บริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
2.68
0.06 (2.19%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3974 out_tok=2559 at=2026-07-25T06:00:07 -->
AJ กำไรสุทธิขาดทุนเพิ่มขึ้น YoY รับต้นทุนพุ่ง-ปริมาณขายลด Q3/65
ฝ่ายจัดการ AJ ชี้รายได้หด 1.91% เหตุหยุดผลิตย้ายฐาน ขณะที่ต้นทุนขายพุ่ง 4.34% กดดัน GPM หดตัว ส่งผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
บริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJ รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 2,235.55 ล้านบาท ลดลง 1.91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 40.69 ล้านบาท เป็น 42.93 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นและการหยุดการผลิตเพื่อย้ายสายการผลิต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ AJ ในไตรมาส 3 ปี 2565 เปลี่ยนแปลง มาจาก **การลดลงของปริมาณขายควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญคือ **การลดลงของปริมาณขาย 1.91%** แม้ว่าราคาขายต่อหน่วยจะสูงขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยปริมาณที่หายไปได้ ประกอบกับ **ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 4.34%** (จาก 89.94% เป็น 94.28%) ซึ่งเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการตั้งสำรองค่าเผื่อมูลค่าสินค้าที่ลดลง ปัจจัยทั้งสองนี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก จาก 229.33 ล้านบาท เหลือเพียง 127.93 ล้านบาท และทำให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 40.69 ล้านบาท เป็น 42.93 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักของการลดลงของปริมาณขาย มาจากการ **หยุดการผลิต 1 สายการผลิตเพื่อย้ายไปติดตั้งยังบริษัทย่อยที่ประเทศเวียดนาม** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการผลิตและการขายในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับต้นทุนขายที่สูงขึ้นนั้น เกิดจาก **ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ การตั้งสำรองค่าเผื่อมูลค่าสินค้าที่ลดลง 40.44 ล้านบาท ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยการหยุดการผลิตเพื่อย้ายสายการผลิตเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายเพียงชั่วคราว เมื่อการติดตั้งสายการผลิตใหม่ที่เวียดนามแล้วเสร็จ คาดว่าจะสามารถกลับมาเพิ่มปริมาณการผลิตและการขายได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นอาจยังคงเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนขายในระยะต่อไป ซึ่งต้องติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบและกลยุทธ์การบริหารต้นทุนของบริษัท
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายลดลง 1.91% YoY** อยู่ที่ 2,235.55 ล้านบาท แม้ราคาขายต่อหน่วยสูงขึ้น แต่ปริมาณขายลดลง
* **ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 4.34%** เป็น 94.28% จาก 89.94% YoY
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 5.51% YoY** อยู่ที่ 42.93 ล้านบาท จาก 40.69 ล้านบาท
* **มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 16.03 ล้านบาท** พลิกจากขาดทุน 144.79 ล้านบาทในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 28.28%** จากค่าขนส่งทางทะเลที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 31.94%** จากค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 2,235.55 ล้านบาท ลดลง 43.53 ล้านบาท หรือ 1.91% เมื่อเทียบกับ 2,279.08 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564 แม้ว่าราคาขายต่อหน่วยจะสูงขึ้น แต่ปริมาณการขายลดลง เนื่องจากมีการหยุดการผลิต 1 สายการผลิตเพื่อย้ายไปติดตั้งยังบริษัทย่อยที่ประเทศเวียดนาม ส่งผลให้ปริมาณการผลิตและปริมาณการขายลดลง
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นจาก 2,049.75 ล้านบาท เป็น 2,107.62 ล้านบาท ทำให้ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 4.34% เป็น 94.28% จาก 89.94% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองค่าเผื่อมูลค่าสินค้าลดลง 40.44 ล้านบาท และราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
รายได้อื่นๆ ลดลง 18.65 ล้านบาท มาจากการขายเศษฟิล์มที่ลดลง
มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 16.03 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 144.79 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากค่าเงินบาทที่ผันผวน
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 28.28% เป็น 96.29 ล้านบาท จาก 75.06 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากค่าขนส่งทางทะเลสำหรับการส่งออกที่สูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 31.94% เป็น 85.39 ล้านบาท จาก 64.72 ล้านบาท เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของบริษัทย่อย
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.42 ล้านบาท เป็น 20.80 ล้านบาท
ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 2.24 ล้านบาท หรือ 5.51% จาก 40.69 ล้านบาท ในปีก่อน เป็น 42.93 ล้านบาท ในปี 2565
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิตในเวียดนาม:** การย้ายสายการผลิตไปยังบริษัทย่อยที่ประเทศเวียดนาม คาดว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต
* **การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน:** บริษัทได้มีการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศเพื่อป้องกันความเสี่ยงในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนค่าขนส่งทางทะเลที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย โดยเฉพาะสำหรับการส่งออก
