บริษัท เอเซีย พรีซิชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.23
0.02 (1.60%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7151 out_tok=2697 at=2026-07-25T05:30:19 -->
# APCS พลิกขาดทุน Q3/66 เหลือ 18.8 ล้านบาท รับธุรกิจวิศวกรรมฯ ฟื้น
## ธุรกิจวิศวกรรมฯ กลับมากำไร หนุนผลประกอบการ APCS ไตรมาส 3 ดีขึ้น แม้ภาพรวมยังขาดทุน
บริษัท เอเซีย พรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ APCS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีการขาดทุนจากการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้างที่กลับมามีกำไรได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมบริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานและรายการพิเศษอื่นๆ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ APCS ในไตรมาส 3 ปี 2566 มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น คือ **การกลับมามีกำไรของกลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง (EPC)** ซึ่งสามารถพลิกจากที่เคยขาดทุนในปีก่อน มามีกำไรได้ในไตรมาสนี้ แม้ว่ารายได้รวมของกลุ่มธุรกิจนี้จะลดลงก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
กลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง (EPC) มีรายได้ลดลง 162.6 ล้านบาท หรือ 41.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 แต่กลับมีกำไรจากการดำเนินงาน 4.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 59 ล้านบาท หรือ 108.5% จากที่เคยขาดทุน 54.4 ล้านบาทในปีที่แล้ว สาเหตุหลักที่ทำให้ธุรกิจนี้กลับมามีกำไรได้ มาจากการที่บริษัทมีการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายของโครงการได้ดีขึ้น แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุรายละเอียดเชิงลึกของกลไกการควบคุมต้นทุนที่ชัดเจน แต่การที่สามารถพลิกจากขาดทุนมาเป็นกำไรได้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการที่เพิ่มขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง โดยฝ่ายจัดการระบุว่า "กลุ่มธุรกิจ EPC มีการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายของโครงการ" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การที่รายได้รวมของกลุ่มธุรกิจนี้ยังคงลดลง อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูต่อไปว่าการควบคุมต้นทุนจะสามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนจากการดำเนินงานลดลง 58.4%:** ในไตรมาส 3 ปี 2566 ขาดทุนจากการดำเนินงานอยู่ที่ 18.8 ล้านบาท ลดลง 26.4 ล้านบาท หรือ 58.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 42.0%:** ขาดทุนสุทธิลดลง 22.1 ล้านบาท หรือ 42.0% มาอยู่ที่ 30.5 ล้านบาท
* **ธุรกิจวิศวกรรมฯ พลิกกำไร:** กลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง (EPC) มีกำไรจากการดำเนินงาน 4.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59 ล้านบาท จากขาดทุน 54.4 ล้านบาทในปีก่อน แม้รายได้ลดลง 41.4%
* **ธุรกิจเหมืองบิทคอยน์และน้ำดิบรายได้เพิ่ม:** ธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ (SMRO) มีรายได้เพิ่มขึ้น 31.2 ล้านบาท (189.1%) และธุรกิจจำหน่ายน้ำดิบ (H2O) มีรายได้เพิ่มขึ้น 5.2 ล้านบาท (236.4%)
* **ธุรกิจผลิตชิ้นส่วน (AUTO) สิ้นสภาพ:** บริษัทได้ขายกลุ่มธุรกิจผลิตชิ้นส่วนโลหะ (AUTO) ออกไปแล้ว ทำให้ไม่มีรายได้จากส่วนนี้ในปีนี้
* **ภาระต้นทุนทางการเงินเพิ่ม:** บริษัทยังคงมีภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อผลประกอบการโดยรวม
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2566:** บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 18.8 ล้านบาท ลดลง 58.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีขาดทุน 44.4 ล้านบาท และมีขาดทุนสุทธิ 30.5 ล้านบาท ลดลง 42.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีขาดทุน 52.6 ล้านบาท การลดลงของผลขาดทุนนี้เป็นผลมาจากการขาดทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลและธุรกิจน้ำที่ลดลง ประกอบกับการกลับมามีกำไรของกลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม ภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดัน
**งวด 9 เดือน ปี 2566:** บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน 143.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 512.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 23.4 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 63.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 342.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีขาดทุน 26.8 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการขายกลุ่มธุรกิจผลิตชิ้นส่วนโลหะ (AUTO) ออกไปในปีที่แล้ว ทำให้รายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง (EPC) เพิ่มขึ้นอย่างมาก และธุรกิจจำหน่ายน้ำดิบ (H2O) ก็มีกำไรเพิ่มขึ้นเช่นกัน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง:** การที่กลุ่มธุรกิจ EPC สามารถกลับมามีกำไรได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและโครงการ ซึ่งหากสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ จะเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในอนาคต
* **การเติบโตของธุรกิจน้ำดิบและเหมืองบิทคอยน์:** ธุรกิจจำหน่ายน้ำดิบ (H2O) และธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ (SMRO) มีการเติบโตของรายได้ที่น่าสนใจ ซึ่งอาจเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่สำคัญของบริษัท
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การจัดตั้งบริษัทย่อยในประเทศมองโกเลีย และการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในกลุ่มบริษัท เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับแผนงานทางธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทมีภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อผลกำไรโดยรวม
* **ความผันผวนของธุรกิจเหมืองบิทคอยน์:** แม้ธุรกิจเหมืองบิทคอยน์จะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ยังคงมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน ซึ่งมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาบิทคอยน์และต้นทุนการดำเนินงาน
