สรุปงบล่าสุด AU
สรุปงบการเงิน
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
## สรุปผลประกอบการหุ้น AU (บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน)) ไตรมาส 4 ปี 2568
**1. สรุปรายได้รวม:**
บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายในไตรมาส 4 ปี 2568 เท่ากับ 414 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2567 แต่เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2568 โดยการลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนมีสาเหตุจากการลดลงของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของร้านอาฟเตอร์ยู ในขณะที่การเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้ามีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าและวัตถุดิบ กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 34 ล้านบาท ลดลง 60% จากปีก่อน และลดลง 35% จากไตรมาสก่อนหน้า (หน้า 1)
สำหรับปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,616 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปี 2567 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าและวัตถุดิบ (หน้า 1)
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
เอกสารไม่ได้กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวม แต่ระบุถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจบริการร้านอาหารในประเทศไทย โดยคาดการณ์ว่าระหว่างปี 2569 ถึงปี 2572 จะเติบโตเฉลี่ยรายปีอยู่ที่ 4.9% (หน้า 3)
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
* **กำไรขั้นต้น:** ในไตรมาส 4 ปี 2568 กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 239 ล้านบาท ลดลง 15% จากไตรมาส 4 ปี 2567 และลดลง 4% จากไตรมาส 3 ปี 2568 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 57.7% ลดลงจาก 64.7% ในไตรมาส 4 ปี 2567 และ 63.1% ในไตรมาส 3 ปี 2568 สาเหตุหลักมาจากการออกสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (Ready-to-Drink) ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าสินค้าเดิมเนื่องจากเป็นการจ้างผลิต (OEM) และต้นทุนสินค้าใหม่หลายรายการรวมถึงสินค้าสำหรับเทศกาลปีใหม่สูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยของสินค้าเดิมของบริษัทฯ (หน้า 1)
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย:** ในไตรมาส 4 ปี 2568 มีมูลค่า 123 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาส 4 ปี 2567 และเพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาส 3 ปี 2568 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าเช่าพื้นที่สาขา ค่าโฆษณา และค่าใช้จ่ายการตลาด (หน้า 7)
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ในไตรมาส 4 ปี 2568 มีมูลค่า 75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาส 4 ปี 2567 แต่ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาส 3 ปี 2568 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน (รวมถึงการปรับปรุงรายการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายทางบัญชีต่างๆ ที่เกี่ยวกับพนักงาน) (หน้า 8)
* **กำไรสุทธิ:** ในไตรมาส 4 ปี 2568 เท่ากับ 34 ล้านบาท ลดลง 60% จากไตรมาส 4 ปี 2567 และลดลง 35% จากไตรมาส 3 ปี 2568 สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ ในขณะที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น (หน้า 8)
สำหรับปี 2568 กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 997 ล้านบาท ลดลง 4% จากปี 2567 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 61.7% ลดลงจาก 65.7% ในปี 2567 (หน้า 7) กำไรสุทธิอยู่ที่ 204 ล้านบาท ลดลง 31% จากปี 2567 (หน้า 8)
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
* **สินทรัพย์:** ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมมูลค่า 1,525 ล้านบาท ลดลง 3.0% จาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 โดยมีรายละเอียดดังนี้ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 145 ล้านบาท สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นลดลง 231 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 40 ล้านบาท (หน้า 9)
* **หนี้สิน:** ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีหนี้สินรวมมูลค่า 491 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% จาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 โดยมีรายละเอียดดังนี้ หนี้สินหมุนเวียนลดลง 14 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 40 ล้านบาท (หน้า 9)
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้นรวมมูลค่า 1,034 ล้านบาท ลดลง 6.6% จาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 (หน้า 9)
**ประเด็นสำคัญเพิ่มเติม:**
* **การขยายสาขา:** บริษัทฯ มีแผนขยายสาขาร้านอาฟเตอร์ยู จำนวน 5 สาขา ร้านผลไม้ลูกก๊อจำนวน 15 สาขา และร้านกาแฟ Specialty จำนวน 3 สาขา ในปี 2569 โดยมุ่งเน้นการขยายสาขาไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง (หน้า 2)
* **ผลิตภัณฑ์ใหม่:** บริษัทฯ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ "ชา อาฟเตอร์ยู" ในเดือนตุลาคม 2568 เพื่อขยายตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) (หน้า 2)
* **ความร่วมมือ:** บริษัทฯ ร่วมกับแม่ตุ๊ก Little Monster เปิดตัวเมนู "Matcha แม่ตุ๊ก x อาฟเตอร์ยู" ในเดือนธันวาคม 2568 (หน้า 2)
* **การเติบโตในต่างประเทศ:** บริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสเติบโตในต่างประเทศเพิ่มเติมทั้งในรูปแบบการเปิดร้านขนมหวานอาฟเตอร์ยู และการจำหน่ายสินค้าผ่านผู้แทนจำหน่าย (หน้า 2)
* **สัดส่วนรายได้จากลูกค้าต่างชาติ:** ในไตรมาส 4 ปี 2568 สัดส่วนรายได้ของลูกค้าต่างชาติอยู่ที่ 30.8% ลดลงจาก 33.7% ในไตรมาส 4 ปี 2567 (หน้า 3)
**โดยสรุป:**
ผลประกอบการของอาฟเตอร์ยูในไตรมาส 4 ปี 2568 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากร้านขนมหวานและเครื่องดื่ม รวมถึงต้นทุนที่สูงขึ้นจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีแผนการขยายธุรกิจและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
(5.33%)
(6.21%)
(3.88%)
(14.72%)
(8.74%)
(9.07%)
(9.18%)
(8.36%)
(34.94%)
(60.40%)
(25.38%)
(0.17%)