บริษัท โรงพยาบาลเอกชล จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
12.30
+0.50 (+4.24%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3929 out_tok=1969 at=2026-07-25T05:59:08 -->
# AHC กำไรสุทธิ Q3/2565 หดตัว 42.6% รับรายได้ COVID-19 ลดลง
## รายได้หลักวูบกระทบกำไร ขณะต้นทุนบริหารพุ่งสูงขึ้น
บริษัท โรงพยาบาลเอกชล จำกัด (มหาชน) หรือ AHC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 83.35 ล้านบาท ลดลง 42.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการรักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ AHC ในไตรมาส 3 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การลดลงอย่างมากของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมรายได้ของบริษัทฯ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักมาจากการที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 คลี่คลายลง ประกอบกับกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้โรคดังกล่าวเป็นโรคประจำถิ่น ทำให้บริษัทฯ ไม่ได้ให้บริการดูแลผู้ป่วย COVID-19 ในโรงพยาบาลสนามและ Hospitel อีกต่อไป ส่งผลให้รายได้ส่วนนี้ลดลงถึง 11.7% หรือ 65.78 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564
แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการที่จำนวนผู้ป่วยทั่วไปเริ่มกลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคในระบบทางเดินหายใจในกลุ่มเด็ก และการนำเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่มาใช้ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากส่วน COVID-19 ได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายรวมยังปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.0% หรือ 12.06 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามกิจกรรมการรักษาผู้ป่วยทั่วไปที่สูงขึ้น รวมถึงการปรับโครงสร้างการบริหารที่ย้ายบางแผนกมาอยู่ในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหาร ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดนี้ลดลง 42.6% หรือ 61.89 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสที่รายได้จาก COVID-19 จะลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายและถูกประกาศเป็นโรคประจำถิ่น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยทั่วไปและการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยรายได้ในอนาคต แต่ยังต้องติดตามประสิทธิภาพของการดำเนินงานและกลยุทธ์การดึงดูดผู้ป่วยทั่วไปอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 42.6% YoY:** อยู่ที่ 83.35 ล้านบาท จาก 145.24 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 11.4% YoY:** อยู่ที่ 513.13 ล้านบาท จาก 578.91 ล้านบาท
* **รายได้ค่ารักษาพยาบาลลดลง 11.7% YoY:** เป็นผลหลักจากรายได้ COVID-19 ที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 3.0% YoY:** จากต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรจากการดำเนินงานลดลง 42.9% YoY:** อยู่ที่ 103.77 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 513.13 ล้านบาท ลดลง 11.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโรค COVID-19 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลงและมีการปรับเปลี่ยนสถานะของโรค ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 409.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% โดยมีปัจจัยหลักจากต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามกิจกรรมการรักษาผู้ป่วยทั่วไปที่สูงขึ้น รวมถึงการปรับโครงสร้างการบริหาร ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสนี้อยู่ที่ 83.35 ล้านบาท ลดลง 42.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,536.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.8% และมีกำไรสุทธิ 227.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การกลับมาของผู้ป่วยทั่วไป:** จำนวนผู้ป่วยทั่วไปเริ่มกลับมาใช้บริการในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น
* **โรคระบาดในกลุ่มเด็ก:** มีโรคระบาดในกลุ่มผู้ป่วยเด็กที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น
* **เทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่:** การนำเทคโนโลยี Minimally Invasive Surgery (MIS) มาให้บริการ
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาโรคซับซ้อน:** การดูแลรักษาโรคที่มีความซับซ้อนสูง
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้จาก COVID-19:** การลดลงของรายได้จาก COVID-19 ส่งผลกระทบต่อรายได้รวมอย่างมีนัยสำคัญ
* **ต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น:** เป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
* **การปรับโครงสร้างการบริหาร:** อาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการบริหารในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการกลับมาของจำนวนผู้ป่วยทั่วไป และการรักษาโรคที่ไม่เกี่ยวข้องกับ COVID-19
* ประสิทธิภาพของการนำเทคโนโลยี MIS มาใช้ในการเพิ่มรายได้และอัตรากำไร
* การบริหารจัดการต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายพนักงาน
* ผลกระทบจากการปรับโครงสร้างการบริหารต่อค่าใช้จ่ายในระยะต่อไป
* การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโรค COVID-19
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้ค่ารักษาพยาบาลลดลง 11.7% YoY เป็นผลหลักจากการยกเลิกบริการโรงพยาบาลสนามและ Hospitel เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณบวกจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยทั่วไป โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก และการนำเทคโนโลยีการผ่าตัดสมัยใหม่ (MIS) มาใช้ ซึ่งฝ่ายจัดการคาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาโรคซับซ้อน
**ต้นทุน:** ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลลดลงเล็กน้อย 2.0% YoY แม้จะมีผู้ป่วยทั่วไปเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าเกิดจากการบริหารจัดการต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นสูงถึง 60.8% YoY ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการปรับโครงสร้างการบริหาร โดยย้ายบางแผนกมาอยู่ในส่วนนี้
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของต้นทุนค่ารักษาพยาบาลอยู่ที่ประมาณ 28.6% (คำนวณจาก (504.39-358.55)/504.39) ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนที่ประมาณ 36.0% (คำนวณจาก (571.04-365.69)/571.04) ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit Margin) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 31.4% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 20.2% ในไตรมาสนี้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด)
## สรุปท้าย
AHC ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิหดตัวถึง 42.6% แม้จะมีสัญญาณบวกจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยทั่วไปและการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ภาพรวมผลประกอบการยังคงอ่อนแอ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากผู้ป่วยทั่วไปและประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AHC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
456.32
ล้านบาท
↑ 8.5% YoY
กำไรขั้นต้น
86.23
ล้านบาท
↑ 57% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.90
%
กำไรสุทธิ
26.12
ล้านบาท
↑ 112.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.72
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
456
↑ + 8.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
86
↑ + 57%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↑ + 112.4%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AHC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
7.24
ROA (%)
7.64
Book Value/หุ้น
14.03
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AHC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-96
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-34
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AHC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-96.20
+380.76%
|
-20.01
-33.79%
|
-30.22
-41.86%
|
-51.98
-135.18%
|
147.74
+1,986.72%
|
7.08
-85.53%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-33.70
-74.10%
|
-130.11
-27.94%
|
-180.57
-213.52%
|
159.06
-196.97%
|
-164.03
-507.22%
|
40.28
+287.31%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
64.74
-32.82%
|
96.37
-45.99%
|
178.42
+93.58%
|
92.17
+23,533.33%
|
0.39
-99.43%
|
68.31
-4.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-18.94
-149.82%
|
38.02
+69.73%
|
22.40
-113.02%
|
-172.06
-176.65%
|
224.48
-308.33%
|
-107.75
-198.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
248.75
+18.04%
|
210.73
+11.89%
|
188.33
-47.74%
|
360.39
+165.17%
|
135.91
-80.81%
|
708.14
+10.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
229.81
-7.61%
|
248.75
+18.04%
|
210.73
+11.89%
|
188.33
-47.74%
|
360.39
+165.17%
|
135.91
-80.81%
|