* **การลดลงของรายได้ในธุรกิจ EPC:** แม้ธุรกิจ EPC จะกลับมามีกำไร แต่รายได้รวมยังคงลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อขนาดของธุรกิจในระยะยาว
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** มีการบันทึกผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 3 ปี 2566 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มกำไรของธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง (EPC):** จะสามารถรักษาการเติบโตของกำไรได้ต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางรายได้ที่ลดลง
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทจะมีแนวทางในการจัดการกับภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างไร
* **ผลประกอบการของธุรกิจเหมืองบิทคอยน์:** จะสามารถพลิกจากขาดทุนมาเป็นกำไรได้หรือไม่ และจะมีความผันผวนมากน้อยเพียงใด
* **การดำเนินงานในประเทศมองโกเลีย:** ความคืบหน้าและผลตอบรับจากการจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจที่เหลือ:** ความคืบหน้าของการปรับโครงสร้างบริษัท ชลกิจสากล จำกัด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง (EPC) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างนั้น แม้รายได้รวมจะลดลง 41.4% ในไตรมาส 3 ปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานได้ 4.6 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 54.4 ล้านบาทในปีที่แล้ว แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของโครงการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับธุรกิจนี้
สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 ธุรกิจ EPC มีกำไรจากการดำเนินงาน 19.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129.7% จากขาดทุน 65.4 ล้านบาทในปีก่อน แม้รายรับจะลดลง 36.4% ก็ตาม
เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ presale, backlog, การเปิดโครงการใหม่ หรือ occupancy/rental yield โดยตรง แต่การที่ธุรกิจ EPC สามารถกลับมามีกำไรได้ สะท้อนถึงการบริหารจัดการโครงการที่มีอยู่ได้ดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**งบการเงินรวม:**
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 15.8% มาอยู่ที่ 3,796.9 ล้านบาท จาก 4,508.4 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยสาเหตุหลักมาจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย (กลุ่มธุรกิจผลิตชิ้นส่วนโลหะ AUTO)
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 14.5% มาอยู่ที่ 2,036.0 ล้านบาท จาก 2,381.2 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 17.2% มาอยู่ที่ 1,760.9 ล้านบาท จาก 2,127.2 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565
**งบการเงินเฉพาะกิจการ:**
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 5.9% มาอยู่ที่ 2,384.7 ล้านบาท จาก 2,252.4 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 0.8% มาอยู่ที่ 701.1 ล้านบาท จาก 695.4 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 8.1% มาอยู่ที่ 1,683.6 ล้านบาท จาก 1,557.0 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565
โดยรวมแล้ว งบการเงินรวมแสดงให้เห็นถึงการปรับลดขนาดของสินทรัพย์จากการขายธุรกิจ AUTO ในขณะที่งบการเงินเฉพาะกิจการมีการเติบโตเล็กน้อยในส่วนของสินทรัพย์และส่วนของผู้ถือหุ้น
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ APCS ในไตรมาส 3 ปี 2566 มีการขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ การกลับมามีกำไรของกลุ่มธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง (EPC) ซึ่งสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น แม้รายได้จะลดลงก็ตาม แม้ว่าธุรกิจน้ำดิบและเหมืองบิทคอยน์จะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลขาดทุนสุทธิได้ทั้งหมด ประกอบกับภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างธุรกิจและการฟื้นตัวของธุรกิจ EPC เป็นโอกาสที่น่าจับตา แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงินและผลประกอบการที่ยังไม่แน่นอนของธุรกิจเหมืองบิทคอยน์ ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ APCS ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
124.90
ล้านบาท
↓ 58.5% YoY
กำไรขั้นต้น
-73.11
ล้านบาท
↑ 128.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-58.54
%
กำไรสุทธิ
-315.04
ล้านบาท
↑ 380.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-252.24
%
D/E Ratio
1.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
125
↓ -58.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-73
↑ + 128.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-315
↑ + 380.6%
YoY
D/E Ratio
1.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — APCS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.17
ROE (%)
-33.95
ROA (%)
-15.55
Book Value/หุ้น
1.67
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — APCS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+64
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — APCS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
63.99
-73.57%
|
242.11
-60.85%
|
618.49
-989.79%
|
-69.51
-83.96%
|
-433.37
-731.46%
|
68.63
+1,408.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.37
-108.08%
|
-153.03
-72.86%
|
-563.92
-236.52%
|
413.07
+11,342.38%
|
3.61
-103.89%
|
-92.74
+182.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
84.62
-47.77%
|
162.01
+601.34%
|
23.10
-110.50%
|
-219.95
-242.68%
|
154.16
-453.09%
|
-43.66
-122.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
166.37
-33.37%
|
249.68
+221.46%
|
77.67
-32.62%
|
115.28
-140.37%
|
-285.58
-373.57%
|
104.39
-38.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
148.76
-30.22%
|
213.18
-0.56%
|
214.37
-64.06%
|
596.39
+10.86%
|
537.96
-11.27%
|
606.29
+38.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
37.03
-75.11%
|
148.76
-30.22%
|
213.18
-0.56%
|
214.37
-64.06%
|
596.39
+10.86%
|
537.96
-11.27%
|