สรุปงบล่าสุด ACG
สรุปงบการเงิน
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
## สรุปผลประกอบการของ บมจ. ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง (ACG) ปี 2568
**1. สรุปรายได้รวมและกำไรสุทธิ:**
บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (ACG) และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 จำนวน 37.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.76% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 24.10 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 4/2568 มีกำไรสุทธิ 12.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.07% จาก 7.34 ล้านบาทในไตรมาส 4/2567 อัตรากำไรสุทธิสำหรับปี 2568 และไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 2.78% และ 3.63% ตามลำดับ ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.19% และ 1.53% ตามลำดับ
รายได้รวมสำหรับปี 2568 อยู่ที่ 1,358.19 ล้านบาท ลดลง 10.19% จาก 1,512.24 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เนื่องจากการลดลงของรายได้จากการขายและการให้บริการ 9.98% โดยเฉพาะรายได้จากส่วนงานจำหน่ายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งที่ลดลง 181.36 ล้านบาท หรือ 22.05% อย่างไรก็ตาม รายได้รวมในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 353.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.18% จาก 349.70 ล้านบาทในไตรมาส 4/2567 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากส่วนงานบริการและจำหน่ายอะไหล่ 7.85 ล้านบาท หรือ 4.68%
ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับปี 2568 อยู่ที่ 1,289.23 ล้านบาท ลดลง 11.19% จาก 1,451.75 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 4/2568 ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 333.16 ล้านบาท ลดลง 0.21% จาก 333.85 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการปรับตัวลดลงของต้นทุนขายที่สอดคล้องกับรายได้จากการจำหน่ายรถยนต์ที่ลดลง อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.62% เมื่อเทียบกับปี 2567 สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น (หน้า 1)
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากการเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อของสถาบันการเงิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์รวมในประเทศ (หน้า 1)
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
* **รายได้จากการขายและการให้บริการ:** ปี 2568 เท่ากับ 1,320.81 ล้านบาท ลดลง 9.98% จาก 1,467.19 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2568 เท่ากับ 344.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.69% จาก 339.06 ล้านบาทในไตรมาส 4/2567 (หน้า 3)
* **รายได้จากการจำหน่ายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง:** ปี 2568 เท่ากับ 641.13 ล้านบาท ลดลง 22.05% จาก 822.49 ล้านบาท สาเหตุหลักเกิดจากปริมาณยอดขายรถยนต์ลดลง 21.55% ในไตรมาส 4/2568 เท่ากับ 169.34 ล้านบาท ลดลง 1.24% จาก 171.47 ล้านบาท สาเหตุหลักเกิดจากปริมาณยอดขายรถยนต์ลดลง 1.67% สอดคล้องกับภาวะตลาดรถยนต์ที่ชะลอตัว (หน้า 3)
* **รายได้จากงานบริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่:** ปี 2568 เท่ากับ 679.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.43% จาก 644.70 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2568 เท่ากับ 175.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.68% จาก 167.59 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากธุรกิจ Fast Fit เพิ่มขึ้น 11.12% เมื่อเทียบกับปี 2567 และเพิ่มขึ้น 11.08% เมื่อเทียบรายไตรมาส เนื่องจากการปรับตัวดีขึ้นของรายได้เฉลี่ยต่อคัน 13.93% จากการปรับกลยุทธ์การกำหนดราคาให้เหมาะสมกับต้นทุนและมูลค่าการให้บริการ ประกอบกับการขยายประเภทงานบริการ และการเพิ่มมูลค่าต่อการเข้ารับบริการของลูกค้า (หน้า 3)
