AMC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
AMC
บริษัท เอเซีย เมทัล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
2.50
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3898 out_tok=2480 at=2026-07-27T08:08:29 --> # AMC กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 508% รับราคาเหล็กขาขึ้น หนุนรายได้โต 125% ## รายได้-กำไรโตแรงตามราคาขายเหล็กที่สูงขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการระบุการซื้อสินค้าจากบริษัทร่วมเป็นปัจจัยสำคัญต่อยอดเจ้าหนี้ บริษัท เอเซีย เมทัล จำกัด (มหาชน) หรือ AMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 322 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 508% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการที่รายได้รวมเติบโตถึง 125% จากราคาขายเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการพลิกฟื้นอย่างโดดเด่น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AMC ในไตรมาส 2/2564 คือ **การปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายเหล็ก (ASP)** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักของผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาส 2/2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่สูงถึงร้อยละ 132** ซึ่งเป็นผลโดยตรงมาจาก **ราคาขายของเหล็กที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน** ปัจจัยนี้ได้ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ เติบโตถึงร้อยละ 508 มาอยู่ที่ 322 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายรวมจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 103 แต่ก็ยังน้อยกว่าการเติบโตของรายได้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ราคาขายเหล็กที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมเหล็กโดยรวม ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุสาเหตุต้นทางที่ชัดเจนในเอกสาร แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ บริษัทสามารถขายสินค้าได้ในราคาที่สูงขึ้น ทำให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าต้นทุนสินค้าและบริการจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายนั้นมีสัดส่วนที่มากกว่า ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นโดยปริยาย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้านรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท จากราคาขายเศษ Scrap ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ในด้านค่าใช้จ่าย มีประเด็นที่น่าสังเกตคือ **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 18 ล้านบาท** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 30 ล้านบาท ทำให้เกิดผลกระทบต่อกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 48 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่เข้ามาหักล้างผลบวกจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเหล็กบางส่วน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าราคาขายเหล็กที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญในไตรมาสนี้ แต่เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาเหล็กในอนาคต หรือการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบอย่างชัดเจน การที่บริษัทมีการซื้อสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นและมีการขยายเครดิตเทอมสำหรับลูกหนี้การค้า อาจบ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องจับตาดูว่าราคาเหล็กจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปได้หรือไม่ และบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพุ่ง 508% YoY:** บริษัทฯ รายงานกำไรสุทธิ 322 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2564 เทียบกับ 53 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมเติบโต 125% YoY:** รายได้รวมอยู่ที่ 2,455 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากราคาขายเหล็กที่สูงขึ้น * **ต้นทุนสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 103% สอดคล้องกับปริมาณการขายและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** มีผลกระทบต่อกำไรสุทธิ 48 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน * **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 12%:** ยอดสินค้าคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 1,101 ล้านบาท * **ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 76%:** ยอดลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นอยู่ที่ 1,624 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเกิดจากการขายสินค้าให้บริษัท ไพร์มสตีลมิลล์ จำกัด และการขยายเครดิตเทอม ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2/2564 บริษัท เอเซีย เมทัล จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 2,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 132% เป็นผลมาจากราคาขายเหล็กที่สูงขึ้น ในขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท จากราคาขายเศษ Scrap ที่สูงขึ้นเช่นกัน ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 103% โดยมีต้นทุนสินค้าและบริการ 1,033 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 26 ล้านบาท และมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 18 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 30 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 อยู่ที่ 322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 508% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **ราคาขายเหล็กที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้และกำไรของบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมา * **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากเศษ Scrap:** สะท้อนถึงการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ * **การขยายเครดิตเทอม:** อาจช่วยกระตุ้นยอดขายในระยะต่อไป หากสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านหนี้เสียได้ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรในอนาคต * **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขาย อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร * **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 0.7 เป็น 1.7 บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สิน * **การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า:** การขยายเครดิตเทอมเพิ่มความเสี่ยงด้านการเรียกเก็บหนี้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาเหล็ก:** จะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปหรือไม่ และบริษัทมีแผนบริหารจัดการต้นทุนอย่างไร * **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** ความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการมากน้อยเพียงใด * **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การเพิ่มขึ้นของหนี้สินระยะสั้นและอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของที่สูงขึ้น * **การเรียกเก็บหนี้จากลูกหนี้การค้า:** โดยเฉพาะการขายสินค้าให้กับบริษัท ไพร์มสตีลมิลล์ จำกัด และผลจากการขยายเครดิตเทอม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) * **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคำสั่งซื้อคงค้าง (Order Book) * **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบต้นทางที่ชัดเจน แต่ระบุว่าราคาขายเหล็กสูงขึ้น * **GPM:** เอกสารไม่ได้ระบุ Gross Profit Margin โดยตรง แต่การที่รายได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่าค่าใช้จ่ายรวม บ่งชี้ถึง GPM ที่ดีขึ้น * **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออก * **ค่าเงิน:** มีการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 18 ล้านบาท * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 12% เป็น 1,101 ล้านบาท ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,979 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 22% มาอยู่ที่ 149 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 76% เป็น 1,624 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 12% เป็น 1,101 ล้านบาท ในส่วนของหนี้สิน เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 8% เป็น 1,326 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 107% เป็น 286 ล้านบาท และภาษีเงินได้ค้างจ่ายเพิ่มขึ้น 171% เป็น 95 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.7 เป็น 1.7 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ 6 ล้านบาท การลงทุนซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ใช้ไป 11 ล้านบาท และกิจกรรมการจัดหาเงินใช้ไป 25 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลและชำระหนี้สิน อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.6 เท่า ## สรุปท้าย ผลประกอบการของ AMC ในไตรมาส 2/2564 ได้รับแรงหนุนหลักจากการปรับตัวขึ้นของราคาขายเหล็ก ซึ่งส่งผลให้รายได้และกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นปัจจัยที่เข้ามาหักล้างผลบวกบางส่วน ขณะที่ฐานะการเงินมีสัญญาณความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินระยะสั้นและอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของที่สูงขึ้น นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาเหล็กในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุน และความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการบริหารจัดการหนี้สินอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,263.82 ล้านบาท
↓ 17.4% YoY
กำไรขั้นต้น
-10.39 ล้านบาท
↓ 63.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-0.82 %
กำไรสุทธิ
-20.28 ล้านบาท
↓ 73.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.60 %
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,264
↓ -17.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-10
↓ -63.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-20
↓ -73.6% YoY
D/E Ratio
0.58

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,263.82
-17.41%
1,530.20
-27.17%
2,101.00