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรงในเอกสาร แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรมมักเป็นความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา
* **ผลกระทบจากการย้ายฐานการผลิต:** ความล่าช้าหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการย้ายและติดตั้งสายการผลิตใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการติดตั้งสายการผลิตใหม่ในเวียดนาม:** จะส่งผลต่อปริมาณการผลิตและการขายในไตรมาสถัดไป
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวขึ้นหรือลงของราคาวัตถุดิบจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายและ GPM
* **ทิศทางค่าขนส่งทางทะเล:** การเปลี่ยนแปลงของค่าขนส่งจะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในเวียดนาม:** การเติบโตและประสิทธิภาพของบริษัทย่อยจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาพรวม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** กลยุทธ์ของบริษัทในการควบคุมและลดต้นทุนท่ามกลางภาวะราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การหยุดการผลิต 1 สายการผลิตเพื่อย้าย แสดงให้เห็นว่าอาจมีผลกระทบต่อ Utilization Rate ในช่วงเวลาดังกล่าว
* **Order Book:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูล Order Book ที่ชัดเจน แต่การย้ายฐานการผลิตไปยังเวียดนาม บ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต
* **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบมีการปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักกดดันต้นทุนขาย
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 10.06% (229.33/2279.08) ในปีก่อน เป็น 5.72% (127.93/2235.55) ในปีนี้
* **การส่งออก:** ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากค่าขนส่งทางทะเลสำหรับการส่งออก บ่งชี้ว่าการส่งออกยังคงเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ
* **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 16.03 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 144.79 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งแสดงถึงความผันผวนของค่าเงินบาทและผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **สินค้าคงคลัง:** มีการกล่าวถึงการตั้งสำรองค่าเผื่อมูลค่าสินค้าลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนขาย แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับมูลค่าสินค้าคงคลังโดยรวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้ มีเพียงการกล่าวถึงการชำระคืนเงินกู้และดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอภายใต้หัวข้อต้นทุนทางการเงิน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ AJ ในไตรมาส 3 ปี 2565 ได้รับแรงกดดันจากการลดลงของปริมาณขายอันเนื่องมาจากการย้ายสายการผลิต ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวและขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น แม้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบ แต่ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่เพิ่มขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา การขยายกำลังการผลิตในเวียดนามถือเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูการเติบโตในระยะต่อไป แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AJ ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,760.53
ล้านบาท
↓ 14% YoY
กำไรขั้นต้น
55.39
ล้านบาท
↓ 124.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
3.15
%
กำไรสุทธิ
-183.48
ล้านบาท
↓ 63.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-10.42
%
D/E Ratio
1.99
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,761
↓ -14%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
55
↓ -124.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-183
↓ -63.3%
YoY
D/E Ratio
1.99
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AJ
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.99
ROE (%)
-13.64
ROA (%)
-2.19
Book Value/หุ้น
6.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AJ
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-288
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+540
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AJ
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-288.11
-122.85%
|
1,260.96
+151.79%
|
500.80
-205.41%
|
-475.08
-127.44%
|
1,731.59
+2,995.99%
|
55.93
-129.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
539.88
+306.20%
|
132.91
-82.49%
|
759.24
+659.32%
|
99.99
-154.47%
|
-183.56
+2.21%
|
-179.59
-217.55%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
143.54
-107.87%
|
-1,824.32
+87.66%
|
-972.14
+369.47%
|
-207.07
-85.66%
|
-1,444.37
-1,425.23%
|
108.99
+393.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
-100.00%
|
-1.55
-78.53%
|
-7.22
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
6.88
-143.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
29.18
-84.17%
|
184.36
+122.04%
|
83.03
+521.02%
|
13.37
+106.01%
|
6.49
+192.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
342.93
+1,075.22%
|
29.18
-84.17%
|
184.36
+122.04%
|
83.03
+521.02%
|
13.37
+106.01%
|