* **กำไรขั้นต้น:** ปี 2568 เท่ากับ 241.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.07% จาก 229.89 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2568 เท่ากับ 65.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.58% จาก 57.94 ล้านบาท เนื่องจากกำไรต่อคันของส่วนงานบริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น ประกอบกับรายได้เฉลี่ยต่อคันที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยดีขึ้น จึงช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยโดยรวม (หน้า 3)
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปี 2568 เท่ากับ 18.29% เพิ่มขึ้น 2.62% เมื่อเทียบกับปี 2567 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่ขึ้น (หน้า 3)
* **รายได้ค่านายหน้า:** ปี 2568 เท่ากับ 24.13 ล้านบาท ลดลง 21.01% จาก 30.55 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2568 เท่ากับ 5.79 ล้านบาท ลดลง 16.45% จาก 6.93 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณยอดขายรถยนต์ที่ลดลงส่งผลให้รายได้ค่านายหน้าจากการจัดหาสินเชื่อและประกันภัยรถยนต์ลดลง ซึ่งจะมีแนวโน้มตามปริมาณยอดขายรถยนต์ (หน้า 3)
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
* **สินทรัพย์รวม:** จำนวน 1,164.49 ล้านบาท ลดลง 6.99% จาก 1,252.07 ล้านบาท (หน้า 4)
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** เพิ่มขึ้น 7.87 ล้านบาท หรือ 4.74% (หน้า 4)
* **สินค้าคงเหลือ:** ลดลง 43.91 ล้านบาท หรือ 37.20% สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของสินค้าประเภทรถยนต์ 40.33 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้บริหารจัดการสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากขึ้น โดยเน้นการควบคุมระดับสินค้าคงเหลือให้เหมาะสมกับยอดขาย ประกอบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนธันวาคม ส่งผลให้สินค้าคงเหลือ ณ สิ้นงวดลดลง (หน้า 4)
* **ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์:** ลดลง 39.45 ล้านบาท หรือ 6.60% สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาตามปกติในระหว่างปี (หน้า 4)
* **หนี้สินรวม:** จำนวน 427.93 ล้านบาท ลดลง 20.37% จาก 537.39 ล้านบาท (หน้า 4)
* **เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน:** ลดลง 100.00 ล้านบาท หรือ 45.45% เนื่องจากการจ่ายชำระคืนตั๋วสัญญาใช้เงิน (หน้า 4)
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** จำนวน 736.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.06% จาก 714.68 ล้านบาท เนื่องจากมีกำไรสุทธิ 37.78 ล้านบาท ใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มขึ้น 0.77 ล้านบาท และลดลงจากการจ่ายเงินปันผล 16.00 ล้านบาท (หน้า 5)
**วิเคราะห์สภาพคล่อง:**
* กระแสเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 159.13 ล้านบาท เป็นกระแสเงินสดที่ได้จากกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 126.71 ล้านบาท และกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 32.42 ล้านบาท โดยรายการหลักที่ทำให้กระแสเงินสดเพิ่มขึ้น เกิดจากสินค้าคงเหลือลดลงจำนวน 43.91 ล้านบาท และลดลงจากการจ่ายภาษีเงินได้จำนวน 16.15 ล้านบาท (หน้า 5)
* กระแสเงินสดจ่ายในกิจกรรมลงทุนจำนวน 0.43 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการลงทุนในอุปกรณ์และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจำนวน 4.19 ล้านบาท ทั้งนี้ มีเงินสดรับจากการจำหน่ายอุปกรณ์จำนวน 3.27 ล้านบาท และดอกเบี้ยรับจำนวน 0.49 ล้านบาท (หน้า 5)
* กระแสเงินสดจ่ายในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 158.83 ล้านบาท เป็นเงินสดรับจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินจำนวน 920.00 ล้านบาท ขณะที่มีเงินสดจ่ายเพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมจำนวน 1,031.15 ล้านบาท ชำระหนี้สินตามสัญญาเช่าจำนวน 16.66 ล้านบาท จ่ายเงินปันผลจำนวน 16 ล้านบาท และจ่ายชำระดอกเบี้ยจำนวน 7.02 ล้านบาท (หน้า 5)
(15.40%)
(1.18%)
(15.91%)
(10.36%)
(0.45%)
(9.06%)
(7.05%)
(2.77%)
(65.37%)
(75.34%)
(232.21%)
(36.82%)