+52.50%
1,377.67
-27.70%
1,905.42
+201.10%
632.82
-48.01%
กำไรขั้นต้น —
-10.39
+63.39%
-28.38
-128.69%
98.92
+112.95%
46.45
-74.25%
180.36
+105.99%
87.56
+153.13%
ค่าใช้จ่ายรวม —
45.88
-25.27%
61.39
-16.16%
73.23
+166.75%
27.45
-61.81%
71.89
+78.17%
40.35
+16.14%
กำไรสุทธิ —
-20.28
+73.62%
-76.90
-174.04%
103.85
+162.23%
-166.88
-185.71%
194.71
+47.70%
131.83
+16,958.44%
กำไรต่อหุ้น —
-0.04
+73.75%
-0.16
-174.07%
0.22
+162.07%
-0.35
-185.71%
0.41
+47.64%
0.28
+13,850.00%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
-0.82
+55.68%
-1.85
-139.28%
4.71
+39.76%
3.37
-64.41%
9.47
-31.58%
13.84
+387.32%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
3.63
-9.48%
4.01
+14.90%
3.49
+75.38%
1.99
-47.21%
3.77
-40.91%
6.38
+123.86%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-1.60
+68.19%
-5.03
-201.82%
4.94
+140.79%
-12.11
-218.49%
10.22
-50.94%
20.83
+34,816.67%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
16.24
+482.08%
2.79
-95.30%
59.34
+447.42%
10.84
-73.03%
40.20
-55.50%
90.34
+3,713.60%
ROE(%) —
0.41
-80.84%
2.14
-84.14%
13.49
+721.66%
-2.17
-106.08%
35.69
+470.13%
6.26
-19.43%
ROA(%) —
1.18
-58.30%
2.83
-76.34%
11.96
+1,372.34%
-0.94
-103.23%
29.06
+404.51%
5.76
-24.31%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.58
+5.45%
0.55
+1.85%
0.54
0.54
+42.11%
0.38
-45.71%
0.70
+40.00%
P/E —
12.89
+276.90%
3.42
-28.30%
4.77
-63.84%
13.19
+357.99%
2.88
-80.76%
14.97
-54.19%
P/BV —
0.29
+11.54%
0.26
-49.02%
0.51
+4.08%
0.49
-39.51%
0.81
+55.77%
0.52
+13.04%
BV —
6.87
-2.69%
7.06
+7.13%
6.59
+12.07%
5.88
-2.00%
6.00
+35.14%
4.44
+11.00%
YIELD(%) —
5.03
-52.10%
10.50
+228.13%
3.20
-72.90%
11.81
+310.07%
2.88
0.00
ราคาหุ้น —
1.99
+9.94%
1.81
-45.81%
3.34
+15.97%
2.88
-40.74%
4.86
+109.48%
2.32
+25.41%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
0.41
ROA (%)
1.18
Book Value/หุ้น
6.99

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,555.70
-0.62%
2,631.22
-3.99%
2,740.48
+16.94%
2,343.54
-3.21%
2,421.15
+12.43%
2,153.49
+24.48%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
2,615.24
+2.43%
2,493.58
+3.83%
2,401.49
+18.10%
2,033.46
+11.16%
1,829.38
+15.31%
1,586.50
-4.92%
รวมสินทรัพย์ —
5,170.94
+0.90%
5,124.80
-0.33%
5,141.97
+17.48%
4,377.00
+2.98%
4,250.53
+13.65%
3,739.99
+10.05%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,791.67
+5.34%
1,700.77
-0.09%
1,702.35
+18.66%
1,434.66
+34.03%
1,070.36
-25.70%
1,440.58
+13.66%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
104.72
-6.42%
111.91
+4.10%
107.50
+14.67%
93.75
-9.84%
103.98
-0.74%
104.75
+44.92%
รวมหนี้สิน —
1,896.39
+4.62%
1,812.68
+0.16%
1,809.85
+18.41%
1,528.40
+30.15%
1,174.34
-24.01%
1,545.33
+15.34%
รวมส่วนของเจ้าของ —
3,274.54
-1.13%
3,312.12
-0.60%
3,332.12
+16.97%
2,848.60
-7.40%
3,076.19
+40.17%
2,194.66
+6.60%
D/E —
0.58
0.55
0.54
0.54
0.38
0.70
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
0.41
2.14
13.49
-2.17
35.69
6.26
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
1.18
2.83
11.96
-0.94
29.06
5.76
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.43
1.55
1.61
1.63
2.26
1.49
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.59
0.65
0.50
0.84
1.14
0.77
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
54.95
37.36
0.00
0.00
46.87
55.42
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
88.33
82.97
0.00
0.00
60.00
78.80
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
24.44
30.91
0.00
0.00
9.88
10.18
วงจรเงินสด —
118.84
89.42
0.00
0.00
96.98
124.03
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,135
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+160
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
1,134.98
-343.71%
-465.70
-169.26%
672.39
-174.77%
-899.23
-1,260.15%
77.51
-60.61%
196.77
-127.74%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
159.80
-82.86%
932.27
+358.61%
203.28
-19.73%
253.25
+15,248.48%
1.65
-101.44%
-114.27
-53.85%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-1,325.42
+558.86%
-201.17
-75.34%
-815.82
-383.56%
287.71
-138.97%
-738.30
+76.75%
-417.70
-147.61%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-4.32
-101.48%
291.58
+108.72%
139.70
-139.00%
-358.25
+45.83%
-245.67
-16.44%
-294.01
+268.94%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
162.27
-46.26%
301.95
-11.80%
342.34
+115.43%
158.91
-17.41%
192.41
+82.74%
105.29
+15.73%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
141.38
-12.87%
162.27
-46.26%
301.95
-11.80%
342.34
+115.43%
158.91
-17.41%
192.41
+82.74%