บริษัท เอเซีย เมทัล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
2.56
+0.14 (+5.79%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3898 out_tok=2480 at=2026-07-27T08:08:29 -->
# AMC กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 508% รับราคาเหล็กขาขึ้น หนุนรายได้โต 125%
## รายได้-กำไรโตแรงตามราคาขายเหล็กที่สูงขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการระบุการซื้อสินค้าจากบริษัทร่วมเป็นปัจจัยสำคัญต่อยอดเจ้าหนี้
บริษัท เอเซีย เมทัล จำกัด (มหาชน) หรือ AMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 322 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 508% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการที่รายได้รวมเติบโตถึง 125% จากราคาขายเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการพลิกฟื้นอย่างโดดเด่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AMC ในไตรมาส 2/2564 คือ **การปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายเหล็ก (ASP)** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาส 2/2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่สูงถึงร้อยละ 132** ซึ่งเป็นผลโดยตรงมาจาก **ราคาขายของเหล็กที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน** ปัจจัยนี้ได้ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ เติบโตถึงร้อยละ 508 มาอยู่ที่ 322 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายรวมจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 103 แต่ก็ยังน้อยกว่าการเติบโตของรายได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ราคาขายเหล็กที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมเหล็กโดยรวม ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุสาเหตุต้นทางที่ชัดเจนในเอกสาร แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ บริษัทสามารถขายสินค้าได้ในราคาที่สูงขึ้น ทำให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าต้นทุนสินค้าและบริการจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายนั้นมีสัดส่วนที่มากกว่า ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นโดยปริยาย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้านรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท จากราคาขายเศษ Scrap ที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในด้านค่าใช้จ่าย มีประเด็นที่น่าสังเกตคือ **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 18 ล้านบาท** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 30 ล้านบาท ทำให้เกิดผลกระทบต่อกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 48 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่เข้ามาหักล้างผลบวกจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเหล็กบางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าราคาขายเหล็กที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญในไตรมาสนี้ แต่เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาเหล็กในอนาคต หรือการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบอย่างชัดเจน การที่บริษัทมีการซื้อสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นและมีการขยายเครดิตเทอมสำหรับลูกหนี้การค้า อาจบ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องจับตาดูว่าราคาเหล็กจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปได้หรือไม่ และบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 508% YoY:** บริษัทฯ รายงานกำไรสุทธิ 322 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2564 เทียบกับ 53 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 125% YoY:** รายได้รวมอยู่ที่ 2,455 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากราคาขายเหล็กที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 103% สอดคล้องกับปริมาณการขายและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** มีผลกระทบต่อกำไรสุทธิ 48 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 12%:** ยอดสินค้าคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 1,101 ล้านบาท
* **ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 76%:** ยอดลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นอยู่ที่ 1,624 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเกิดจากการขายสินค้าให้บริษัท ไพร์มสตีลมิลล์ จำกัด และการขยายเครดิตเทอม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2564 บริษัท เอเซีย เมทัล จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 2,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 132% เป็นผลมาจากราคาขายเหล็กที่สูงขึ้น ในขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท จากราคาขายเศษ Scrap ที่สูงขึ้นเช่นกัน ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 103% โดยมีต้นทุนสินค้าและบริการ 1,033 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 26 ล้านบาท และมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 18 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 30 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 อยู่ที่ 322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 508% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **ราคาขายเหล็กที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้และกำไรของบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมา
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากเศษ Scrap:** สะท้อนถึงการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ
* **การขยายเครดิตเทอม:** อาจช่วยกระตุ้นยอดขายในระยะต่อไป หากสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านหนี้เสียได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรในอนาคต
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขาย อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 0.7 เป็น 1.7 บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สิน
* **การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า:** การขยายเครดิตเทอมเพิ่มความเสี่ยงด้านการเรียกเก็บหนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็ก:** จะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปหรือไม่ และบริษัทมีแผนบริหารจัดการต้นทุนอย่างไร
* **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** ความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการมากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การเพิ่มขึ้นของหนี้สินระยะสั้นและอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของที่สูงขึ้น
* **การเรียกเก็บหนี้จากลูกหนี้การค้า:** โดยเฉพาะการขายสินค้าให้กับบริษัท ไพร์มสตีลมิลล์ จำกัด และผลจากการขยายเครดิตเทอม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate)
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคำสั่งซื้อคงค้าง (Order Book)
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบต้นทางที่ชัดเจน แต่ระบุว่าราคาขายเหล็กสูงขึ้น
* **GPM:** เอกสารไม่ได้ระบุ Gross Profit Margin โดยตรง แต่การที่รายได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่าค่าใช้จ่ายรวม บ่งชี้ถึง GPM ที่ดีขึ้น
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออก
* **ค่าเงิน:** มีการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 18 ล้านบาท
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 12% เป็น 1,101 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,979 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 22% มาอยู่ที่ 149 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 76% เป็น 1,624 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 12% เป็น 1,101 ล้านบาท
ในส่วนของหนี้สิน เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 8% เป็น 1,326 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 107% เป็น 286 ล้านบาท และภาษีเงินได้ค้างจ่ายเพิ่มขึ้น 171% เป็น 95 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.7 เป็น 1.7
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ 6 ล้านบาท การลงทุนซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ใช้ไป 11 ล้านบาท และกิจกรรมการจัดหาเงินใช้ไป 25 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลและชำระหนี้สิน
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.6 เท่า
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ AMC ในไตรมาส 2/2564 ได้รับแรงหนุนหลักจากการปรับตัวขึ้นของราคาขายเหล็ก ซึ่งส่งผลให้รายได้และกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นปัจจัยที่เข้ามาหักล้างผลบวกบางส่วน ขณะที่ฐานะการเงินมีสัญญาณความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินระยะสั้นและอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของที่สูงขึ้น นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาเหล็กในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุน และความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการบริหารจัดการหนี้สินอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,263.82
ล้านบาท
↓ 17.4% YoY
กำไรขั้นต้น
-10.39
ล้านบาท
↓ 63.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-0.82
%
กำไรสุทธิ
-20.28
ล้านบาท
↓ 73.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.60
%
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,264
↓ -17.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-10
↓ -63.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-20
↓ -73.6%
YoY
D/E Ratio
0.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
0.41
ROA (%)
1.18
Book Value/หุ้น
6.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,135
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+160
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,134.98
-343.71%
|
-465.70
-169.26%
|
672.39
-174.77%
|
-899.23
-1,260.15%
|
77.51
-60.61%
|
196.77
-127.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
159.80
-82.86%
|
932.27
+358.61%
|
203.28
-19.73%
|
253.25
+15,248.48%
|
1.65
-101.44%
|
-114.27
-53.85%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,325.42
+558.86%
|
-201.17
-75.34%
|
-815.82
-383.56%
|
287.71
-138.97%
|
-738.30
+76.75%
|
-417.70
-147.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-4.32
-101.48%
|
291.58
+108.72%
|
139.70
-139.00%
|
-358.25
+45.83%
|
-245.67
-16.44%
|
-294.01
+268.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
162.27
-46.26%
|
301.95
-11.80%
|
342.34
+115.43%
|
158.91
-17.41%
|
192.41
+82.74%
|
105.29
+15.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
141.38
-12.87%
|
162.27
-46.26%
|
301.95
-11.80%
|
342.34
+115.43%
|
158.91
-17.41%
|
192.41
+82.74%
|