบาทใน Q2/63 โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนงานก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น
* **รายได้รวมเติบโต 10.8%:** มาจากการฟื้นตัวของธุรกิจก่อสร้าง (+25.73%) และอสังหาริมทรัพย์ (+117.42%) แต่ถูกหักล้างด้วยธุรกิจคอนกรีตที่ลดลงกว่า 83.21%
* **ต้นทุนงานก่อสร้างพุ่ง 33.33%:** สาเหตุหลักจากการปรับประมาณการต้นทุนสูงขึ้น, ราคาเหล็กที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบจาก COVID-19
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตโดดเด่น:** รายได้จากการโอนบ้านจัดสรรโครงการบารานีพาร์คร่มเกล้า และคอนโดมิเนียมโครงการเอสเพนคอนโด เฟส C เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 12.41%:** เป็นผลมาจากการลดลงของภาระดอกเบี้ยในหลายบริษัทย่อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท บีจีที คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวมจากการก่อสร้าง 2,227.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยจากการแก้ไขปัญหาโครงการที่ล่าช้าและเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนงานก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นถึง 33.33% ทำให้ต้นทุนงานก่อสร้างเทียบกับรายได้อยู่ที่ 121.81% จากเดิม 91.36%
ในส่วนของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีรายได้ 206.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.42% จากการโอนบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม ในขณะที่ธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีตและอื่นๆ มีรายได้ลดลงอย่างมากถึง 83.21% เนื่องจากมีการชะลอการผลิต
ส่งผลให้ภาพรวมบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวดสามเดือนส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทตามงบการเงินรวมอยู่ที่ (611.92) ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 37.21 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจก่อสร้าง:** การแก้ไขปัญหาโครงการล่าช้าและการเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการใหม่เป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การโอนโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้นแสดงถึงความต้องการของตลาดและศักยภาพในการสร้างรายได้
* **การลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงินที่ลดลงช่วยลดภาระของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนงานก่อสร้างที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุหลัก เช่น เหล็ก และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังคงเป็นความเสี่ยงต่ออัตรากำไรของธุรกิจก่อสร้าง
* **การชะลอตัวของธุรกิจคอนกรีต:** การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีตส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของบริษัท
* **ความล่าช้าของโครงการ:** แม้ปัญหาจะได้รับการแก้ไข แต่ความเสี่ยงจากความล่าช้าของโครงการยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก
* **หนี้สินที่มีผลขาดทุนต่อบริษัทย่อย:** มีการระบุถึงลูกหนี้การค้าที่มีความสัมพันธ์กับผู้บริหาร ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงหากไม่สามารถเรียกเก็บหนี้ได้ตามกำหนด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการต้นทุนงานก่อสร้าง:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัสดุและค่าแรง เพื่อให้กลับมามีอัตรากำไรที่เหมาะสม
* **แนวโน้มราคาเหล็ก:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็กในตลาดโลกและผลกระทบต่อต้นทุนโครงการ
* **การฟื้นตัวของธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีต:** แผนการกลับมาผลิตและสร้างรายได้ของธุรกิจคอนกรีต
* **ความคืบหน้าของโครงการใหม่:** การรับรู้รายได้และผลกำไรจากโครงการที่กำลังจะเริ่มดำเนินการ
* **สถานการณ์ COVID-19:** ผลกระทบต่อการดำเนินงาน การขนส่ง และความต้องการของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **รายได้จากการก่อสร้าง:** เพิ่มขึ้น 25.73% เป็น 2,227.83 ล้านบาท จากการแก้ไขปัญหาโครงการล่าช้าและโครงการใหม่ แต่ต้นทุนงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 33.33% ทำให้ต้นทุนต่อรายได้สูงถึง 121.81%
* **รายได้ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** เพิ่มขึ้น 117.42% เป็น 206.77 ล้านบาท จากการโอนบ้านจัดสรรโครงการบารานีพาร์คร่มเกล้า และคอนโดมิเนียมโครงการเอสเพนคอนโด เฟส C
* **รายได้ธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีตและอื่นๆ:** ลดลง 83.21% เป็น 83.68 ล้านบาท จากการชะลอการผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีตใช้ในโครงการสุวรรณภูมิ เฟส 3
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** ลดลง 12.41% เป็น 58.86 ล้านบาท จากการลดลงของภาระดอกเบี้ยในหลายบริษัทย่อย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงลูกหนี้การค้าที่มีความสัมพันธ์กับกิจการที่ค้างชำระนาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของลูกหนี้การค้า
## สรุปท้าย
BGT ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิจากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนงานก่อสร้าง ซึ่งเป็นผลมาจากราคาเหล็กที่สูงขึ้นและความล่าช้าของโครงการ แม้ว่ารายได้จากการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์จะฟื้นตัว แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ประกอบกับการลดลงอย่างมากของรายได้ธุรกิจคอนกรีต ทำให้ภาพรวมผลประกอบการยังคงน่ากังวล นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนงานก่อสร้างอย่างใกล้ชิด รวมถึงแนวโน้มราคาวัสดุและสถานการณ์ COVID-19 ที่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
209.69
ล้านบาท
↑ 5.9% YoY
กำไรขั้นต้น
111.35
ล้านบาท
↑ 5.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
53.10
%
กำไรสุทธิ
14.94
ล้านบาท
↑ 121.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
7.12
%
D/E Ratio
0.97
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
210
↑ + 5.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
111
↑ + 5.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↑ + 121.3%
YoY
D/E Ratio
0.97
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.97
ROE (%)
-2.85
ROA (%)
1.16
Book Value/หุ้น
0.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+42
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
41.54
-53.73%
|
89.78
-230.12%
|
-69.00
-2.22%
|
-70.57
+84.69%
|
-38.21
-139.93%
|
95.69
-573.24%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.81
-68.12%
|
11.95
-3,834.38%
|
-0.32
-107.51%
|
4.26
-175.13%
|
-5.67
-155.26%
|
10.26
-66.90%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-24.12
-64.22%
|
-67.41
-442.70%
|
19.67
-62.40%
|
52.32
-3.43%
|
54.18
-223.84%
|
-43.75
+134.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
21.23
-38.20%
|
34.35
-169.20%
|
-49.64
+255.08%
|
-13.98
-235.99%
|
10.28
-29.49%
|
14.58
-165.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3.65
-80.49%
|
18.71
-78.76%
|
88.10
-3.63%
|
91.42
-11.66%
|
103.49
+150.64%
|
41.29
-15.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
18.50
+406.85%
|
3.65
-80.49%
|
18.71
-78.76%
|
88.10
-3.63%
|
91.42
-11.66%
|
103.49
+150.64%
|